วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โรม' ฝาก สส.ใช้เศษเสี้ยวความดี จะเห็นความเสียหาย 'ระบอบน้ำเงิน'

'โรม' ฝากเพื่อน สส.ขอแค่เศษเสี้ยวความดีในหัวใจ จะรู้ความเสียหาย 'ระบอบน้ำเงิน' ยันซักฟอกต้อง 5 วัน เชื่อถูกบีบเหลือ 3 วัน รอบนี้จัดหนัก

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ยังไม่ได้คุยกับนายภราดรในเรื่องนี้ ส่วนแนวทางการพูดคุยที่ผ่านมาเกี่ยวกับจำนวนวันและเวลา จะต้องคุยผ่านกลไกวิป3 ฝ่าย คือ วิปรัฐบาล คณะรัฐมนตรี (ครม.) และฝ่ายค้าน ที่จะประชุมร่วมกัน จู่ๆ จะกำหนดวันมาให้เลยไม่สามารถทำได้ เพราะฝ่ายค้านเข้าชื่อเสนอญัตติ จะถือเอาความสะดวกของรัฐบาลไม่ได้ เพราะคือวาระสภา ส่วนความสะดวกของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรให้มาคุยกัน สาระสำคัญในการพูดคุยเรื่องนี้ต้องตั้งต้นว่า 1. รัฐมนตรีถูกอภิปรายมี 18 คน ฝ่ายรัฐบาลถูกกล่าวหา ฝ่ายค้านก็เตรียมผู้อภิปรายไว้เยอะมาก เปรียบได้ว่าเป็นครั้งครั้งหนึ่งที่มีจำนวนผู้อภิปรายเยอะมากที่สุด ทั้งในแง่ของเวลาและจำนวนผู้อภิปราย จึงต้องบริหารสิ่งเหล่านี้ 

“ญัตตินี้เป็นญัตติของสภา เป็นญัตติที่ฝ่ายค้านเข้าชื่อเสนอ ต้องเคารพผู้เสนอ ซึ่งเวลาเหมาะสมที่จะอภิปรายให้ครอบคลุมทั้ง 18 คน ต้องยืนยันว่า 5 วัน จะมีกรณีเดียวหากจะบอกว่าเอา 3 วัน แสดงว่าคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย คุณรู้สึกกังวล และเริ่มมั่นใจว่าการให้เวลากับฝ่ายฝ่ายค้านมากๆ อาจจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลได้ ผมยืนยันว่าอยากมีมีพฤติกรรมแบบนี้ แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันหลายอย่าง แต่ขั้นต่ำที่สุดช่วยดำเนินการให้ถูกต้องคือการพูดคุยกันก่อน ไม่ใช่การหักคอกันหรือบังคับกัน การทำแบบนี้ไม่แตกต่างอะไรกับการหลีกนี้การตรวจสอบของฝ่ายค้าน” นายรังสิมันต์ กล่าว 

'โรม' ฝาก สส.ใช้เศษเสี้ยวความดี จะเห็นความเสียหาย 'ระบอบน้ำเงิน'

นายรังสิมันต์ กล่าวถึงการเตรียมขุนพลผู้อภิปรายว่า เตรียมไว้เยอะมาก แบบจัดหนักจัดเต็ม ยอมรับว่าข้อมูลการอภิปราย ซึ่งบางส่วนอาจจะเคยเห็น และบางส่วนอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน ข้อมูลทั้ง 2 ชุด มั่นใจว่าสามารถเอาผิดนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือฝั่งรัฐบาลได้ หากกฎหมายบ้านเมืองเราเป็นปกติ และหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งหากรัฐบาลจะบริหารประเทศได้ต้องอยู่บนความไว้วางใจของรัฐสภา 

ทั้งนี้ ตนขอใช้โอกาสนี้แจ้งต่อเพื่อน สส. ทุกคน ว่าเรียกร้องมโนธรรมสำนึกจากเพื่อน สส. ทุกคน และตั้งคำถามว่าสภาพประเทศในขณะนี้จะปล่อยให้ระบอบสีน้ำเงินในการกินรวบโกยเรียบแบบนี้จริงเหรอ หรือจะปล่อยให้ระบอบสีน้ำเงินใช้อำนาจแบบเหิมเกริม ใช้อำนาจโดยที่ไม่ได้แคร์หลักนิติรัฐ เศรษฐกิจ การบริหารประเทศหรือประชาชน คิดแต่พวกพ้องเครือข่ายทำเป็นกิจลักษณะเป็นกระบวนการ ปล่อยได้จริงๆหรือ 

“ผมคิดว่าวันนี้นอกจากการอภิปรายสิ่งที่ต้องการที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นคือประเทศไทยไม่ไหวแล้ว จึงเตรียมพยานหลักฐานข้อมูลต่างๆ ขอแค่เพียงใช้เศษเสี้ยวแห่งความดีในหัวใจที่มี ชี้ว่าคุณสามารถที่จะเข้าใจถึงความเดือดร้อนปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น เราทำงานเต็มที่เตรียมการมาสักระยะ” นายรังสิมันต์ กล่าว 

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายค้านจะมีการเปิดเผยภาพรวมแน่นอน ส่วนกระบวนการในวันนี้ ยืนยันเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดีและมั่นใจในพยานหลักฐาน พร้อมยืนยันว่ารัฐมนตรีแต่ละคนถูกอภิปราย บางคนอาจจะมี สส. ร่วมอภิปรายเยอะหน่อย เพราะมีเรื่องเยอะที่ต้องสะสางพูดคุย 

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีแต่ละคนที่จะอภิปรายเวลาไม่เท่ากันใช่หรือไม่ นายรังสิมัน์ กล่าวว่า ไม่เท่ากัน  นั่นหมายความว่าเป็นสิ่งที่นายภราดร จะต้องคิดเหมือนกัน หากมาบีบเราก็บีบ เวลารัฐบาลที่กะเวลาจะไม่ชี้แจงอะไรเลยหรือ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลไม่ได้สนใจการชี้แจง เพราะมั่นใจมือคุณพอ แบ็คคุณใหญ่ อำนาจคุณมี หากคิดแค่นี้และไม่ได้สนใจหลักนิติรัฐหลักนิติธรรม ไม่ได้สนใจความถูกต้องของบ้านเมืองนี้ เราจะปล่อยนักการเมืองแบบนี้ต่อไปจริงหรือ 

เมื่อถามถึงประเด็นการอภิปรายที่มีการวิเคราะห์ว่าจะใช้ประเด็น “ฮั้ว สว.” นำหรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุว่า ตนไม่มีหน้าที่ที่จะยืนยันในตอนนี้ ว่าจะมีประเด็นอะไรบ้าง แต่ทุกคนที่อ่านญัตติและเห็นประเด็น เชื่อว่าไม่มากก็น้อยจะพอคิดออกว่าจะมีประเด็นอะไรบ้างที่เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งหลายประเด็นเป็นความเดือดร้อนของบ้านเมืองมีแน่นอนในการอภิปราย 

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าจะพุ่งเป้าอภิปรายที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เพราะเป็นกล่องดวงใจของผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย นายรังสิมันต์ ระบุว่า ตนต้องถามว่าเป็นกล่องดวงใจหรือไม่ หรือเป็นลูกนกในรังที่จะต้องได้รับการปกป้องหรือไม่ แต่สุดท้ายการพุ่งเป้าไม่ได้หยุดอยู่ที่เราต้องการจะพุ่งเป้า แต่อยู่ที่พยานหลักฐาน 

“ยืนยันการอภิปราย ไม่ใช่สไตล์ที่จะมาโวหาร น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง แต่จะเป็นการนำพยานหลักฐานมาว่ากัน ไม่ได้คิดแค่ชั้นเดียว แต่คิดต่อถึงการดำเนินการหลังจากนั้นหากสมมุติว่า เพื่อน สส. ในสภา ไม่สนับสนุนเราพอ แต่หวังว่าเพื่อน สส. จะเห็นและใช้ประกายแห่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ที่อยู่ในจิตใจตัดสินเรื่องนี้ออกมาอย่างดีที่สุด” นายรังสิมันต์กล่าว 

นายรังสิมันต์ กล่าวถึง การจัดสรรเวลาผู้อภิปรายแต่ละคนหรือแต่ละพรรค ว่าขึ้นอยู่กับเวลาที่จะได้มาเป็นเวลาเท่าไหร่ในภาพรวม  พร้อมเปิดเผยว่าผู้ที่ยื่นเจตจำนงในการอภิปรายครั้งนี้มีจำนวนมาก แต่ขอเป็นกระบวนการภายในของพรรคไม่เปิดเผยในขณะนี้ ยืนยันว่าเตรียมการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ไม่แตกต่างจากยุคที่ผ่านมา และทุกอย่างอยู่บนข้อมูลพยานหลักฐาน