วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักก.ม.ชี้3ปมคดีพระวิหาร เชื่อศาลโลก'ไม่รับตีความ'

'นักกฎหมาย' ถอด 3 ปมมาตรการคุ้มครองชั่วคราวคดีปราสาทพระวิหาร เชื่อศาลโลกไม่รับตีความตามคำขอของกัมพูชา เหตุ50ปีไม่มีความขัดแย้งเรื่องพื้นที่

ความคืบหน้ากรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) นัดคู่ความทั้งไทยและกัมพูชานำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงต่อศาลช่วงกลางเดือน เม.ย.2556 ก่อนมีคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายปี จนมีหลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวลว่าไทยอาจแพ้คดีรอบ 2 และต้องสูญเสียพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้น

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระซึ่งเคยทำงานด้านกฎหมายในคดีพิพาทระหว่างประเทศบนศาลโลก กล่าวว่า คดีที่กัมพูชายื่นฟ้องเมื่อปี 2554 เป็นกระบวนพิจารณาสืบเนื่องจากคดีเดิมซึ่งพิพากษาเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 โดยในวันที่ 15-19 เม.ย.นี้ ศาลจะนัดทั้ง 2 ประเทศไปชี้แจงข้อเท็จจริงครั้งสุดท้าย และจะนัดอ่านคำพิพากษา คาดว่าเป็นช่วงเดือน ต.ค.หรือปลายปี 2556

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าศาลจะไม่รับตีความตามคำร้องขอของกัมพูชา เพราะหากพิจารณาตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล มีประเด็นน่าสนใจอยู่ตรงย่อหน้าที่ 31 เหมือนศาลได้ใบ้ไว้แล้วว่ามีประเด็นที่อาจนำมาตีความ 3 ประเด็น คือ 1.บริเวณใกล้ตัวปราสาทพระวิหารซึ่งอยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา (in its vicinity on Cambodian territory) ว่ามีความหมายและขอบเขตอย่างไร 2.ไทยยังคงมีพันธกรณีถอนกำลังต่อเนื่องหรือไม่ หรือปฏิบัติเสร็จสิ้นไปในคราวเดียวแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 และ 3.คำพิพากษาถือเส้นตามแผนที่ในภาคผนวก 1 ให้ผูกพันในฐานะพรมแดนไทย-กัมพูชาหรือไม่

"หากศาลจะตีความก็อาจตีความเฉพาะข้อ 1 กับข้อ 2 แต่ข้อ 3 จะไม่ตีความอย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องแผนที่ 1:200,000 ซึ่งเป็นแผนที่ที่จัดทำโดยฝรั่งเศสฝ่ายเดียว และไทยได้โต้แย้งเรื่องนี้มาโดยตลอด หรือศาลอาจไม่ตีความทั้ง 3 ประเด็นก็ได้ เพราะเรื่อง vicinity มันจบไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 ที่เราไปล้อมรั้วลวดหนาม และเข้าใจตรงกันว่านั่นคือ vicinity" นายวีรพัฒน์ กล่าว

ส่วนกรณีที่หลายคนมองว่าถ้าแพ้คดีรัฐบาลจะอยู่ไม่ได้นั้น นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วที่รีบเปิดประเด็นตั้งแต่ต้นปี 2556 เพราะเมื่อมีกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ ก็จะเคลื่อนไหวยาวประมาณ 9-10 เดือน กว่าศาลจะตัดสินก็ราวสิ้นปี ถ้ารัฐบาลเก็บเงียบไว้ไม่พูดอะไร แล้วเมื่อใกล้วันตัดสินค่อยมาเปิดเผย จะเป็นประเด็นให้มีการชุมนุมต่อต้านมากขึ้น

"ผมอยากฝากไปกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาล ให้มีการจัดเสวนาวิชาการร่วมระหว่างนักวิชาการไทยกับกัมพูชา เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนของทั้งสองประเทศ เพราะไม่ว่าศาลโลกจะตัดสินออกมาอย่างไร ไทยกับกัมพูชาก็ต้องหันหน้ามาเจรจากันอยู่ดี" นักกฎหมายอิสระ กล่าว

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) วานนี้ (12 ม.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงคดีปราสาทพระวิหารว่า ทบ.จำเป็นต้องแก้ปัญหาตามแนวทางกรอบกติกา ข้อตกลงพันธสัญญา และคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการแก้ปัญหาในระดับของ ทบ.ได้จัดทำแผนการปฏิบัติไว้หลายแนวทาง ครอบคลุมในทุกมิติ มีทั้งที่สามารถเปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียต่อการแก้ปัญหาโดยรวม

ทั้งนี้ ทบ.นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยืนยันพร้อมรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน สื่อ รวมถึงกลุ่มพลังต่างๆ ที่จะสามารถเสริมให้องค์กรได้บรรลุถึงประสิทธิผล จนนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของประเทศ และที่สำคัญเพื่อความพึงพอใจของประชาชนในสังคมส่วนรวมด้วย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและกฎกติกาของบ้านเมือง

วันเดียวกัน ที่บ้านโศกขามป้อม ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แกนนำกลุ่มธรรมยาตรา นำโดย นายสมาน ศรีงาม นายผัน กิ่งแสง และนายศิริ จัตตะโคตร ได้เปิดเวทีปราศรัยทวงคืนปราสาทพระวิหาร มณฑลบูรพา โดยใช้อนุสัญญาโตเกียว และตั้งจุดประสานงานดังกล่าวเป็นหมู่บ้านสมัชชาธรรมยาตราพิทักษ์สยาม

นายผัน กล่าวว่า นายสมานได้นัดชุมนุมใหญ่ และมีการเปิดเวทีปราศรัยแถลงความจริงจุดยืนของการนัดชุมนุมซึ่งประชาชนควรทราบ และจะต้องออกมาปกป้องร่วมกัน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ อ.กันทรลักษ์ เพราะทุกคนจะต้องสูญเสียดินแดนหากไม่รับรู้การรุกรานของต่างชาติ โดยภายหลังจากเปิดเวทีชี้แจงความจริง แกนนำจะได้ประชุมหารือร่วมกันถึงแนวทางการดำเนินการ และจะมีการออกแถลงการณ์ จากนั้นจึงจะกำหนดทิศทางการนัดชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ "การชุมนุมของพวกผมเพื่อการรักษาอธิปไตยของชาติ และยืนยันจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน" นายผัน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มธรรมยาตรากอบกู้รักษาผืนแผ่นดินไทยในกรณีเขาพระวิหารและมณฑลบูรพา และกลุ่มกำลังแผ่นดิน ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกต่อ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดออกมารับหนังสือแทน โดยในข้อเรียกร้องที่เสนอคือ ให้ไทยกลับไปใช้อนุสัญญาโตเกียว ค.ศ.1941 เพื่อต่อสู้ในชั้นสหประชาชาติและศาลโลกต่อไป