วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ศาลฎีกาฯเดินหน้าไต่สวน 24 พ.ย.คดีคุณสมบัติ 2 สว. คาด ธ.ค.รู้ผล

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตรวจพยานหลักฐานคดีคุณสมบัติ 2 สว. เพิกถอน 'แดง-สมพาน' นัดไต่สวนพยานผู้ร้อง 24 พ.ย. 'สมชัย-เป๋า ไอลอว์' เตรียมขึ้นเบิกความ คาด ธ.ค.รู้ผล

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งที่ 2 ใน คดีหมายเลขดำ ลต สว 10/2569 ที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งตามมาตรา 44 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. พ.ศ. 2561 กับการลงสมัคร สว.ผิดกลุ่มอาชีพ ของผู้สมัครจากจังหวัดอำนาจเจริญ 2 คน ได้แก่ นางแดง กองมา ส.ว. และนายสมพาน พละศักดิ์ ส.ว. ซึ่งระบุอาชีพค้าขายหมูสด และขายก๋วยเตี๋ยว

โดยตามที่ผู้ร้องระบุ อาชีพดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่ม 19 ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้เป็น ส.ว. ในกลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น ขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าว

ภายหลังตรวจหลักฐานเสร็จ นายอัครวัฒน์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ต่อสู้และพยายามให้พี่น้องประชาชนสิ้นความสงสัยคดีเกี่ยวกับสว.จนนำมาสู่ศาลฎีกาได้ โดยในวันนี้เป็นการนัดตรวจพยานหลักฐานคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติการลงสมัครของ นางแดง และนายสมพาน ซึ่งได้มีการเลื่อนมา 1 ครั้งเพื่อส่งคำคัดค้านเพิ่มเติม โดยวันนี้ทางผู้คัดค้านส่งเรื่องให้ศาลเพื่อขอเลื่อน โดยอ้างว่ากำลังมีคำวินิจฉัยและคุณสมบัติตลอดจนผู้ร้องมีอำนาจร้องหรือไม่และสามารถยกคำร้องของกกต.ที่มีมติยกคำร้องไปแล้วหรือไม่ หลังจากที่ฝ่ายผู้คัดค้านยื่นคำร้องต่อศาล ทางศาลมองว่าทางผู้ร้องยังไม่ทันได้ยื่นเรื่อง ไม่มีข้อมูลว่าจะยื่นช่วงใด ศาลจึงได้ยกคำร้องของ กกต.

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เราพยายายามนำข้อเท็จจริงตลอดจนพยานหลักฐานทั้งพยานเอกสารและพยานฝ่ายบุคคลเข้ามาสู่คำร้องนี้โดยมีพยานทั้งหมด 11 ปาก ให้ศาลได้รับทราบก่อนได้รับอนุญาตให้สืบพยานบุคคล 4 ปาก และพยานเอกสารอื่น ๆ ทางเราจะมีหมายเพื่อขอเอกสารอื่นมาประกอบ และตนอยากสื่อไปถึงประชาชนว่าเรื่องคดีโกงสว.ถือว่าเป็นมหากาพย์ที่สร้างความเสียหายให้ประเทศ ถ้าไม่รีบดำเนินการผ่านกระบวนการยุติธรรมก็จะส่งผลเสียให้ลุกลามไปยังองค์กรอื่น

เหมือนกับที่กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ยื่นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างคำตัดสินของศาลฎีกา เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน ส่วนนี้จึงมองว่าจำเป็นต้องนำข้อเท็จจริงมาให้ประชาชนรับทราบว่าบ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าฝ่ายใดจะมีความเห็นแย้ง สุดท้ายก็ต้องมาจบที่ศาลฎีกา และในวันนี้ตนต้องบอกไปอีกว่า กกต.พยายามขยายเวลาไปจนเดือนม.ค.เพื่อให้สืบพยาน แต่ทางศาลอยากเร่งรัดให้คดีนี้เสร็จโดยเร็วจึงมีการนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 24 พ.ย. และฝ่ายผู้คัดค้านในวันที่ 8 ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่ กกต.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นอำนาจศาลฎีกา ในการรับคดีไว้วินิจฉัยหรือไม่ ที่ผ่านมาเคยมีประเด็นนี้หรือไม่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวว่า ในส่วนนี้เป็นการพยายามใช้สิทธิของ กกต.ในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าคำวินิจฉัยของ กกต.สิ้นสุดแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ศาลรัฐธรรมนูญคงต้องพิจารณาจากมาตรา 120 วรรค 2 เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยการทำหน้าที่ของศาลอื่นได้หรือไม่ ซึ่งในตัวรัฐธรรมนูญไม่มีการกล่าวถึง มีเพียงระบุไว้แค่ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัยหน่วยงาน 5 หน่วยงานได้แก่ สส. สว. รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ ไม่มีศาล ซึ่งอยู่ที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องตั้งแต่เริ่มต้นหรือไม่ แต่ตนมองว่ามีแนวโน้มที่จะไม่รับคำร้อง

นายสมชัย กล่าวอีกว่า คดีวันนี้ในบัญชีพยานหลักฐาน ที่เป็นพยานบุคคลจากพยานผู้ร้องที่เสนอไป ตอนแรกศาลมีการตั้งข้อสงสัยกับพยานบางปากได้แก่ ตนและนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ที่จะมาเป็นพยานให้ผู้ร้องมีความจำเป็นหรือไม่ แต่ศาลก็อนุญาตให้นำบุคคลทั้ง 2 เพราะทางฝ่ายทนายได้ชี้แจงเหตุผลเพราะเป็นประเด็นเบิกความเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติการลงสมัคร สว.

อีกส่วนที่ถือเป็นเรื่องดีคือการเร่งรัดคดีนี้ที่แต่เดิมทางฝ่าย กกต.ขอเลื่อนออกไปถึงช่วงเดือนม.ค.ปี 2570 แต่ศาลจะเริ่มไต่สวนภายในวันที่ 24 พ.ย.นี้เลย ถือว่ารวดเร็วและศาลจริงจังกับเรื่องนี้ และคาดว่าน่าจะมีการพิพากษาภายในเดือนธ.ค.2569 ส่วนการตีกรอบขอคำพิพากษาศาลตีกรอบไว้ 3 ส่วน คือ ศาลมีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้หรือไม่,ผู้สมัครมีปัญหาสมัครผิดกลุ่มหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้จะต้องดูข้อเท็จจริง หลักฐานการสมัคร กฎเกณฑ์การรับสมัคร และ ศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไรต่อการเพิกถอนคำวินิจฉัยของกกต. และคุณสมบัติของสว.2 คน คาดว่า และเพิกถอนคำสั่งของกกต.และเพิกถอนบุคคลที่เป็นสว.หรือไม่

นายสมชัย กล่าวอีกว่า มีกรณีที่สว.ถูกร้อง 5 คน มีผู้ร้องที่เป็นคดีที่ศาลรับแล้ว 3 คดีในกลุ่มที่สว.สำรองมาร้อง และยังมีผู้ร้องอีกจำนวนหนึ่งไม่น้อย โดนยอยู่ในขั้นตอนว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่

ขณะที่นายธงชัย พรเศรษฐ์ หัวหน้าทนายความของกลุ่มผู้ร้อง กล่าวด้วยว่า มีพยานผู้ร้องที่จะนำสืบ 4 ปาก และพยานเอกสารอีกจำนวนหนึ่ง โดยไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 24 พ.ย.ทั้งหมด 4 ปาก โดยพยานเหล่านี้ศาลพิจารณาแล้วมีความสำคัญในเนื้อหาของคดี และค่อนข้างมั่นใจว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้จะทราบผลคำพิพากษาที่จะตอบข้อสงสัยของสังคมอย่างแน่นอน