ศึกเลือกตั้งซ่อม เขต3 จ.อุดรธานี ช่วงปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้เห็นการรอมชอมอำนาจระหว่าง “2พรรคร่วมรัฐบาล” คือ “ภูมิใจไทย” และ “เพื่อไทย” อาจไม่ได้หมายรวมถึงการเมืองสนามอื่นๆ ซึ่งต่างฝ่ายต่างสู้สุดตัว
KEY POINTS
- การเมืองในจังหวัดอุดรธานีได้สิ้นสุดภาวะรอมชอมระหว่างพรรคเพื่อไทย (แดง) และพรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน) โดยทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้เพื่อชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการเมือง
- พรรคเพื่อไทย (แดง) พยายามทวงคืนฐานที่มั่นเดิมที่เคยเป็น "เมืองหลวงคนเสื้อแดง" ผ่านการผลักดันเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน) ใช้ความได้เปรียบในการเป็นรัฐบาลเพื่อรักษาและขยายฐานคะแนนนิยม
- พรรคประชาชน (ส้ม) ซึ่งเคยชนะ สส. ในพื้นที่ กลายเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญที่รอจังหวะเข้ามามีบทบาทท่ามกลางการแข่งขันระหว่างพรรคแดงและพรรคน้ำเงิน
“หมุดหมาย” ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ “ครม.สัญจร” ครั้งที่ 2 ที่จ.อุดรธานี ของ “ครม.อนุทิน” เมื่อวันที่ 2-3 พ.ย.ที่ผ่านมา
“นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ปลุก4มิติพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งยกระดับการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร พัฒนาการค้าชายแดนและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค พร้อมพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและครบวงจร
คาบเกี่ยวการเปิดงาน มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ที่จัดขึ้น ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ซึ่งเป็นอภิมหาโปรเจกต์ ที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดให้เศรษฐกิจภูมิภาคกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท
อ่านเกมใน “มิติการเมือง” เห็นชัดถึงสัญญาณการช่วงชิงพื้นที่ของบรรดาพรรคการเมือง เพื่อรักษา “จุดยุทธศาสตร์” ที่สำคัญ
ทั้ง “ภูมิใจไทย” ที่เห็นชัด ชิงจังหวะ “เป็นต่อ” ในแง่การถืออำนาจบริหารและฟันเฟืองท้องถิ่นอัดสารพัดโครงการหวังพลิกเกมฟื้นคะแนนนิยมที่ติดลบในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่“พรรคเพื่อไทย” ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แม้ศึกเลือกตั้งซ่อม เขต3อุดรธานี ปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา จะเปิดโหมดรอมชอมอำนาจ กับ“พรรคภูมิใจไทย” ด้วยการไม่ส่งผู้สมัครลงชิงสนามดังกล่าว
จนส่งผลให้ “อธิการ แก้วเครือศรี” ลูกเขย “หรั่ง ธุระพล” อดีตสส.อุดรธานี ผู้ล่วงลับ จากพรรคภูมิใจไทย รักษาแชมป์แทนผู้เป็นพ่อตาได้อย่างง่ายดาย 36,097 คะแนน ทิ้งห่าง “ขจิตร ชัยนิคม” อดีตสส.เพื่อไทย ลงชิงในนามประชาธิปไตยใหม่ ได้ 12,323 คะแนน กว่า20,000 คะแนน
แต่อย่างที่รู้กัน สนามการเมืองอุดรธานี ถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยรุ่งโรจน์ในอดีตเคยได้สส.ยกจังหวัดยุคหลายสมัยจนถูกขนานนามว่า เป็น “เมืองหลวงของคนเสื้อแดง”
ทว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเดือนก.พ.2569 “ตั๋วผู้แทน” จ.อุดรธานี 10 ที่นั่ง กลับถูกเฉลี่ยไปที่ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี “ทรงศักดิ์ ทองศรี” แม่ทัพภาคอีสาน เป็นผู้ดูแล และพรรคเพื่อไทย พรรคละ 4 ที่นั่ง อีก 2 ที่นั่งเป็นของพรรคประชาชน
ปัจจุบัน“สุริยา วงศ์อารีย์”สส.อุดรธานี พรรคประชาชน ที่เอาชนะ“ธีระชัย แสนแก้ว” หรือ“อีโต้อีสาน”จากพรรคเพื่อไทย พลิกขั้วในทางพฤตินัย โดยมี “สส.ดู๋ดี๋”อดิศักดิ์ สส.อุดรธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เป็นพี่เลี้ยงในสภาฯ เท่ากับว่าภูมิใจไทยมีสส.อุดรธานี ที่อยู่ในการดูแล 5 คน
ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” เวลานี้มี “2ตระกูลบ้านใหญ่” เป็นแม่ทัพ “ตระกูลขาวขำ” ส่ง “เสี่ยก้อ” วัชระพล ขาวขำ ลูกชาย “วิเชียร ขาวขำ” อดีตนายกอบจ.อุดรธานี ตีตั๋วผู้แทนเป็นสมัยที่สอง แถมได้รับการจัดสรรโควตานั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในครม.อนุทิน
เช่นเดียวกับ “เทียบจุฑา ขาวขำ”ภรรยาวิเชียร ตีตั๋วผู้แทน เป็นสมัยที่4 ติดต่อกัน
ขณะที่ “ตระกูลเพชรพนมพร” ที่มี“หทัยรัตน์ เพชรพนมพร” สส.เขต2 และเป็นภรรยา “ศราวุธ เพชรพนมพร” นายกอบจ.อุดรธานี คนปัจจุบัน รักษาพื้นที่เป็นสมัยที่2
อีกหนึ่งสัญญาณที่เห็นชัดว่า “เพื่อไทย” กำลังสู้สุดตัวเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี หวังทวงคืนพื้นที่เมืองหลวงกลับคืนมา คือ การ “โชว์ศักยภาพ”ดึงงบประมาณขนาดใหญ่ ทั้ง “มหกรรมพืชสวนโลก”ในห้วงที่ “พรรคแดง” คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หวังเกิด “ภาพจำ” มหกรรมพืชสวนโลก “ราชพฤกษ์ 2549” ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย ของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งชูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ที่สำคัญของประเทศ และเป็นต้นแบบของการใช้ “อีเวนต์ระดับโลก”
ไหนจะบรรดาเมกะโปรเจกต์ เช่น ถนนวงแหวนรอบ 2 วงเงิน 4,000 ล้านบาท หรือสนามกีฬาจังหวัด 2,000 ล้านบาท เป็นต้น
การลงพื้นที่ของ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมรัฐมนตรีพรรค อาทิ “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รมช. เกษตรและสหกรณ์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัด...เพื่อ(เกษตรกร)ไทย” ที่จ. อุดรธานี เมื่อสัปดาห์ก่อน
ยังหวังขายภาพการเป็นตัวเลือก โดยเฉพาะคะแนน “ปาร์ตี้ลิสต์” พรรคเพื่อไทยที่ชนะเป็นอันดับ 1 ถึง 8 เขต ที่อาจกลายเป็นความหวังพรรคแดงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้จึงเป็นการตอกย้ำว่า ศึกเลือกตั้งซ่อม เขต3 จ.อุดรธานี ช่วงปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้เห็นการรอมชอมอำนาจระหว่าง “2พรรคร่วมรัฐบาล” คือ “ภูมิใจไทย” และ “เพื่อไทย”
อาจไม่ได้หมายรวมถึงการเมืองสนามอื่นๆ ซึ่งต่างฝ่ายต่างสู้สุดตัว หวังช่วงชิง “จุดยุทธศาสตร์” น้ำเงิน-แดง โดยมีอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญคือ “พรรคส้ม” กลับคืนมา





