วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปูดเอกสารก.พาณิชย์ หมดปัญญาจ่ายค่าแรง300

"มัลลิกา"ปูดเอกสารกระทรวงพาณิชย์ยอมรับหมดปัญญาจ่ายค่าแรง 300 ตามนโยบายรัฐบาล ให้ลูกจ้างร้านถูกใจได้แค่วันละ 200 บาท สะท้อนนโยบายล้มเหลว

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความล้มเหลวนโยบายค่าแรง 300 บาทของรัฐบาลว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและแรงงานมีฝีมือด้านเซรามิคจากจังหวัดลำปางและเชียงราย ว่า โรงงานเซรามิคส่งออกได้แจ้งเตือนให้ทราบถึงภาวะวิกฤติด้านต้นทุนของโรงงานและบางรายอาจจำเป็นต้องย้ายฐานการผลิตหรือหลายรายอาจปิดกิจการเลิกจ้างเพราะไม่มีกำลังย้ายฐานการผลิตได้

ขณะเดียวกันยังแบกรับต้นทุนจากค่าแรงงาน ค่าขนส่ง ค่าพลังงาน และค่าแก้ส ซึ่งเป็นกำลังหลักของการผลิต แล้วไม่มีแนวโน้มจะลดลง ดังนั้นชะตากรรมของแรงงานในถิ่นจึงขึ้นอยู่กับการที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และสภาอุตสาหกรรมขอเจรจาต่อรัฐบาล ก่อนจะมีกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจประชุมติดตามอีกครั้งในวันพุธ ที่ 16 มกราคม 2556 นี้

นางสาวมัลลิกา กล่าวว่า ล่าสุดเอสเอ็มอีที่พยายามเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ตั้งกองทุนชดเชยเงินส่วนต่างค่าแรงขั้นต่ำแต่รัฐบาลไม่ตอบรับนั้น ทางทีดีอาร์ไอได้ทำการวิจัยพบว่ากระทบจีดีพีประเทศ 1.7% โดยเกษตรกรได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะต้นทุนการผลิตเพิ่ม 21.7-29.99 % ด้านก่อสร้างเพิ่มขึ้น 7-10% ยังไม่นับอุตสาหกรรมด้านอื่น

นอกจากนี้ ค่าครองชีพประชาชนจะเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ค่าทางด่วนจะเพิ่มอีก 5 บาท ค่าพลังงาน ซึ่งทำให้ประชาชนเผชิญกับปัญหารายจ่ายที่มากขึ้น ขณะที่รายได้ของประชาชนกำลังจะลดลงหรือไม่มีรายได้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเบี้ยวสัญญาที่ให้ไว้กับเกษตรกรสวนปาล์มที่จะรับซื้อในราคา 4 บาทแต่ยังไม่มีการดำเนินการตามสัญญา และยังต้องเอาเงินภาษีประชาชนไปแก้ปัญหากับนโยบายที่ผิดพลาดของตัวเองในการนำเข้าน้ำมันปาล์มเพื่อดูดซับส่วนเกินในตลาดที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล

น.ส.มัลลิกา ยังได้แสดงหลักฐานเป็นเอกสารของสำนักบริหารกิจการการค้าภูมิภาค ของการค้าภายในจังหวัดแห่งหนึ่ง ที่รายงานส่งหน่วยงานต้นสังกัดเมื่อเดือนตุลาคม 2555 สรุปรายงานการจ้างแรงงานพนักงานร้านค้าถูกใจของกระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาลเอง ในราคาวันละ 200 บาท ไม่ใช่ 300 บาทตามที่ประกาศโยบาย แสดงให้เห็นว่าแม้แต่โครงการของรัฐบาลเองยังจ้างแรงงานวันละ 200 โดยระบุว่างบประมาณจำกัด