วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุติธรรมแจงขอโอนตัววีระ-ราตรีกลับไทย

ยุติธรรมแจงขอโอนตัววีระ-ราตรีกลับไทย ส่วนกัมพูชาขอโอนตัวนักโทษสัญชาติกลับ 2 ราย ตรวจสอบชัดไม่ได้ต้องโทษในคดีความมั่นคง

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าทางการกัมพูชาจะขอให้ไทยโอนตัวสายลับ ข้อหาจารกรรม ซึ่งเป็นนักโทษคดีความมั่นคงเพื่อแลกเปลี่ยนกับการโอนตัวนางราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ และการอภัยโทษนายวีระ สมความคิด ว่า ตามปกตินักโทษในคดีความมั่นคงไม่อยู่ในข่ายให้มีการโอนตัวนักโทษตามสนธิสัญญา

อย่างไรก็ตาม การขอโอนตัวนักโทษระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นช่องทางการดำเนินงานปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากการลงนามในสันธิสัญญาโอนตัวนักโทษคดีอาญาระหว่าง 2 ประเทศ ในส่วนของประเทศไทยหากมีคนไทยไปต้องโทษจำคุกในต่างประเทศ จะประสานขอให้โอนตัวกลับมารับโทษที่เหลือต่อในประเทศไทยทุกราย เช่นเดียวกับทางการกัมพูชาที่จะประสานขอให้โอนตัวนักโทษชาวกัมพูชากลับประเทศเช่นกัน โดยจะขอผ่านขั้นตอนทางการทูต ผ่านช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นจะส่งเรื่องมายังคณะกรรมการโอนตัวนักโทษ ซึ่งมีนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน มีผู้แทนศาลอาญา อัยการ ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ

นายกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับรายน.ส.ราตรีและนายวีระ พ่อแม่ของนักโทษทั้ง 2 ราย ได้ยื่นคำร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมประสานขอให้มีการโอนตัวนักโทษ โดยล่าสุดน.ส.ราตรีรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 จึงมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ที่จะมีการโอนตัวกลับได้ ส่วนนายวีระได้รับอภัยโทษ 6 เดือน เมื่อรวมโทษจำคุกแล้วยังรับโทษไม่ถึง 1 ใน 3 คือ ยังรับโทษไม่ครบ 2 ปี 10 เดือน จากโทษจำคุกทั้งสิ้น 8 ปี

ด้านนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการโอนตัวนักโทษเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาขอโอนตัวนักโทษระหว่างไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายไทยขอให้กัมพูชาโอนตัวนักโทษสัญชาติไทยกลับมารับโทษต่อในประเทศไทย รวม 5 ราย โดยในจำนวนดังกล่าว 2 ราย คือนายวีระและน.ส.ราตรี ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาขอให้ไทยโอนตัวนักโทษสัญชาติกัมพูชากลับประเทศ 2 ราย ซึ่งตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติแล้วพบว่าไม่ใช่นักโทษในคดีความมั่นคงและต้องโทษมาแล้ว 1 ใน 3