"ชำนิ" นำทีม 44 ส.ส. ปชป.ถูกดีเอสไอเรียกสอบเงินบริจาคเข้าพรรค แจงยิบทำตามกฏหมายฐานไม่บริจาคเงินเป็นเช็ค
นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร นายเกียรติ สิทธิอมร นายอภิรักษ์โกษะโยธิน นายเจริญ คันธวงศ์ และนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทน 44 ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหาจากดีเอสไอกรณีบริจาคเงินให้พรรคโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว
นายชำนิ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ดำเนินการโดยดีเอสไอนำเข้าสูที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษในการประชุมวันที่ 10 ต.ค.55 และมีมติอนุมัติให้การกระทำผิดดังกล่าวเป็นความผิดในคดีพิเศษ โดยอ้างเหตุเกิดจากปี 2550-2555 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานตามกฎหมาย จึงต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วยแม้ว่าจะมีการมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแทนก็ตามแต่ก็ยังไม่พ้นความรับผิดชอบตามกฎหมายอยู่ดี เพราะคดีนี้ไม่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษที่คณะกรรมการจะรับไว้เพื่อให้ดีเอสไอดำเนินการ
"ส.ส.ทั้ง 44 คน เตรียมที่จะทำหนังสือร้องเรียนถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษภายในสัปดาห์นี้เพื่อให้พิจารณาถอนเรื่องดังกล่าวออกจากการเป็นคดีพิเศษเนื่องจากไม่เข้าองค์ประกอบของกฎหมาย และควรปล่อยให้ กกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่โดยตรงเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้พรรคเห็นว่า พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีจงใจที่จะใช้อำนาจรัฐผ่านดีเอสไอเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อคุกคามพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ในวันที่ 13 ธ.ค. 55 ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ในกรณีนี้ไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ได้แจ้งต่อนายธาริตแล้วว่า ขอให้มีการเลื่อนการพิจารณาคดีนี้ออกไปเป็นช่วงปิดสมัยประชุม ซึ่งนายธาริตก็รับปาก แต่กลับมีการออกหนังสือเรียก ส.ส. 44 คนไปให้ปากคำอีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยเรียกตน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และนางอัญชลี วานิชเทพบุตร ไปให้ปากคำและเซ็นต์รับรองเอกสารแล้วก็น่าจะเพียงพอต่อการพิจารณาคดี ดังนั้น ส.ส.ทั้ง 44 คนจึงเตรียมทำหนังสือขอเลื่อนการให้ปากคำดังกล่าวออกไปจนกว่าจะปิดสมัยประชุมเพราะในช่วงเปิดสมัยประชุม ส.ส.มีภารกิจทั้งในสภา และการลงพื้นที่ จึงไม่สะดวกที่จะไปให้ปากคำกับดีเอสไอซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน และชัดเจนว่ามีเจตนาที่จะใช้อำนาจรัฐคุกคามคู่แข่งทางการเมือง"นายชำนิ กล่าว
นายชำนิ กล่าวว่า พรรคได้หักเงินสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส.และสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมถึงผู้บริหารพรรคเพื่อเป็นค่าบำรุงพรรคไม่ใช่เงินบริจาคเป็นรายบุคคลทั่วไปนั้น เป็นการหักค่าตอบแทนจากเงินประจำตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามที่กรรมการบริหารพรรคกำหนดไม่ใช่การบริจาคทั่วไปของสมาชิกพรรคหรือบุคคลภายนอกที่ต้องออกเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงินแต่เป็นเงินค่าบำรุงพรรคแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพรรค แต่กรณีที่ดีเอสไอเอามาเป็นประเด็นคือการบริจาค 2 หมื่นหรือเกินกว่า 2 หมื่นขึ้นไป ทั้งที่มีการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรายงานต่อ กกต.อย่างโปร่งใสตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยไม่เคยถูกท้วงติงว่าเป็นความผิด จึงเห็นว่าการนำเรื่องนี้มาเป็นคดีพิเศษเป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระ ทั้งที่กกต.ก็ยืนยันว่าไม่มีความผิดแล้ว แต่ดีเอสไอยังยืนยันที่จะดำเนินคดีให้เป็นความผิด ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายด้วยการเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณาอนุมัติให้เป็นคดีพิเศษ พรรคจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ถอนคดีนี้ออกจากคดีพิเศษปล่อยให้ กกต.ดำเนินการตามอำนาจที่มีอยู่ เพราะไม่ใช่อำนาจของนายกฯที่จะคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของตัวเอง





