วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรินทร์'แจงให้อาเซียนเห็นความสำคัญภูมิภาค

คำต่อคำ:"ดร.สุรินทร์"ให้สัมภาษณ์จากกรุงจาร์กาตาในการส่งมอบเลขาธิการอาเซียน และงานที่จะทำต่อไปในอนาคต น่าสนใจยิ่ง

นายทนง ขันทอง บรรณาธิการเดอะเนชั่น สัมภาษณ์ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ หลังพ้นตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน ในรายการตรงประเด็นของ"กรุงเทพทีวี" เรื่อง งานที่ส่งต่อเลขาอาเซียนคนใหม่

ถาม: วันนี้ที่กรุงจาร์กาตาเป็นอย่างไรในพิธีการส่งมอบอำนาจให้กับผู้นำคนใหม่ ดร.สุรินทร์ ได้มีการพูดคุยหรือว่าให้การบ้านกับผู้นำคนใหม่ไหม

ตอบ :ก็เล่าให้เขาฟังถึงความสำคัญในประเด็นต่างๆ ที่อาเซียน และอาเซียนเซคเคททาเรีย หรือสำนักเลขาธิการอาเซียนได้พยายามที่จะผลักดัน 5 ปีที่ผ่านมาที่ผมได้รับเกียรติให้เป็นผู้ดูแล อันแรกที่สำคัญที่สุดก็คือ พยายามที่จะให้อาเซียนเป็นที่รู้จักของประชาชนชาวอาเซียน 600 ล้านคน และประชาคมโลก และสถาบันองค์กรต่างๆ ที่เขาจะมีส่วนร่วมในการสร้างประชาคมของเรา ซึ่งมีกำหนดว่าปี 2015 จะเป็นประชาคมและก็มีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคนี้ อันที่ 2 ก็คือเรื่องของความสำคัญในการที่จะสร้างความสมดุล ระหว่างมหาอำนาจต่างๆ ที่เข้ามาในภูมิภาค ซึ่งภูมิภาคของเรากลายเป็นจุดศูนย์รวมของกิจกรรมกิจการต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านการลงทุน ทางด้านการผลิตอุตสาหกรรม ทางด้านการบริการต่างๆ เป็นตัวจักรในการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกขึ้นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะถ้าเรารวมตัวกันได้และเป็นกลางในการที่จะให้เกิดบูรณาการกันจริงๆ เราก็จะมีส่วนช่วยประชาคมโลกทั้งหมด ถ้าเรามีความขัดแย้ง มีความเผชิญหน้ากัน หรือแม้แต่หมาอำนาจจากข้างนอกมาเผชิญหน้ากัน มันก็จะทำให้ภาระหน้าที่ของเราในการที่จะเป็นแกนกลางจะถูกบั่นทอนลง ก็เป็นสิ่งที่จะต้องร่วมมือกัน แสวงหาสมดุลใหม่ในภูมิภาคของเราด้วย

ถาม :ถ้าเกิดจะเปรียบเทียบกับภาระหน้าที่คนใหม่ นายมิน ที่จะดูแลปัญหาของอาเซียนใน 5 ปีข้างหน้า กับสิ่งที่ 5 ปี ที่ดร.สุรินทร์ได้วางพื้นฐานมาอันไหนจะท้าทายกว่ากัน ระหว่าง 5 ปีที่แล้ว กับ 5 ปีข้างหน้า

ตอบ:5 ปีที่แล้วเราอยู่ในช่วงที่พยายามประคองตัวท่ามกลางความเปลียนแปลงของประชาคมโลก แล้วก็ตั้งหลักใหม่โดยการกฎบัตรของอาเซียน เพราะฉะนั้นเป็นการเตรียมการเป็นการวางฐานวางราก ต่อไปนี้เป็นการก่อร่างสร้างตัวขึ้นเป็นเสาหลัก และก็ขึ้นเป็นบ้านหลังใหม่ให้กับภูมิภาค เพราะฉะนั้นสิ่งท้าทายมันต่างกัน ตอนที่ผมเข้ามาเมื่อ 2008 การแข่งขันกันในเรื่องของความพยายามที่จะวางตัววางท่าทีให้ได้เปรียบระหว่างมหาอำนาจ นอกภูมิภาคมหาอำนาจ ในภูมิภาคมันยังไม่เกิดขึ้น ช่วงนั้นพอดีที่เกิดการภาวะตกต่ำ ระส่ำระสายของ ศก.ทางตะวันตกเขา เพราะฉะนั้นเราเตรียมที่จะตั้งหลักเพื่อประคองตัวเรา และก็ประคองได้ดีพอสมควร แต่ต่อไปนี้ นอกจากพยายามที่จะเอาประโยชน์จากสถานการณ์โลกและการฟื้นฟูของเศรษฐกิจโลกแล้ว ยังต้องพยายามสร้างความสมดุลทางด้านยุทธศาสตร์ในภูมิภาคของเราเองด้วย ซึ่งไม่ง่ายนัก

ถาม :จากการพูดคุยในแวดวงต่างๆ ส่วนมากจะให้คะแนน ดร.สุรินทร์ ค่อนข้างที่จะดีในการที่จะเป็นผู้นำพาสำนักเลขาฯ อาเซียน และนำพา เลขาฯ อาเซียนให้เป็นที่รู้จักของโลก

ตอบ :ขอบคุณครับ ได้รับเทรนนิ่งที่ดีจากการเมืองไทย จากการได้รับผิดชอบมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็น รมต.ต่างประเทศไทย ซึ่งอันนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านชวน หลีกภัย ท่านอานันท์ ปันยารชุน ซึ่งคอยให้กำลังใจ คอยแนะนำ ให้ข้อคิดตลอดเวลาในการประคองตัว 5 ปีที่ผ่านมา

ถาม :สิ่งที่ ดร.สุรินทร์พูดก่อนหน้านี้ว่าปัญหาที่ท้าทายของอาเซียน คือความสามารถในการรักษาสมดุลท่ามกลางการชิงไหวพริบกันของมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ และก็จีน เมื่อเร็วๆ นี้เราก็เห็นว่า นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ มาเยือนไทย นายเวิน เจีย เป่า ก็มาเยือนไทย และอาทิตย์ข้างหน้านายกฯ ญี่ปุ่นก็จะมาเยือนไทย เยือนภูมิภาคนี้ แสดงว่าภูมิภาคนี้เนื้อหอมมากๆ สำหรับประเทศที่มหาอำนาจแล้ว เราจะสร้างความสมดุลนี้ยังไง

ตอบ: เหตุผลเพราะว่ามันไม่มีแกนกลางและองค์กรใดนอกเหนือจากอาเซียนในการที่จะสร้างกลไก สร้างสถาบันกระบวนการที่จะประคองความสมดุลเสถียรภาพในภูมิภาค เราไม่เหมือนยุโรป เขามีกันมานาน เขาสร้างกันมานาน แต่ของเรานั้น มีแต่อาเซียนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเวทีอาเซียน คือเวทีที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกฝ่ายที่จะเข้ามา และเข้ามาอย่างชอบธรรม ก็ต้องเข้ามาบนเวทีอาเซียน เพราะมันไม่มีเวทีอื่น เราก็ตกอยู่ในฐานะที่จำเป็นจะต้องช่วยประคับประคองภูมิภาคนี้ ความขัดแย้งและความตึงเครียดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ระหว่างประเทศในภูมิภาคของเราเองและประเทศนอกภูมิภาคที่เข้ามาหาโพสิชั่นของตัวเอง จึงตกเป็นหน้าที่ของอาเซียน เพราะฉะนั้นทุกคนจึงมุ่งที่จะมาอาเซียน และประเทศที่สำคัญของอาเซียน

ถาม: แต่ถ้าดูเนื้อหาของการประชุมอาเซียนที่ผ่านมา เนื่องจากว่าผลประโยชน์ของแต่ละประเทศในสมาชิกไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นทำให้การรวมตัวกันหรือว่าความเป็นเอกภาพของอาเซียนค่อนข้างที่จะมีปัญหาว่า ไหนจะต้องเอาใจจีนบ้าง สหรัฐบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ดร.สุรินทร์ มองยังไงว่าเอกภาพของอาเซียนจะทำยังไงแลกกับผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ

ตอบ: ผมพยายามที่จะให้สมาชิกของอาเซียนเห็นความสำคัญของภูมิภาค พยายามที่จะลดผลประโยชน์เฉพาะหน้าเฉพาะส่วน ในกฎบัตรอาเซียนบอกว่า ในสถาบันและองค์กรต่างๆ กลไกต่างๆ ที่สร้างขึ้นในอาเซียน มีสำนักเลขาธิการเท่านั้นที่มีภาพรวมเป็นภาพของภูมิภาค เป็นภาพของอาเซียน เพราะฉะนั้นจึงได้มอบความไว้วางใจว่าให้สำนักเลขาธิการเป็นผู้สืบสาน พยายามที่จะดึงกลไกต่างๆ เข้ามารวมตัวกันเพื่อจะนำไปสู่เพอร์สเปคทีฟของภูมิภาค มองจากภาพของภูมิภาค ผลประโยชน์ของภูมิภาค เพื่อผลระยะยาวของเราทั้งหมดโดยส่วนรวม มันก็ไม่ง่ายนัก เพราะว่าหลายประเทศยังมีความเห็นไม่ตรงกัน และยังมีผลประโยชน์เฉพาะส่วนเฉพาะหน้า ก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ ถึงได้เสนอว่าบทบาทหน้าที่ ภารกิจและอำนาจของสำนักเลขาธิการจะต้องได้รับการเพิ่มพูน เพื่อให้มีบทบาทมากขึ้น เพื่อที่จะเป็นผู้แสวงหาทางออกกับปัญหาต่างๆร่วมกัน เหมือนกับองค์กรภูมิภาคอื่นๆ ที่สำนักเลขาธิการและตัวเลขาธิการมีอำนาจและมีบทบาทมากขึ้น อันนี้คือเรื่องที่ผู้นำสูงสุด รัฐมนตรีเขากำลังพิจารณากันอยู่ตามข้อเสนอแนะของผม

ถาม :อยากจะให้เปรียบเทียบการรวมตัวกันของสหภาพยุโรป กับการรวมตัวกันของภูมิภาคอาเซียน ยุโรปปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องจากความเหลื่อมล้ำ ความพัฒนาที่ไม่เท่ากันระหว่างยุโรปเหนือกับยุโรปใต้ ยุโรปใต้มีปัญหาการขาดดุลท้ายสุดนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจต่อไป ทางอาเซียนก็มีการรวมตัวกันในลักษณะนี้ เราก็เห็นว่ามีความแตกต่างกันในความเหลื่อมล้ำ อย่างอินโดจีน หรือพม่า กับประเทศที่พัฒนาอย่างไทย ฟิลิปปินส์ หรือว่ามาเลย์ ต่อไปเราจะมีปัญหาคล้ายๆ กันหรือเปล่า

ตอบ :ของเรายิ่งกว่ายุโรปอีก ของเรานอกจากความเหลื่อมล้ำทางด้าน ศก.แล้ว ยังมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของระบบการเมืองการปกครอง เรื่องของค่านิยม วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา ประวัติศาสตร์ทุกอย่าง เพราะว่าการเข้ามาเป็นสมาชิกของอาเซียนนั้นมีเงื่อนไขอย่างเดียว หรือคุณสมบัติอย่างเดียวคือให้อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกนั้นเราพยายามที่จะประคับประคองและรวมตัวกันท่ามกลางความแตกต่างเหล่านี้ จึงยากกว่ายุโรป แต่ทั้งๆ ที่ยากกว่าเราก็อยู่กันได้ 45-46 ปีแล้ว และกำลังพยายามที่จะบูรณาการเข้าหากันให้มากยิ่งขึ้น ผมพูดอยู่ตลอดเวลาว่า อียูนั้นเป็นแรงดลใจ แต่ไม่ใช่ตัวแบบ ไม่ใช่โมเดลกับอาเซียน อาเซียนจะพยายามทำในสิ่งที่เราทำได้ และในสิ่งที่มันเป็นไปได้ในทางปฏิบัติทีละขั้นทีละตอน ทีละเรื่อง ไม่เร็วไม่ก้าวกระโดด เราต้องอยู่กันได้

ถาม: ดร.สุรินทร์ วางอนาคตตัวเองยังไง จะกลับมาเล่นการเมืองไทยหรือเปล่า หรือว่าจะยังคงอยู่ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศอีกต่อไป

ตอบ: ผมเปิดตัวสำหรับโอกาสทุกด้าน ไม่ได้ปิดตัวเอง ขณะนี้มีข้อเสนอจากข้างนอก สถาบันการศึกษาในหลายประเทศให้ไปเป็นอาจารย์พิเศษ ธรรมศาสตร์ซึ่งแต่งตั้งให้เป็นธรรมศาสตราภิชาน ซึ่งไปรับตำแหน่งมาเมื่อวานนี้เอง แล้วก้องค์กรระหว่างประเทศ หลายอันก็แสดงความสนใจว่าอยากจะให้เข้าไปช่วย เพราะฉะนั้นยังไม่จำกัดตัวเอง