วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ ส่งทนายแจ้งความ 'Godd Dam-สส.ไอซ์' ปมแชร์สลิปปลอม 7 ล้าน

'อนุทิน' ส่งทนายแจ้งความจับเจ้าของเพจ Godd Dam พ่วง 'สส.รักชนก' ปมแชร์สลิปปลอม 7 ล้านบาท อ้างเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชา ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ-หมิ่นประมาท

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มอบหมายทนายความเดินทางไปยัง สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายชัยรัตน์ เจ้าของเพจ Godd Dam และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) สืบเนื่องจากเพจดังกล่าวเผยแพร่สลิปโอนเงินปลอมมูลค่า 7 ล้านบาท ระบุชื่อผู้รับเป็นนายอนุทิน พร้อมข้อความกล่าวหาว่า เป็นเงินค่าน้ำร้อนน้ำชา โดยมี น.ส.รักชนก เป็นผู้แชร์โพสต์กระจายข้อมูลดังกล่าว การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป  

โดยช่วงบ่ายวานนี้ (28 ต.ค.) ที่ผ่านมา นายอนุทิน มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวเดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายชัยรัตน์ อายุ 26 ปี เจ้าของเพจ Godd Dam และ น.ส.รักชนก จากกรณีเผยแพร่และแชร์ภาพสลิปการโอนเงินที่ถูกระบุว่า เป็นสลิปปลอม มูลค่า 7 ล้านบาท ซึ่งปรากฏชื่อผู้รับโอนเป็นนายอนุทิน พร้อมข้อความกล่าวอ้างว่าเป็นเงินค่าน้ำชา

เบื้องต้น ทนายความได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล

ด้าน พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า วานนี้เวลาประมาณ 15.54 น. ทนายความส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมาแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับนายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ อายุ 26 ปี เจ้าของเพจ Godd Dam จากกรณีเผยแพร่รูปภาพสลิปการโอนเงินที่ถูกระบุว่าเป็นสลิปปลอม มูลค่า 7 ล้านบาท ซึ่งปรากฏชื่อผู้รับโอนเป็นนายอนุทิน พร้อมข้อความกล่าวอ้างว่าเป็นเงินค่าน้ำชา รวมถึงแจ้งความนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะที่เป็นผู้แชร์ข้อความดังกล่าว ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

หลังจากนี้พนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องว่าเป็นอย่างไร ส่วนคดีความของตำรวจไซเบอร์ ทราบว่าเป็นคดีที่เป็นความผิดต่อรัฐ แยกส่วนกัน แต่ก็จะประสานขอข้อมูลรายละเอียดด้วย โดยพนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อถามว่าจะมีการเร่งดำเนินคดีหรือไม่นั้น ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอนและต้องรวบรวมข้อมูลก่อน ถ้ามีแนวโน้มเป็นความผิด ก็จะมาพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหามาดำเนินคดี