วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทบ.รับหงุดหงิด ทนไม่ได้กองทัพโดนด่า

"ประยุทธ์"ให้โอวาทงานสถาปนา"ทภ.1" รับหงุดหงิด ทนไม่ได้"กองทัพ"โดนด่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)เป็นประธานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบ 103 ปี ได้กล่าวให้โอวาทกับกำลังพลว่า ขอบคุณตัวแทนจากกำลังพลกองทัพภาคที่ 1 ทุกภาคส่วนที่ให้กำลังใจ จะทำหน้าที่ต่อไป สิ่งที่อยากฝากไว้ในกองทัพคือช่วยกันทำให้เป็นกองทัพที่เข็มแข็ง ชาญฉลาด ทันสมัย และมีวิสัยทัศน์ในอนาคต วันนี้ทุกคนบอกว่า เรารักประเทศไทย แต่บางคนบอกว่า ไม่ชอบนั่น ไม่ชอบนี่ แต่ไม่ทำอะไร ไม่ช่วยเจ้าหน้าที่ ไม่ไปป้องปราบปรามคนเหล่านี้ ถ้าท่านช่วยเราจะดีขึ้น คิดว่า วันนี้ทุกคนน่าคลี่คลายปัญหาต่างๆให้ได้โดยเร็ว ส่วนเรื่องเกียรติยศศักดิ์ศรีของกองทัพ ผมก็ไม่เห็นใครมาดูถูกกองทัพ เว้นแต่มีคนบางกลุ่ม บางพวกว่า ไม่รู้เจตนาว่า จะทำไปเพื่ออะไร ผมต้องขอโทษสังคมว่า ผมอาจแสดงกริยาหงุดหงิดไปหน่อย แต่ผมพูดแบบทหาร ผมพูดแรงไปนิดหน่อย ต้องรู้จักนิสัยผม ส่วนทหารที่ออกไปที่หน้าสำนักพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการนั้น ผมก็เรียกมาสอบสวนหลายหน่วย โดยเขาบอกว่า เขาขออนุญาตไป โดยไม่น่าผิดอะไร เพราะเขาไปนอกเวลา ไม่ได้ถูกเกณฑ์ไป เป็นการพูดคุยระหว่างเพื่อนๆ เพราะเพื่อนเขาเสี่ยงชีวิต เสียชีวิต บาดเจ็บอยู่ที่เขาพระวิหาร เขาถามผมกลับมาว่า จะรู้สึกอย่างไร ผมจึงบอกว่า ทราบแล้ว และเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผบ.ทบ.จะทำความเข้าใจเอง ขอให้อดทน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นคนสั่งเขาออกไป ตนห้าม และให้เขากลับมาอยู่ในระเบียบวินัย ประวัติศาสตร์จะสอนเราจนถึงทุกวันนี้ ต้องเอาบทเรียนต่างๆมาแก้ให้ได้ อย่าบอกว่า ไปห้ามเรื่องการออกมาชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร เพราะต้องกำหนดบทบาทของทหารให้ชัดเจน คือ ทหารเป็นเจ้าหน้าที่และประชาชน ตราบใดที่แต่งเครื่องแบบอยู่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ถ้าไม่มีหลักตรงนี้ก็ทำงานไม่ได้ ต้องรักษากองทัพไว้ตรงกลาง ให้เป็นกองทัพที่ดูแลบ้านเมืองได้ แต่ห้ามใจคนไม่ได้ จิตใจแต่ละคนห้ามไม่ได้ ถ้าสิ่งใดก็ตามที่บางคนบอกว่า ทำให้กองทัพอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง แต่ยังยืนยันได้ว่า ทหารทุกคนพร้อมทำงานและทำหน้าที่ กองทัพ คือกองทัพและตน กองทัพไม่ใช่ของตน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยในชาตินี้ทุกคน ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร

"เราเป็นศัตรูกับคนที่รุกราน ไม่ได้เข้าข้างโน้น ข้างนี้ วันนี้ผมเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่มีใครรู้จิตใจผมได้ ดังนั้นอย่ามาเขียนอะไรที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านมา ลูกน้องได้แสดงความรู้สึกไปแล้ว ผมโกรธเคืองใครไม่ได้ เพราะผมเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว อาจพูดไม่เพราะอยู่บ้าง แต่เป็นนิสัยผม เพราะอยู่ทหารมาทั้งชีวิต 36 ปี เอะอะโวยวายตลอด แต่ไม่เคยด่าใครเสียหาย ไม่เคยเอ่ยชื่อด่าใครโดยตรง การที่ทหารออกไปเพื่อปกป้องเกียรติ ศักดิ์ศรี ไม่ได้เป็นการคุกคามสื่อ ถ้าผมคุกคามสื่อคงไม่มายืนพูดมากขนาดนี้ เพราะผมรักท่าน เชื่อมั่นว่า เป็นท่านเป็นสื่อที่ดี เข้าใจ ถ้าเราไม่ดูแลซึ่งกันและกัน แล้วถามว่า สื่อจะเอาข่าวที่ไหนไปเขียน ถ้าผมไม่ร่วมมือ ไม่รักท่าน เราเป็นทหารของประชาชน แต่บางเรื่องอยากให้สื่อช่วยรักษาสิทธิให้ผมหน่อย ผมบอกผู้ใต้บังคับบัญชาไปแล้วว่า อย่าทำอีก"ผบ.ทบ.กล่าว

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรตอบโต้ผบ.ทบ.ด้วยถ้อยคำรุนแรง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "อย่าไปเอ่ยชื่อเขาเลย ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมก็เป็นใหญ่ ต่างคนต่างเป็นผู้ใหญ่ เรารู้ว่า อะไรควร หรือไม่ควร ทั้งนี้ผมไม่ได้ห้ามนักข่าวเอเอสทีวีไม่ให้มาทำข่าว ที่ผมเอ่ยชื่อหนังสือพิมพ์แต่ผมไม่ได้ด่าใคร ผมพูดแบบทหาร เป็นธรรมดา ขอโทษด้วยถ้ารู้สึกว่า ดูถูกเหยียดหยามกันมากเกินไป ผมเป็นผู้ใหญ่ก็ขอโทษ ซึ่งขณะนี้ผมควบคุมอารมณ์แล้ว ไม่อย่างนั้นจะยิ่งกว่านี้ ลูกน้องรู้ว่า แม้ผมเสียงดัง แต่ผมไม่ใช่คนใจร้าย เป็นคนใจดี"

เมื่อถามว่า การที่ผบ.ทบ.ขอโทษแสดงว่าผบ.ทบ.ยอมถอยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่ได้เดินไปข้างหน้าและถอยหลัง ผมขอโทษแทนลูกน้องผม ไม่ได้ขอโทษคนอื่น เพราะไม่ได้ทำความผิดกับใคร ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร อยากให้เข้าใจทหาร อะไรที่หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน เคยเห็นไก่ตรุษจีนไหม ไม่รู้ว่า จะจิกตีกันไปทำไม ผมไม่อยากเป็นไก่ตรุษจีน ดังนั้นผมออกมานอกเข่งดีกว่า"

เมื่อถามว่า ถูกกล่าวหาเช่นนี้รู้สึกน้อยใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องมี เพราะเป็นปุถุชนก็มีโกรธบ้าง น้อยใจบ้าง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องมานับหนึ่งถึงสิบ ตอนนี้ถึงร้อย ถึงพัน ถึงหมื่นแล้ว บอกลูกน้องให้อดทนแล้วก็ยิ้มเข้าไว้ เมื่อถามต่อไปว่า มีหลักคิดอย่างไรที่คิดเช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลักคิดคือจะทำอย่างไรให้กองทัพอยู่ได้เพื่อแก้ไขปัญหาของชาติ บ้านเมือง ทำอย่างไรที่กองทัพจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส ดูแลปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน นั่นคือสิ่งที่เรายืนอยู่ทุกวันนี้ เราเอนไปข้างไหนไม่ได้ เรารู้ว่าเราเป็นเป้าในการติดตาม เอาใจช่วย และ มีคนไม่เข้าใจบ้าง แต่เชื่อว่าเวลาจะทำให้ทุกคนเข้าใจได้ ขอร้องว่าอะไรที่ไม่ดีก็บอกว่า พร้อมรับฟัง และพยายามจะไม่หงุดหงิด