2 สส.ปชน.เดือด สวนกลับ ผช.โฆษกรัฐบาล 'ปิยรัฐ' ขอบคุณเอาหลักฐานชิ้นสำคัญมาโชว์ ขีดเส้นหรานายกฯไม่ได้สั่ง อธิบดี ปค.ไปแจง กมธ. 'ไอซ์' ซัดแรงดิ้นเหมือนสุนัขโดนน้ำร้อน
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2 สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้แก่ นายปิยรัฐ จงเทพ และ น.ส.รักชนก ศรีนอก โพสต์ภาพและเอกสารผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้ น.ส.อุบลรัตน์ เถาว์น้อย ผู้ช่วยโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี และพิธีกรดำเนินรายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน" ถึงกรณีการอ้างเอกสารคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ให้อธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง "โกงสอบท้องถิ่น"
โดยนายปิยรัฐ ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า ต้องขอบคุณทีมโฆษกรัฐบาล ที่นำเอกสารที่อ้างว่า เป็นคำสั่งการของนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้ อธิบดีมาชี้แจง กมธ. แล้ว ต้องขอบคุณหลักฐานชิ้นสำคัญชุดนี้จริงๆ เพราะสิ่งที่ทีมโฆษกรัฐบาลนำมาแถลงและอ้างว่าเป็น คำสั่งรัฐมนตรีสั่งให้อธิบดีไปตอบ กมธ.นั้น เป็นการบิดเบือนเอกสารราชการอย่างแน่นอน
นายปิยรัฐ ระบุอีกว่า ถ้าเปิดดูเอกสารแผ่นที่โชว์ บันทึกข้อความลงวันที่ 14 ต.ค. 69 มีข้อความระบุชัดเจนว่า อธิบดีกรมการปกครองรายงานว่าติดภารกิจน้ำท่วม จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ได้ แล้วท่านรัฐมนตรีก็เซ็นคำสั้นๆ ลงวันที่ 21 ต.ค. ว่า “ทราบ“
การเซ็นรับทราบว่าลูกน้องไม่ไป หลังวันประชุมผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ โฆษกรัฐบาลกล้าพูดออกมาได้อย่างไรว่าเป็นคำสั่งให้ไป เอกสารชิ้นนี้ไม่ใช่เอกสารสั่งการ ตามระบบงานสารบรรณ แต่คือ เอกสารรับสารภาพว่ารัฐมนตรีฯละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ และปล่อยให้ข้าราชการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของ กมธ ครับ
สรุปคือ ตามเอกสารดังรูปต่อไปนี้
1. หนังสือ กมธ. ลงวันที่ 30 ก.ย. ถึง รมว.มหาดไทย (ประทับรับ 1 ต.ค.) ข้อความที่วงแดงที่มุมล่างคือ ”เรียน อธิบดีกรมการปกครอง เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป“ ลงนามโดยหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนเลขานุการรัฐมนตรี ไม่ใช่รัฐมนตรีเอง จึงไม่ถือเป็นหนังสือคำสั่งของรัฐมนตรี
2. หนังสืออธิบดีนฤชาถึงประธาน กมธ. (ลงวันที่4 ต.ค.) แจ้งว่าไม่มาเพราะภารกิจ และส่งคำชี้แจงเป็นเอกสาร อ้างถึงเฉพาะหนังสือ กมธ. ไม่อ้างคำสั่งของรัฐมนตรีหรือนายกฯ จึงเชื่อได้ว่า รมว. ไม่มีคำสั่งการ
3. บันทึกข้อความสำนักงานรัฐมนตรี (ลงวันที่ 14 ต.ค. ) รายงานว่าอธิบดีติดภารกิจน้ำท่วมที่ปราจีนบุรี รัฐมนตรีเขียนเพียง ”ทราบ“ และเกิดขึ้นหลังวันประชุม 8 ต.ค. ไปแล้ว
4. นี่คือตัวอย่างหนังสือคำสั่งการของนายก หรือ รัฐมนตรี ตามระบบงานที่ถูกต้อง แต่นี้พวกคุณไม่มี
นายปิยรัฐ ระบุอีกว่า ประธาน กมธ. จึงชอบที่จะดำเนินการตามมาตรา 13 มีหนังสือแจ้งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งไปยังรัฐมนตรีให้มาแถลงชี้แจงเหตุผลกลางที่ประชุมสภาใหญ่ต่อไปครับ ง่ายๆแค่นี้เองทำไมเข้าใจยากจัง หรือแค่ต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ดีครับ ออกมาให้ข้อมูลเยอะๆจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรวบรวมข้อมูล เพราะ กมธ.ขออะไรไปก็ไม่ค่อยจะส่งให้เท่าไร
- "ไอซ์" เดือดซัดแรง เหมือนสุนัข(รับใช้)ถูกราดน้ำร้อน กางกฎหมายชัด กมธ.มีสิทธิเรียก
ขณะที่ น.ส.รักชนก โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าเอานิสัยตอนอยู่บางสื่อ มาใช้เลย วันนี้เราเป็นทีมโฆษกรัฐบาลแล้ว ต้องพูดตรงไปตรงมา เอาข้อมูลข้อเท็จและข้อกฎหมายมาชี้ ไม่ใช่อาศัยช่องว่างที่ประชาชนอาจจะไม่ทราบข้อกฏหมาย และ ไม่สามารถเข้าถึงเอกสารภาครัฐได้มาบิดเบือน
องคาพยพของรัฐบาล พยายามจะกล่าวหาว่ารังสิมันต์ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ แต่ความจริงคือใช้อำนาจตามที่กฏหมายได้บัญญัติไว้ทุกประการ ที่องคาพยพของรัฐบาล ดิ้นเหมือนไส้เดือนโดนขี้เถ้า เหมือนสุนัข (รับใช้) ถูกราดน้ำร้อน เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลถูกตรวจสอบอย่างหนักและดูเหมือนจะเข้าตาจน ไม่พอใจที่นายอนุทิน ไร้สำนึกไร้ความรับผิดชอบต่องานสภาเพราะไม่เคยมาตอบกระทู้ถามในสภาแม้แต่ครั้งเดียว กลับโดนนายรังสิมันต์ (โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.) เรียกมาชี้แจงต่อสภาได้ ซึ่งใช้อำนาจตาม พรบ.อำนาจเรียก ถ้าจะโทษใครสักคน ควรโทษ สส.พรรคภูมิใจไทย ที่ไม่เข้าประชุม กมธ.กฏหมาย ดีกว่า
และเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่นี้ยุติง่ายมาก ถ้ากระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือให้ กมธ.กฎหมาย ตามที่ถามไปอย่างเป็นทางการว่า นายอนุทินมีหนังสือคำสั่งสั่งให้ นายนฤชามาชี้แจงต่อ กมธ. หรือไม่ เพราะตาม พรบ.คำสั่งอำนาจเรียก เมื่อมีหนังสือไปถึงผู้บังคับบัญชาแล้ว รัฐมนตรี/นายกรัฐมนตรี จะต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียกมาชี้แจงหรือส่งเอกสาร ซึ่งหวยออกได้ 2 กรณี
กรณีที่ 1 ถ้านายอนุทินไม่มีหนังสือสั่งนายนฤชา (โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง) ก็แปลว่านายอนุทินไม่ได้ปฏิบัติตาม พรบ.อำนาจเรียก ถูกเรียกมาแถลงต่อสภาก็เป็นไปตามมาตรา 13 แห่ง พรบ.อำนาจเรียก
กรณีที่ 2 ถ้านายอนุทินมีหนังสือนายนฤชาแล้ว ก็แปลว่านายอนุทินสั่งแล้ว แต่นาบนฤชาไม่มา ต้องโดนโทษทางวินัย
และหนังสือที่คุณอุบลรัตน์เอามาโชว์ทั้งหมด ไม่มีสักฉบับที่ลงนามโดยนายอนุทิน นั่นก็ชัดเจนแล้ว ก็แปลว่าไม่เคยมีหนังสือสั่งนายนฤชาเลย เพราะถ้ามีคงรีบควักมาโชว์แทบไม่ทัน
"แต่ไม่ว่ากรณีไหน ต้องมีคนผิดแน่นอน ทีมโฆษกรัฐบาล ต้องเลิกบิดเบือนความจริง เลิกใช้นิสัยตอนเป็นผู้ประกาศข่าวบางสื่อ ยิ่งแถจะเป็นรัฐบาลเองที่ถูกแย่ ยิ่งดูโกหกปริ้นปร้อน นายกก็ยิ่งดูไร้ความรับผิดชอบ และไร้ความสามารถเพราะเลือกแต่คนที่อวยตัวเองมาทำงาน" น.ส.รักชนก ระบุ





