ทีมกม.ปชป.เตรียมยื่นฟ้องศาลอาญา เอาผิด"ธาริต"พร้อมพวกรวม 4 คน สัปดาห์หน้า ข้อหาฆ่าคนตาย "อภิสิทธิ์-สุเทพ" มั่นใจเอาผิดได้
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลาในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฏหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยหลังหารือร่วมกับทีมทนายความและฝ่ายกฏหมายของพรรคนานกว่า2 ชั่วโมง ในการพิจารณาเพื่อดำเนินคดีกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีที่ยัดเยียดข้อกล่าวหา ฆ่าคนตายโดยเจตนาและเล็งเห็นผลจากการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมความไม่สงบในการชุมนุมของคนเสื้อแดงในระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค. ปี 53 ว่า จะยื่นฟ้องนายธาริต และพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ รวม 4 คน โดยนายอภิสิทธิ์ จะเป็นโจทย์ที่ 1 นายสุเทพจะเป็นโจทย์ที่ 2 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาและจะไม่ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพราะต้องการให้ศาลได้พิจารณาคดีนี้โดยเร็ว เพราะเห็นว่า ดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กลั่นแกล้ง ยัดเยียด ข้อหาให้บุคคลทั้งสอง ว่า เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล เพราะม. 17 ในพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินได้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและเจ้าหน้าที่รัฐผู้ที่ออกคำสั่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งในการออกคำสั่งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลแพ่งมีคำวินิจฉัย 2 ครั้งยืนยันว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นไปด้วยความไม่สงบ ผิดกฏหมาย มีอาวุธและส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐถูกยิงเสียชีวิต จนเกิดวิกฤตในบ้านเมือง ดังนั้นรัฐบาลในเวลานั้นซึ่งมีหน้าที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองก็มีอำนาจในการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐออกไปรักษาความสงบเรียบร้อยตามที่ได้ออกประกาศใช้ พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายถาวร กล่าวว่า นายธาริตและพวกรวม 4 คน มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ในฐานะบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ในฐานะนายกฯและรองนายกฯ ทั้งที่ทั้งสองคนได้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความสงบ แต่ดีเอสไอจงใจที่จะหลีกเลี่ยงเพื่อให้อำนาจในการดำเนินคดีอยู่กับตัวเองแทนที่จะส่งไปให้ ป.ป.ช. จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลที่ไม่ได้กระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา200 และ 157 นอกจากนี้ยังมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 309 ทำให้บุคคลทั้งสองสูญเสียเสรีภาพ ขณะที่ถูกเชิญตัวไปให้ถ้อยคำในฐานะผู้ถูกกล่าวหา โดยต้องอยู่ให้การกว่า 10 ชั่วโมง จึงจะฟ้องร้องรวมเป็นคดีเดียวกัน โดยจะยื่นฟ้องในสัปดาห์หน้าต่อไป ส่วนที่ไม่ยื่นฟ้อง ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ออกมาชี้นำคดีนี้ เพราะพยานและหลักฐานยังไปไม่ถึงตัว และยังไม่เข่าข่ายที่จะดำเนินคดีได้
"ส่วนตัวมั่นใจในการดำเนินคดีครั้งนี้ 100 % ในฐานะที่เป็นทั้งอัยการเพราะมีข้อเท็จจริงที่มัดแน่นที่สุดในการเอาผิดนายธาริตและพวก ส่วนคดีที่นายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ที่ตกเป็นผู้ต้องหาที่ดีเอสไอต้องส่งสำนวนต่อ ไปยังอัยการ เห็นว่า สุดท้ายก็ต้องสำนวนส่งไปให้กับป.ป.ช. หากไม่ส่งไปก็จะเป็นสำนวนที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และทางอัยการก็ต้องส่งสำนวนคืนให้ดีเอสไอ เพื่อให้ทางป.ป.ช.ทำหน้าที่ตามกฏหมาย จึงไม่ห่วงในเรื่องนี้ "นายถาวร กล่าว
นายถาวร กล่าวว่า จุดจบของนายธาริตที่ดำเนินการเรื่องนี้ว่าจะติดคุกหัวโตแน่นอน เพราะสำนวนการสอบสวนที่เป็นลายลักษณ์อักษรรวมทั้งกระบวนการสั่งสำนวน การแจ้งข้อกล่าวหา ทำให้นายธาริตดิ้นไม่ได้ เหมือนกับกรณีอดีตกกต.ชุด พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ที่ออกระเบียบให้จัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อช่วยเหลือบางพรรคการเมืองที่ลงสมัครเพียงพรรคเดียว จึงเห็นว่าชะตากรรมของนายธาริตไม่ต่างจากบุคคลเหล่านี้ เพราะคนที่รับใช้ระบอบทักษิณ ผมเห็นว่าถูกพิพากษาจำคุกมาแล้ว 2 กลุ่มคือ อดีตกกต.และพล.อ.ธรรมรักษ์ อิสรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม จึงอยากฝากไปยังนายธาริตและอัยการรุ่นน้องว่า อย่ามาบ่นในภายหลังว่า ระบบทักษิณไม่ดูแล เพราะเป็นถึงอธิบดีดีเอสไอที่ต้องใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือของกระบวนการยุติธรรมโดยยึดหลักนิติธรรม แต่กลับไปยึดผลตอบแทนความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จนในที่สุดต้องตกระกำลำบาก





