ดีเอสไอลงพื้นที่สอบผู้รับเหมาทิ้งงานก่อสร้างโรงพักทดแทน เล็งขยายผลเอาผิด"สุเทพ" ฐานะล้มแผนกระจายจ้างเหมา 9 ภูมิภาคมาเป็นประมูลรวมในส่วนกลาง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน ที่สถานีตำรวจภูธรโรงช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา และสถานีตำรวจภูธรดอนพุด จ.สระบุรี
นายธาริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่าขณะที่มีการเสนอโครงการก่อสร้างโรงพักมีการเสนอให้กระจายอำนาจให้กองบัญชาการตำรวจภูธรแต่ละภาคแยกกันไปจัดการประมูลเป็นรายภาค แต่รัฐบาลในขณะนั้นคือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่กำกับดูแลสตช.ไม่ดำเนินการตามการเสนอ สตช.แต่เปลี่ยนให้มีการประมูลจากส่วนกลาง เพื่อจ้างเหมาเอกชนเพียงรายเดียวเข้าทำสัญญาก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่ง ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ เพราะสัญญาระบุชัดเจนว่าห้ามไม่ให้จ้างช่วงต่อ ทำให้การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จเอกชนทิ้งงาน ทั้งที่บริษัทคู่สัญญาได้เบิกเงินไปแล้ว 2 งวดรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ดังนั้น ดีเอสไอจะเร่งขยายผลการสอบสวนเกี่ยวกับความผิดในการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ เพราะมีข้อสังเกตว่าการอนุมัติโครงการที่ไม่น่าเป็นไปได้ในทางปฏิบัติอาจมีความไม่ชอบมาพากลในการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเพียงรายหนึ่งรายใดหรือไม่
ในส่วนของดีเอสไอนอกจากจะทำหนังสือถึงสตช.ขอให้เร่งบริหารสัญญาด้วยการบอกเลิกสัญญา เพราะบริษัททิ้งงานและผิดสัญญาหลายข้อ และจะเสนอให้พรรคเพื่อไทยที่เป็นฝ่ายการเมืองเข้ามาร่วมแก้ปัญหาในภาพรวม เพราะหากปล่อยให้สตช.ดำเนินการตามขั้นตอนในการบอกเลิกสัญญาและชำระเงินอาจต้องใช้เวลานานกว่า2 ปี ซึ่งตำรวจจะเดือดร้อนจากปัญหาไม่มีที่ทำงาน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าการก่อสร้างสถานีตำรวจทั้ง396 แห่ง มีการดำเนินการรื้อถอนและอยู่ระหว่างก่อสร้างไปแล้วเพียง280 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 116 แห่ง ยังไม่เริ่มก่อสร้างใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ในจำนวนที่มีการก่อสร้างไปแล้วก็ยังไม่พบว่าจะมีสถานีตำรวจแห่งใดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแม้แต่แห่งเดียว เช่นที่ สภ.โรงช้างขณะนี้ได้รื้ออาคารเดิม ตอกเสาเข็มบางส่วนไว้เท่านั้น ที่เหลือช่างรับเหมาได้ทิ้งงานโดยอ้างว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณ





