วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปิยะ' นั่งอธิบดีดีเอสไอวันแรก ขอศึกษาสำนวนคดีโกง สว.-เขากระโดง

'ปิยะ รักสกุล' เข้ารับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอวันแรก พร้อมทำงานทันที ยังไม่เห็นสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน โกง สว.-เขากระโดง ขอดูรายละเอียดก่อน วอนสังคมตัดสินจากผลงาน

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงนโยบายการทำงานภายหลังได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า วันนี้เป็นวันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง โดยตนเคยปฏิบัติงานอยู่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษมาตั้งแต่เป็นพนักงานสอบสวน จึงมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มอบนโยบายให้การสอบสวนคดีพิเศษเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางดำเนินคดีสำคัญ โดยเฉพาะคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (คดีฮั้วสว.) ในส่วนความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน รวมถึงคดีเขากระโดงที่มีผู้ยื่นร้องเรียน ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นวันแรก และยังไม่ได้เห็นสำนวนคดีต่าง ๆ แม้จะทราบว่ามีคดีเหล่านี้อยู่ แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะดำเนินการในแนวทางใด ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนใด หรือจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร จึงขอศึกษารายละเอียดของแต่ละคดีก่อน

อย่างไรก็ตาม จะให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงและเข้าใจความคืบหน้าของคดีต่าง ๆ โดยไม่ต้องคาดเดาว่าคดีใดดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหน

เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังมีการแถลงผลสอบคดีฮั้ว สว. ล็อตแรก และมีคำสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 77 ราย ว่าดีเอสไอจะมีบทบาทในการสอบสวนหรือดำเนินการต่ออย่างไร ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว จึงต้องขอตรวจสอบข้อมูลก่อน

ส่วนกรณีที่สังคมยังมีข้อเคลือบแคลงเกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้อาจมีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ สื่อมวลชนก็มีหน้าที่นำเสนอข่าวตามกรอบของตน แต่อยากให้พิจารณาจากผลงานการปฏิบัติหน้าที่มากกว่า เพราะยังมีเวลาอีกพอสมควรที่จะทำให้เห็นว่าการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษภายใต้การบริหารของตนจะเป็นอย่างไร

ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวด้วยว่า แม้จะดำรงตำแหน่งอธิบดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดำเนินการทุกอย่างได้ด้วยตนเอง เนื่องจากการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการแบ่งมอบหน้าที่ตามขั้นตอน และมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนอยู่แล้ว ขณะที่อธิบดีมีหน้าที่บริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน และสามารถปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง