แพ้แล้วตีรวน! 'โรม' สวน 'ศุภชัย' เลิกด่าคนอื่น ไม่เข้าประชุม-อยู่ไม่จบ ไร้สิทธิ์โหวต ปมสั่งนายกฯแจงสภา ยันมติชอบด้วยกฎหมาย อย่าหวังกินรวบ เปลี่ยนเป็นสภาสีน้ำเงิน
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กรณี กมธ.กฎหมายฯ มีมติ 7 เสียง เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เรียกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ หลังจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอำนาจเรียก เหตุไม่สั่งการให้นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ ที่ตรวจสอบกรณีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น นั้น
โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยืนยันการลงมติของ กมธ.กฎหมายฯ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.69 เวลา 16.15 น. เรื่อง เรียกให้นายอนุทิน มาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ หลังจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอำนาจเรียก เหตุไม่สั่งการให้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงต่อกมธ.กฎหมายฯ ที่ตรวจสอบกรณีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เป็นมติที่ถูกต้องและชอบด้วยข้อบังคับ เนื่องจาก ณ เวลานั้นกรรมาธิการมี 14 คน เนื่องจากก่อนหน้านี้มี กมธ.จากพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือออกไป การลงมติที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 7 คน ดังนั้นมติที่ออกมา 7-0 จึงถูกต้องตามข้อบังคับ
ถ้ามีการอ้างว่ามีการเสนอชื่อกรรมาธิการคนใหม่ฯ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนหน้าการลงมติของกรรมาธิการกฎหมายนั้น ต้องบอกว่าในฐานะประธานกรรมาธิการฯ กำลังนั่งปฏิบัติหน้าที่ ประธานในที่ประชุมกรรมาธิการกฎหมายอยู่ฯ ไม่เคยได้รับแจ้งทางหนังสือว่าสภาได้มีมติแต่งตั้งให้ใครเป็นกรรมาธิการการฎหมายฯ แทนที่ตำแหน่งที่ว่าง จากประธานสภาหรือเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ทราบในภายหลังว่า มีการแก้ไขชื่อของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการกฎหมาย แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังเวลา 17.00 น ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากการลงมติ ของกรรมาธิการกฎหมาย เสร็จสิ้นไปแล้ว ก็ย่อมเป็นที่ชัดเจนว่า ขณะลงมติ กรรมาธิการมีจำนวน 14 คน ดังนั้นเกินกึ่งหนึ่งก็คือ 7 คน
"ส่วนเรื่องมุบมิบ ลักหลับ ก็เป็นการกล่าวร้ายที่ไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง การพิจารณาเรื่องนี้อยู่ในวาระเรื่องอื่นๆ เป็นวาระ ที่เปิดให้มีการหารือและดำเนินกระบวนการอื่นใดที่เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะเรื่องค้างกรณีไม่ปฏิบัติตามอำนาจเรียกของนายกรัฐมนตรี และอธิบดีนฤชา ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนในกรรมาธิการล้วนทราบดี การที่ สส.พรรคภูมิใจไทยบางท่าน ไม่อยู่ให้จนจบการประชุม แล้วจึงไม่มีโอกาสลงมติ ก็มาจากความหย่อนยานของท่านเอง ท่านต้องเลิกชี้นิ้วด่าคนอื่น แล้วรู้จักโทษตัวเองบ้าง" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอยืนยันการลงมติดังกล่าว เกิดขึ้นโดยชอบ ตามข้อบังคับ ตามกฎหมายทุกประการ ในประเด็นคุณศุภชัยจะไปร้องเรียนผม ก็ยินดีที่จะไปชี้แจงทุกหน่วยงานขององค์กร แต่อยากจะสอบถามคุณศุภชัยกลับไปว่า ใครกันแน่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องชวเลข ตนยินดีให้เปิดได้เลย ไหนๆ จะเปิดแล้วก็เปิดให้หมดด้วย จะได้เห็นกันไปเลย
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า การประชุมกรรมาธิการฯ ทุกครั้งมีการออกหนังสือเชิญหนังสือแจ้ง ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ เมื่อมีการประชุมกรรมาธิการก็ต้องเข้ามาทำหน้าที่ในห้องประชุม ท่านจะใช้เทคนิคเล่นการเมือง ส่งหนังสือลา ทั้งๆ ที่ตัวก็อยู่ที่สภา แต่ไม่เข้าประชุม พอลงมติแพ้ ก็มาแถลงข่าวประชดน้อยใจ กล่าวหาเรื่องต่างๆทั้งที่ไม่มีมูลความจริง
ถ้าท่านอยากปกป้องรัฐบาลของท่านจากข้อกล่าวหาทุจริตใดๆ จงปกป้องด้วยความจริงและพยานหลักฐาน มิใช่การตีรวนทำลายระบบประชาธิปไตยหรือระบบตรวจสอบของสภา และคงต้องเตือนไปถึงข้าราชการทุกคน ว่าอย่าไปเป็นมือเป็นไม้หรือพายเรือให้โจรสีน้ำเงินนั่ง อำนาจแบบนี้ไม่มีวันที่จะจีรังยั่งยืนหรอก เพราะเมื่อระบอบนี้ใช้คนแบบพวกคุณจนหมดประโยชน์แล้ว หรือเห็นว่าจวนตัวก็พร้อมถีบข้าราชการที่รับใช้ เพื่อเอาตัวรอดอย่างแน่นอน
"อย่าหวังที่จะกินรวบเปลี่ยนสภาผู้แทนราษฎร เป็นสภาสีน้ำเงิน มันไม่ง่ายเหมือนวุฒิสภาหรอก เพราะพวกเราไม่มีวันยอม" นายรังสิมันต์ กล่าว





