ผบ.ทบ. ค้านตั้งศูนย์พักพิงชาวโรฮิงญาเพิ่ม หวั่นกระทบความมั่นคง พร้อมสั่งฟันทหารเอี่ยว ฮึ่มไล่ออก-ดำเนินคดีอาญา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการลักลอบเข้าประเทศไทยของชาวโรฮิงญาว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ที่ผ่านมาทุกลมมรสุมสงบลงในซีกฝั่งทะเลอันดามันก็จะมีการลักลอบเข้าเมืองมาโดยตลอด ทุกปีจะมีการลักลอบเข้ามา ประมาณ 200-300 คน โดยเดินทางเข้ามาบริเวณชายฝั่งเพื่อลัดเลาะไปยังประเทศอื่น ซึ่งไทยไม่ได้เป็นประเทศปลายทาง แต่เมื่อเข้ามาแล้วทางไทยก็จะให้การดูแลเรื่องมนุษยธรรม เพราะตามหลักการกลุ่มบุคคลดังกล่าวอยู่ในสถานะผู้หลบหนีเข้าเมือง ไม่ใช่หลบหนีภัยจากการสู้รบ ซึ่งการดำเนินการทางกฎหมายไทยมีความชัดเจน หากกลุ่มชาวโรฮิงญาขึ้นฝั่งไทยแล้วจะต้องถูกดำเนินคดีก่อนที่จะส่งตัวกลับประเทศต้นทาง โดยมีการกำหนดชัดเจนตามนโยบายของรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้มอง 2 ประเด็น 1.ด้านมนุษยธรรม ที่จะต้องดูแลทุกอย่างตามความสมควร เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากความยากจน และ2.ไทยจะต้องดูแลด้านความมั่นคง หากรับคนไว้มากในระยะยาวจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ และขณะนี้มีนโยบายที่จะนำคนที่อยู่ในศูนย์พักพิงจำนวน 9 แห่ง ไปยังประเทศที่สาม ซึ่งเราพยายามผลักดันเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว จากเดิมมีจำนวน 1.9 แสนคน แต่ขณะนี้เหลือ 1.3 แสนคน โดยที่เหลือยังไม่มีประเทศใดแสดงความจำนงในการรับไปดูแลต่อ หากจะจัดตั้งศูนย์ดูแลเพิ่มขึ้นมาอีก 1 แห่งจะเป็นภาระหรือไม่นั้น ก็จะต้องมีการหารือร่วมกันระหว่างรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งนี้เราจะต้องมองประเทศชาติของเราเป็นหลัก แต่จะต้องไม่ทอดทิ้งเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการหารือร่วมกัน
"ถ้ามีการลักลอบเข้ามาบริเวณตามแนวชายแดนนั้นจะเป็นขบวนการ ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะทหารที่จะต้องถูกไล่ออกและดำเนินคดีอาญา ซึ่งชาวโรฮิงญาที่ลักลอบเข้ามาส่วนใหญ่จะเข้ามาทางเรือและทางบก แต่สิ่งที่เรากังวลและได้นำเรียนรัฐบาลแล้ว ถ้าให้เขาอยู่นานเกินไปก็จะมีการลักลอบเข้ามาเพิ่มเติม เพราะปัญหาเกิดจากต้นทาง ไทยอยู่กลางทางไม่ใช่ประเทศปลายทาง หากมีการรับไว้มากๆ ชาวโรฮิงญาจากต้นทางก็จะมาที่ไทยมาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราต้องดูว่าเราจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน และถ้าชาวโรฮิงญาอยู่ในประเทศไทยนานเหมือนกับที่ศูนย์พักพิงอื่นๆ โดยมีการลักลอบออกมาทำงานข้างนอกและเกิดความสัมพันธ์กับคนไทยจนมีลูกหลานหรือเผ่าพันธุ์ที่ไม่เหมือนคนไทย ดังนั้นก็จะมีความแปลกผสมกัน เราจะต้องดูแลคนไทย เนื่องจากมีความยากจนอยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าใครจะดูแลชาวโรฮิงญาก็ตามแต่ก็ไม่รู้จะนำบุคคลเหล่านี้ไปไว้ไหนต่อไป ทั้งนี้ ต้องหาทางให้เขากลับไปประเทศต้นทางให้ได้ ส่วนใครจะรับหรือไม่นั้นผมไม่รู้และไม่อยากพูดว่าต้นทางมาจากไหน เพียงแต่ต้องผลักดันกลับประเทศต้นทางหรือประเทศที่สาม แต่ไม่ใช่ประเทศไทย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีบางฝ่ายออกแนวคิดจัดตั้งศูนย์พักพิงชาวโรฮิงญาเพิ่มขึ้นว่า หากจะตั้งก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมระหว่างรัฐบาลกับหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่ตนมีความเห็นว่าจะต้องดูแลไปสักระยะก่อนที่จะมีการผลักดันไปประเทศต้นทางและประเทศที่สาม แต่ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ว่าไทยจะเป็นม้าอารี เราเป็นประเทศพุทธที่ดูแลทุกคน แต่หากอะไรที่เป็นปัญหาระยะยาวเราไม่สอนให้คนไทยรังเกียจ ดังนั้นอย่าไปรังเกียจเขา เขาเป็นคนที่น่าสงสาร แต่เราจะดูแลเขาอย่างไรทุกคนต้องช่วยกัน รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงก็ลำบากใจ แต่ประเทศไทยต้องยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก โดยเราจะต้องหาทางออกที่ไม่เป็นปัญหากับเราในอนาคต แต่ต้องให้เขายอมรับด้วย เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่มีมนุษยธรรม อย่างไรก็ตามขอให้ใจเย็น เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้สามารถแก้ไขได้





