วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝ่ายค้านล็อกเป้า ‘ไชยชนก’ 4 ปม ‘ส้ม’ ผสม ‘ฟ้า’ ขยี้ ‘สีน้ำเงิน’

4ปม‘ส้ม’ผสม‘ฟ้า’ขยี้‘สีน้ำเงิน’ ล็อก‘ไชยชนก’ คุ้ย‘ทุนเทา-สแกมเมอร์-AI Passport’ ทรัพย์สิน‘ไอเดียร์’ ชนวนร้อน ฉุดเรตติ้ง‘รัฐบาลภท.’

KEY POINTS

  • พรรคฝ่ายค้านเตรียมพุ่งเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคประชาชน (ส้ม) และพรรคประชาธิปัตย์ (ฟ้า)
  • มีการเปิดเผย 4 ประเด็นหลักที่จะใช้ในการซักฟอก ได้แก่ โครงการ AI Passport, กรณีสินบน 40 ล้านบาท, เส้นทางเงินสามีของ สส. สุชาดา และการทำหน้าที่ของ สส. สุชาดา สมัยเป็นเลขานุการ รมว.ดีอี
  • ประเด็นโครงการ AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่คุ้มค่า และส่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเป็นการเฉพาะเจาะจง
  • อีกประเด็นสำคัญคือการขุดคุ้ยความเชื่อมโยงระหว่าง สส. สุชาดา (อดีตเลขานุการ รมว.ดีอี) และสามีของเธอ กับธุรกิจเว็บพนันและทุนสีเทา

ยังคงไม่สะเด็ดน้ำ สำหรับการกำหนดวัน “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” รัฐบาล “สีน้ำเงิน” โดยฝ่ายรัฐบาล แสดงท่าทียืนกรานว่า ให้เวลา “ซักฟอก” แค่ 3 วัน คือ 27-29 ต.ค. และวันลงมติคือ 30 ต.ค.นี้ ด้าน “ฝ่ายค้าน” นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันว่า นับตั้งแต่มีการซักฟอกเมื่อปี 2563 เป็นต้นมา บางปีรัฐมนตรีน้อยกว่านี้ ยังเปิดให้ซักฟอกมากถึง 4 วัน และลงมติในวันที่ 5

ท่าทีล่าสุด “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน.ในฐานะ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ เปิดเผยถึงกรณีข้างต้น หลังประชุม “ครม.เงา” ว่า การให้ข่าวของฝั่งรัฐบาลว่าเตรียมที่จะให้เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น นั่นหมายถึงต้องรวมเวลาการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลด้วย มองว่า รัฐบาลพยายามจะเล่นกลเล่นเกมการเมืองในรัฐสภาเพื่อให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรี 18 คนเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นใช่หรือไม่

“ข่าวที่รัฐบาลให้ข่าวออกมาไม่เคยมีการพูดคุย ร่วมกับตัวแทนฝ่ายค้านแต่อย่างใดประธานรัฐสภาไม่ได้มีการเรียกประชุมร่วมแต่อย่างไร และจะบรรจุญัตติเข้าสภาวันไหนและจะให้เวลากี่วัน ดังนั้น สิ่งที่จะต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลคือวันนี้รัฐบาลต้องหยุดคิดเอง เออเอง เลิกที่จะคิดแทนฝ่ายค้านเพราะให้ข่าวออกมาทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุยกับเราทั้งสิ้น” ณัฐพงษ์ ยืนยัน

“ณัฐพงษ์” ชี้ว่า รัฐบาลพยายามที่จะคิดเองเออเองให้ข่าวออกมาโดยไม่มีการพูดคุยกับฝ่ายค้านแต่อย่างใดว่าจะให้เวลาอภิปรายเพียงแค่ 3 วัน เผลอ ๆ เวลาฝ่ายค้านเหลือแค่ 2 วันเท่านั้น สิ่งนี้จึงอยากจะให้ทุกคนส่งข้อเรียกร้องและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมามากที่สุดคือ ประธานรัฐสภา และอยากให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุม “ฝ่ายค้าน” และ “วิปฝ่ายรัฐบาล” เพื่อกำหนดกรอบเวลาการประชุมโดยเร็ว

ส่วนข้อกล่าวอ้าง “นายกฯ” ติดภารกิจต่างประเทศนั้น “ผู้นำฝ่ายค้าน” มองว่า คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ สามารถบริหารจัดการตารางงานของตัวเองได้ ถ้าให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีซักฟอกเวทีสภา เท่า ๆ กับงานส่วนอื่น ๆ ของท่าน สุดท้ายแล้วอยู่ที่การให้ความสำคัญเท่านั้นว่าตกลงแล้วคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ ให้ความสำคัญกับสภามากน้อยแค่ไหน

ส่วนการจัดทัพของ “ฝ่ายค้าน” ปัจจุบันนั้น “ณัฐพงษ์” ระบุว่า ตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที อยู่ที่ทางรัฐบาลเองมากกว่าว่าให้เราซักฟอกรัฐบาลเมื่อไหร่ จำนวนคนตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้แต่มีตัวเลขในใจอยู่แล้ว

ประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ คือ ชี้ให้เห็นว่า “ระบอบน้ำเงิน” เป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริง ๆ การดำเนินนโยบายของรัฐบาล จริงๆแล้วถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่พวกเราพยายามชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหารแล้วอาจจะเกี่ยวโยงกับส่วนอื่น ๆ ด้วย นอกเหนือจาก สว.และองค์กรอิสระ ยังมีเรื่องของการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนหรือในภาคส่วนอื่น ๆ เช่นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ดังนั้นก็อยู่ในกรอบญัตติทั้งหมดที่ได้ยื่นไป

ส่วนกรณี “ฝ่ายค้าน” จะพุ่งเป้าไปที่ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เนื่องจากใกล้ชิดกับ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” ของ “พรรคภูมิใจไทย” หรือไม่นั้น “ณัฐพงษ์” กล่าวว่า ต้องรอดูว่าใครจะถูกซักฟอกมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูการอภิปรายจริง ๆ ในตอนที่ญัตติเข้าสภา

ดังนั้น ประเด็นการ “เคาะวันซักฟอก” ให้ลงตัว คงต้องรอให้ “วิปฝ่ายค้าน-วิปรัฐบาล-วิป ครม.” หารือกันให้ลงตัวอีกครั้ง แต่ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ไม่หนีไปจากกรอบเดิม 27-30 ต.ค.นี้อย่างแน่นอน แต่จะมีเพิ่มวัน หรือคงกำหนดเดิม ให้รอจับตาดูแทคติกแต่ละฝ่ายหลังจากนี้

เงื่อนปมที่น่าสนใจ ว่ากันว่าในศึกซักฟอกครั้งนี้ นอกเหนือจากการเปิดเปลือย “ระบอบ น.หนู ระบอบน้ำเงิน กินรวบประเทศ” ตามม็อตโต้ของ “ฝ่ายค้าน” ที่ยื่นญัตติซักฟอกไปแล้ว จะมีการ “ปอกเปลือก” การทำหน้าที่ของ “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี คนปัจจุบัน บุตรชาย “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน อีกด้วย

โดย “พรรค ปชน.” อาจผสมโรงข้อมูลร่วมกับ “พรรคประชาธิปัตย์” (ปชป.) ที่พุ่งเป้าในโครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาทเช่นเดียวกัน กางให้เห็นความไม่คุ้มค่าในการลงทุน รวมถึงความเสี่ยง ส่อเอื้อประโยชน์ “ล็อกสเปก” กับ “เอกชน” บางกลุ่ม เพื่อผลประโยชน์ตอบแทนบางอย่างหรือไม่

นอกเหนือจากเงื่อนปมการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการ TH-AI Passport หรือปัจจุบันคือโครงการ AI Passport ของดีอีแล้ว “พรรคส้ม” ที่กำลังขุดคุ้ยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเส้นทางเงิน “ทุนเทา” อาจกระทบชิ่งไปยัง “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ที่ในอดีตเคยเป็น “เลขานุการ รมว.ดีอี” ในยุค “ไชยชนก” อีกด้วย

ปัจจุบันภาพลักษณ์ของ “สส.ไอเดียร์” ค่อนข้างติดลบอย่างหนัก ทั้งจากการถูกขุดคุ้ยเรื่องบัญชีทรัพย์สินของ “สามี” ไท่หยาง ซาง ซึ่งมีการลงทุนในธุรกิจคริปโต ส่อพัวพันกับเส้นทางเงินเว็บพนัน นอกจากนี้ “สส.ไอเดียร์” ยังพูดยอมรับเองว่า “สามี” มีหุ้นในเว็บพนันจริง แม้แค่ 1% ก็ตาม

ที่สำคัญคือเว็บไซต์ Shuffle.com ซึ่งเป็น “เว็บพนันออนไลน์” เคยเปิดหราให้คนไทยเข้าถึงได้ กระทั่งเพิ่งถูกบล็อคไม่ให้เข้าถึงไม่กี่วันที่ผ่านมา ถูกตั้งคำถามว่า เพื่อป้องกันมิให้มีการสาวเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ในส่วนนี้คนทำข้อมูลหนีไม่พ้น “ศิริโชค โสภา” อดีต สส.วอลเปเปอร์ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ปชป.คาดว่าจะเสิร์ฟข้อมูลให้กับ สส.ปชป.เพื่อนำไปสู่การซักฟอกประเด็นเหล่านี้ เพื่อเชื่อมโยงกับการทำหน้าที่ของ “รมว.ดีอี”

ล่าสุด “ศิริโชค” เล่นใหญ่เปิดโปงไปถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถึงกรณีเหรียญบ่อน SHFL ใช้ในเว็บไซต์ Shuffle.com โผล่ในบัญชีซื้อขายของ ก.ล.ต.ไทย ในยุคที่ “สส.ไอเดียร์” เป็นเลขานุการ รมว.ดีอี มีใครใช้อิทธิพล หรือสายสัมพันธ์ทางการเมือง เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่

ขณะที่ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ในฐานะหัวหอกที่ขุดคุ้ยเปิดโปงประเด็น “ทุนเทา-สแกมเมอร์” มาโดยตลอด คาดว่าจะหยิบยกประเด็น “เว็บพนัน” เชื่อมโยง “สามี” ของ “สส.ไอเดียร์” เมื่อครั้งนั่งเลขานุการ รมว.ดีอี ในยุค “ไชยชนก” มาฉายภาพให้เห็นเป็นฉาก ๆ ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงเวลาดังกล่าว และข้อมูลเส้นทางเงินสาวถึงใครได้บ้าง

ดังนั้นคาดว่า 4 ปมหลักที่ “พรรคส้ม” ผสมโรง “พรรคฟ้า” จะนำมาซักฟอก “ไชยชนก” แบ่งเป็น

1.กรณีโครงการ AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ที่ส่อไม่คุ้มค่ากับเงินงบประมาณ ส่อมีลับลมคมใน เอื้อประโยชน์เอกชน ล็อกสเปกให้ใครหรือไม่

2.กรณีเคยกล่าวในสภาฯ เรื่องมีบุคคลจะให้ “เงินสินบน” 40 ล้านบาท เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าจริงไฉนไม่ดำเนินการสอบสวน ถ้าไม่จริง เท่ากับว่าพูดเท็จในสภาฯหรือไม่

3.กรณีเส้นทางเงินของ “ไท่หยาง ซาง” สามี “สส.ไอเดียร์” พัวพันกับเว็บพนัน ตามที่ “ภรรยา” เธอหล่นคำพูดไว้ว่าถือหุ้น 1% จะเชื่อมโยงหรือพัวพันกับ “ผู้มีอำนาจ” เพิ่มเติมหรือไม่

4.กรณีการทำหน้าที่ของ “สส.ไอเดียร์” เมื่อครั้งเป็นเลขานุการ รมว.ดีอี มีการใช้ตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่ในการเอื้อประโยชน์ให้กับ “สามี” ของเธอ ในเรื่องการลงทุนทำธุรกิจคริปโต และเว็บพนันหรือไม่

น่าจับตาสมรภูมิศึกซักฟอกครั้งนี้ แม้ว่า “ฝ่ายค้าน” จะไม่สามารถล้ม “สีน้ำเงิน” ได้เนื่องจากจำนวน สส.น้อยกว่ามาก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า

ท่ามกลางสารพัดปมร้อนที่ถูกขุดคุ้ยเปิดโปง ขยายแผลให้เหวอะหวะในเวลานี้ ที่สุดอาจเกิดแรงกระแทกจนฉุดเรตติ้ง แถมส่งผลไปถึงคะแนนนิยม “รัฐบาลภูมิใจไทย”  การเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่พอสมควร