ญาติวีรชนพฤษภา35 จี้"ธาริต" ไขก๊อกพ้นเก้าอี้อธิบดีกรมดีเอสไอ อ้างเหตุกระบวนการยุติธรรมจะได้เดินหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 ได้แถลงการณ์ระบุว่า "ขอให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษลาออกจากตำแหน่ง" ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งในคดีการสลายการชุมนุมในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 สืบเนื่องจากวิกฤติความขัดแย้งในประเทศไทยที่ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2556 มีการอ้างประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของแต่ละฝ่าย ท่ามกลางความขัดแย้งกันของกลุ่มการเมืองต่างๆ อันอาจนำมาสู่ความรุนแรงและทางตันที่ไร้ทางออกของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 และภาคประชาชน จึงได้ร่วมมือกันที่จะออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง เพื่อหาทางออกจากทางตันของประเทศไทยร่วมกันและสร้างประชาธิปไตยเพื่อประชาชนที่แท้จริง เพื่อไม่ให้อนาคตของประเทศไทย ถูกผลักให้ไปสู่ทางตันหรือตกเป็นเรื่องเฉพาะของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่งเท่านั้น คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 จึงมีข้อเสนอ ดังนี้
ข้อที่ 1.จากกรณี นปช. ได้เรียกร้องให้รัฐบาลโดยให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกกฎหมายเป็นพระราชกำหนดนิรโทษกรรมความผิด คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 ยังขอยืนยันให้มีการออกเป็นพระราชบัญญัติโดยผ่านรัฐสภาเท่านั้น เพราะการออกเป็นพระราชกำหนดตามหลักการของ นปช. นั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องออกในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 เห็นว่า ประชาชนผู้เสียหายในทุกๆ เหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาลำบากมามากแล้ว สมควรมีการนิรโทษกรรมโดยออกเป็นพระราชบัญญัติ โดยยกเว้นแกนนำกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้นำเหล่าทัพ เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองและนำไปสู่การปรองดองของภาคประชาชนอย่างแท้จริง โดยขอเรียกร้องให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ที่มีอาจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธาน ช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อความไม่ล่าช้าและทำให้เหตุการณ์นี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ข้อที่ 2.จากเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญในอดีตที่ผ่านมา ไม่สามารถนำคดีเข้าสู่ศาลได้ การที่ปัจจุบันมีการพิจารณาคดีในชั้นศาลถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีทางการเมือง เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต และกรณีคดีการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 สืบเนื่องจากพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพการตาย ซึ่งศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งศาลในคดีไต่สวนการตายออกมาบางส่วนแล้ว ในคดีดังกล่าวนั้น รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์และศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตกเป็นคู่กรณีของความขัดแย้ง โดยมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเคยเป็นคณะกรรมการใน ศอฉ. ด้วยแต่กลับกลายเป็นผู้ทำสำนวนคดีการสลายการชุมนุมดังกล่าวเสียเอง จึงเข้าข่ายผู้เสียประโยชน์มาทำคดีที่ตนเองมีส่วนได้เสียเอง คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 จึงขอเรียกร้องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ลาออกจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนในทันที
นอกจากนี้ ในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าของหน่วยงาน มีอำนาจในการแทรกแซงการทำคดีต่างๆ และสามารถเรียกสำนวนหรือเอกสารต่างๆ ได้ด้วย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 จึงขอเรียกร้องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้แสดงสปริตลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไปตามปกติ ไม่เช่นนั้นแล้ว ผลของคดีจะออกมาอย่างไรสังคมก็จะไม่ยอมรับ เช่นเดียวกับผลของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ในสมัยรัฐบาล คมช. ที่เคยถูกกล่าวหาว่า เอาบุคคลที่เป็นคู่กรณีมาสอบสวนคดีความผิดที่ตนเองมีส่วนได้เสีย ซึ่งจะเป็นกรณีซ้ำรอยกัน
และข้อที่ 3 คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’ 35 ขอเรียกร้องไปยังแกนนำคนเสื้อแดง และคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ที่สนับสนุนรัฐบาลของคุณทักษิณที่มาจากการเลือกตั้งและได้รัฐบาลของคุณทักษิณที่มาจากคนเสื้อแดงเองแล้ว ขอให้กลุ่มคนเสื้อแดงช่วยไปบอกรัฐบาลว่า ต่อไปนี้ ต้องดำเนินการในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนโดยเร็ว โดยต้องหยุดทำเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ของตนเองไว้ได้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องปัญหาการคอร์รัปชั่นจากนโยบายของรัฐบาลตามที่เป็นข่าวไปทั่วเมืองไทยและในเมืองจีน ทั้งหมดเป็นภาระกิจของคนเสื้อแดงต้องไปบอกกับรัฐบาลที่ตนเองค้ำชู แล้วหันมาทำเรื่องของประชาชนที่ถูกเสนออย่างจริงจัง
ด้านนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา'35 กล่าวเสริมว่า ญาติพฤษภาเห็นด้วยในหลักการของ นปช. แต่ขณะเดียวกันไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่เสนอให้ออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม อย่างไรก็ดีเราข้อเรียกร้องให้ประชาชนได้ร่วมกันออกมาสนับสนุนการนิรโทษกรรมให้ประชาชน ยกเว้นกลุ่มแกนนำ ต่อนี้ไปในช่วงสัปดาห์หน้าญาคิพฤษภาจะเดินสายไปยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการปฎิรูปกฎหมายเป็นเจ้าภาพผลักดันพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมได้ช่วยเร่งดำเนินการในเรื่องนี้" นายอดุลย์ กล่าว





