วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.ฟัน 'คฑาเทพ' อดีต สส.เรียกรับเงิน 1 ล้าน แลกงานบ่อบาดาล

ป.ป.ช.ชี้มูล 'คฑาเทพ' อดีต สส.-หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย คนเคยมอบเหล็กไหลให้ 'บิ๊กป้อม' ปมเรียกเงินผู้รับเหมา 1 ล้าน แลกงานบ่อบาดาลโซลาร์เซลล์

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2569 นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีเรื่องกล่าวหา นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส.กับพวก ทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบาดาล โซล่าเซลล์ ไปแอบอ้างเรียกรับเงิน จากผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง

สำนักงาน ป.ป.ช.ระบุว่า ตามที่ได้มีการกล่าวหา นายคฑาเทพ  เตชะเดชเรืองกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส.กับพวก ได้ร่วมกันวางแผนในการเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง โดยชักชวนให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างเข้าร่วมรับงานโครงการก่อสร้างบ่อบาดาล โซล่าเซลล์ โดยอ้างว่าตนสามารถนำโครงการดังกล่าวมาให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างดำเนินการได้ และได้มีการเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง โดยให้จ่ายค่ามัดจำล่วงหน้ารวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,090,000 บาท ซึ่งต่อมาได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว นั้น

กรณีดังกล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ พบว่า เมื่อปี พ.ศ. 2563 นายคฑาเทพ  เตชะเดชเรืองกุล กับพวก ได้ร่วมกันนำโครงการก่อสร้างบ่อบาดาลโซล่าเซลล์ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในระหว่างการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ ไปแอบอ้างหลอกลวงเพื่อเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง (รวม 3บริษัท) โดยกล่าวอ้างว่า นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล สามารถนำโครงการดังกล่าวมาให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างดำเนินการได้ เนื่องจากได้กล่าวอ้างว่าตนเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการและเป็นผู้ผลักดันโครงการ โดยจะมีการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นเงินจำนวน 25% - 30% ของมูลค่างาน และขอให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างจ่ายมัดจำล่วงหน้าเป็นเงินสดก่อน จำนวน 1.5% ซึ่งผู้รับเหมาแต่ละรายได้จ่ายเงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาในจำนวนที่แตกต่างกัน รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 1,090,000 บาท และสุดท้ายนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ก็ไม่สามารถนำงานจากโครงการดังกล่าวมาให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างดำเนินการได้
 
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายคฑาเทพ  เตชะเดชเรืองกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 และมาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิด ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561ข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27

การกระทำของนางสาวปราชญ์วลี  อิทธิสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86และมาตรา 91
 
การกระทำของนายทวนทอง เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายวัฒนพงษ์ สวนแก้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายสมบัติ  สกุลฉิม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นายเพชร  นางาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายสุรพงษ์ พุทธิวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคฑาเทพ เคยดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย ซึ่งอยู่ในกลุ่ม "พรรคเล็ก" เข้าร่วมรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งปี 2562 

นอกจากนี้ นายคฑาเทพ ยังเป็นผู้ที่มอบเหล็กไหลเป็นของขวัญวันเกิดให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี จนถูกร้องเรียนต่อคณะคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในข้อกล่าวหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย เพราะเหล็กไหลอาจมีมูลค่าเกินสามพันบาท ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ตีตกข้อกล่าวหาดังกล่าวไป