'สกลธี' ยื่น 2 ร่าง พ.ร.บ. คุมเข้ม 'กัญชา' เน้นทางการแพทย์-เพิ่มโทษหนัก พร้อมปลดล็อกกระจายอำนาจเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 6 โซน ของ กทม.
นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ แถลงข่าวการยื่นร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร คือ ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมกัญชา พ.ศ. .… และร่างพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .…
นายสกลธี กล่าวว่า การยื่นร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยฉบับแรกคือ ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมกัญชา พ.ศ. .… ซึ่งนำแนวคิดจากร่างของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข มาปรับปรุงหลักการบางส่วน เน้นย้ำการควบคุมการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างจริงจัง โดยกำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดกว่าร่างของรัฐบาล เช่น การเพิ่มโทษจำคุกจากเดิม 1 ปี เป็น 3 ปี
นอกจากนี้ ร่างฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ยังห้ามการโฆษณาแฝงหรือโฆษณาทางอ้อม พร้อมปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการกัญชาและกัญชง โดยเพิ่มผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
รวมถึงเพิ่มกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจิต การเสพติด และการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสมองในกลุ่มเยาวชน และกำหนดให้คณะกรรมการฯ ต้องรายงานประเมินผลการดำเนินงานต่อรัฐสภาทุกๆ 2 ปี
นายสกลธี กล่าวต่อว่า สำหรับร่างกฎหมายฉบับที่สอง คือ ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .…(ร่าง พ.ร.บ. กทม.) ที่เน้นเรื่องการกระจายอำนาจเป็นสำคัญ โดยเสนอแบ่งพื้นที่กรุงเทพมหานครออกเป็น 6 โซน (กรุงเทพฯ กลาง, กรุงเทพฯ เหนือ, กรุงเทพฯ ใต้, กรุงเทพฯ ตะวันออก, ธนบุรีเหนือ และธนบุรีใต้) และให้มีการเลือกตั้ง "นายกเทศมนตรี" พร้อมสมาชิกสภาเทศบาลประจำทั้ง 6 โซนเข้ามาบริหารจัดการงบประมาณและพื้นที่ตนเอง
ขณะที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังคงบริหารภาพรวมในส่วนกลาง พร้อมทั้งเสนอปลดล็อกโครงสร้างการจัดเก็บรายได้ของ กทม. เช่น ภาษีโรงแรม เพื่อนำงบประมาณมาใช้พัฒนาเมืองได้อย่างเพียงพอ
“นอกจากนี้ ผมยังได้ยื่นเสนอญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและปรับปรุงข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ Wellness เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้าน Wellness ระดับโลก” นายสกลธี กล่าว





