'ณัฐพงษ์' โวยรัฐบาล เลิกให้ข่าวซักฟอกทั้งที่ยังไม่ได้คุยกับฝ่ายค้าน หัวชนฝาไม่เอา 3 วัน ชี้นายกฯบริหารจัดการเวลาได้ จัดทัพใกล้เสร็จ ปัดตอบพุ่งเป้า 'ไชยชนก'
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา ในการแถลงผลประชุม "ครม.เงา" ของพรรคประชาชน (ปชน.) โดยนายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การให้ข่าวของฝั่งรัฐบาลว่าเตรียมที่จะให้เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึงต้องรวมเวลาการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลด้วย ดังนั้นจึงมองว่า รัฐบาลพยายามจะเล่นกลเล่นเกมการเมืองในรัฐสภาเพื่อให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรี 18 คนเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นใช่หรือไม่
"ข่าวที่รัฐบาลให้ข่าวออกมาไม่เคยมีการพูดคุย ร่วมกับตัวแทนฝ่ายค้านแต่อย่างใดประธานรัฐสภาไม่ได้มีการเรียกประชุมร่วมแต่อย่างไร และจะบรรจุญัตติเข้าสภาวันไหนและจะให้เวลากี่วัน ดังนั้น สิ่งที่จะต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลคือวันนี้รัฐบาลต้องหยุดคิดเอง เออเอง เลิกที่จะคิดแทนฝ่ายค้านเพราะให้ข่าวออกมาทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุยกับเราทั้งสิ้น" นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวไล่เรียงเหตุการณ์การขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตตั้งแต่ปี 63 ว่ามีการอภิปรายนายกรัฐมนตรีรวมรัฐมนตรี ซึ่งมีผู้ถูกอภิปรายน้อยกว่า 18 คน แต่ได้รับ วันอภิปรายมากถึง 4 วันรวมลงมติเป็น 5 วัน แต่ครั้งนี้ มีการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีถึง 18 คน แต่รัฐบาลพยายามที่จะคิดเองเออเองให้ข่าวออกมาโดยไม่มีการพูดคุยกับฝ่ายค้านแต่อย่างใดว่าจะให้เวลาอภิปรายเพียงแค่ 3 วัน และเผลอๆเวลาฝ่ายค้านเหลือแค่ 2 วันเท่านั้น สิ่งนี้จึงอยากจะให้ทุกคนส่งข้อเรียกร้องและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมามากที่สุดคือ ประธานรัฐสภา และอยากให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิปทางฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เพื่อที่จะกำหนดกรอบเวลาการประชุมโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายรัฐบาล ยืนยันว่า 3 วันและสัปดาห์นี้ประธานสภาจะนัดประชุมแล้ว ฝ่ายค้านจะยืนยันที่ 5 วันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันในกรอบระยะเวลาเดิมเพราะเทียบเคียงกับกรณีในอดีตจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจำนวนมากกว่าในอดีตด้วยซ้ำซึ่งในอดีต ได้การอภิปรายถึง 4 วันเต็ม ซึ่งกรอบระยะเวลาที่เสนอไปก่อนหน้านี้ถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่การตัดสินใจที่จะบรรจุญัตติเข้าสู่การอภิปรายในสภาเมื่อไหร่ รวมถึงระยะเวลากี่วันก็ต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องนั่นคือการประชุมร่วมกันของวิปร่วม
เมื่อถามว่าเหตุผลสำคัญที่ฝ่ายรัฐบาลนำมาใช้คือนายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารจัดการตารางงานของตัวเองได้ ถ้าให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีซักฟอกเวทีสภา เท่าๆกับงานส่วนอื่นๆของท่าน สุดท้ายแล้วอยู่ที่การให้ความสำคัญเท่านั้นว่าตกลงแล้วคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับสภามากน้อยแค่ไหน
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า การจัดทัพของฝ่ายค้านตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที อยู่ที่ทางรัฐบาลเองมากกว่าว่าให้เราซักฟอกรัฐบาลเมื่อไหร่ จำนวนคนตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้แต่มีตัวเลขในใจอยู่แล้ว ส่วนประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ คือ ชี้ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินเป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริงๆการดำเนินนโยบายของรัฐบาล จริงๆแล้วถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ พวกเราพยายามชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหารแล้วอาจจะเกี่ยวโยงกับส่วนอื่นๆด้วย ซึ่งนอกเหนือจาก สว.และองค์กรอิสระ ก็ยังมีเรื่องของการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนหรือในภาคส่วนอื่นๆ เช่นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ดังนั้นก็อยู่ในกรอบญัตติทั้งหมดที่ได้ยื่นไป
เมื่อถามว่า ประธานสภาอยากเห็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ฝ่ายค้านจะข้อมูลเน้นและมีใบเสร็จใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากใบเสร็จประเด็นสำคัญคือการที่เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลล้มเหลวอย่างไรมากกว่า เรื่องหลายเรื่องแม้จะไม่ได้มีใบเสร็จตายตัว เช่น การโกงเลือกสว. เมื่อเราเอาจิ๊กซอว์ส่วนต่างๆมาประกอบให้เห็นภาพรวมก็จะเห็นกลโกงที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการบริหารราชการแผ่นดินบางเรื่องมีหลักฐานชัดบางเรื่องอาจจะไม่มีแต่ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลบริหารงานได้สำเร็จ จะใช้วิธีอภิปรายไม่ไว้วางใจทำให้ประชาชนเห็น
ถามย้ำว่า ฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าไปที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็ต้องรอดูว่าใครจะถูกซักฟอกมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูการอภิปรายจริงๆในตอนที่ญัตติเข้าสภา





