วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผ่า บ.หนัง ‘กฤตวิทย์’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้งาน TPBS 21.9 ล้าน

บริษัท มูฟวี่ส์ แม็ทเทอร์ จำกัด มีนายกฤตวิทย์ หริมเทพาธิป จาก "ทีมประกันสังคมก้าวหน้า" เป็นกรรมการ เคยเป็นคู่สัญญากับ "ไทยพีบีเอส"

KEY POINTS

  • บริษัท มูฟวี่ส์ แม็ทเทอร์ จำกัด มีนายกฤตวิทย์ หริมเทพาธิป จาก "ทีมประกันสังคมก้าวหน้า" เป็นกรรมการ เคยเป็นคู่สัญญากับ "ไทยพีบีเอส"
  • บริษัทดังกล่าว ได้รับงานจาก "ไทยพีบีเอส" อย่างน้อย 17 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 21.9 ล้านบาท
  • การจัดจ้าง 16 จาก 17 โครงการ เป็นการทำสัญญาด้วยวิธี "เฉพาะเจาะจง"

เงื่อนปมการตรวจสอบการใช้วงเงินงบประมาณ “ภาษีบาป” ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ “ไทยพีบีเอส” กำลังถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง พลันที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งโต๊ะแถลงเล่นใหญ่วานนี้ (14 ต.ค.) ชำแหละ 3 ประเด็นในการใช้วงเงินงบประมาณ โฟกัสไปที่ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงินให้กับแขก พิธีกร ผู้ดำเนินรายการ รวมถึงการว่าจ้างเอกชนผลิตข่าว ส่งผลให้เกิดความเสียหายรวมกว่า 85 ล้านบาท

ด้าน “ผู้บริหารไทยพีบีเอส” ทั้ง “พิเศษ จียาศักดิ์” รอง ผอ.ไทยพีบีเอส ระบุว่า ยืนยันว่าการบริหารงานที่ผ่านมามุ่งเน้นประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และพร้อมปรับปรุงตามคำแนะนำของ สตง. 

ส่วน "อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ" รอง ผอ.ไทยพีบีเอส ชี้แจงว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าวมีมานานแล้ว แต่ทีมบริหารชุดปัจจุบันไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ศึกษาทางแก้ไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เขายังตอบคำถามกรณีการว่าจ้างพิธีกร หรือผู้ดำเนินรายการแพงเกินไปหรือไม่ว่า ไม่สามารถพูดได้ว่าสูงหรือต่ำ เหมือนเราจ้างดารามาแสดงหนัง ดารานำ ตัวประกอบ ไม่เหมือนกัน พิธีกรที่อาจมีอัตราค่าจ้างสูงไป 4 หมื่นบาทต่อตอนอะไรอย่างนี้ คือคิดว่าขึ้นอยู่กับบุคคล มีทั้งสูงทั้งต่ำอย่างที่ถ้าได้ยิน วีระ ธีรภัทร พูดในรายการคุยให้คิดว่า ตัวเขาเอง เคยได้ค่าพิธีกรสูงกว่านี้ หรือต่ำกว่านี้ก็มี แล้วแต่สื่อ แล้วแต่หน้าที่ว่าต้องทำอะไร ไม่สามารถพูดได้ว่าสูงหรือต่ำ เหมือนเราจ้างดารามาแสดงหนัง ดารานำ ตัวประกอบก็ไม่เหมือนกัน คิดว่าประเด็นนี้ตัดออกไป

ส่วนกรณีว่าจ้างเอกชนผลิตรายการด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงนั้น “อดิศักดิ์” กล่าวว่า ในแง่ของรายการของไทยพีบีเอสที่ต้องการคนเป็นแม่เหล็ก เหมือนที่รอง ผอ.ไทยพีบีเอส (นายพิเศษ) เคยเปรียบเทียบว่า อาจต้องซื้อกองหน้ามาบ้าง เพื่อเสริมทีม เพราะระหว่างนี้คนไทยพีบีเอสอาจยังไม่มีตัวบุคคลโดดเด่นมากพอ เราอยู่ในภาวะต้องแข่งขัน

เบื้องต้น กรุงเทพธุรกิจ นำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “บริษัทสื่อ” เข้าไปรับงานกับ “ไทยพีบีเอส” ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงไปแล้ว ทั้งถูกจ้างเป็นพิธีกร หรือผลิตรายการ รวมวงเงินอย่างน้อย 221.67 ล้านบาท

1.บริษัท คน คม คิด จำกัด วิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ พิธีกรข่าวชื่อดัง เป็นกรรมการ และถือหุ้นใหญ่สุด 50% เป็นคู่สัญญากับ “ไทยพีบีเอส” ทั้งถูกจ้างเป็นพิธีกรรายการ “คุยให้คิด” และผลิตรายการ อย่างน้อย 4 สัญญา รวมวงเงิน 2.2 ล้านบาท

2.บริษัท กาแฟดำ จำกัด สุทธิชัย แซ่หยุ่น นักข่าวอาวุโส เป็นกรรมการ และถือหุ้นใหญ่สุด 69% เป็นคู่สัญญากับ “ไทยพีบีเอส” ทั้งถูกจ้างเป็นพิธีกรรายการ “คุยให้คิด” และผลิตรายการ อย่างน้อย 27 โครงการ รวมวงเงินกว่า 26.23 ล้านบาท

3.บริษัท อัลคา ลิงค์ จำกัด “กรุณา บัวคำศรี” นักข่าวต่างประเทศอาวุโส เป็นกรรมการ และถือหุ้น 45% เป็นคู่สัญญากับ “ไทยพีบีเอส” อย่างน้อย 9 โครงการ (ผลิตรายการ Flashpoint จุดร้อนโลก และผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์) รวมวงเงินกว่า 28.06 ล้านบาท

4.บริษัท อี เลิร์น จำกัด ศราวุธ เดชเสถียร และ นันท์วิสิทธิ์ ตั้งแสงประทีป อาจารย์ประจำหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ และผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตร์มหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นกรรมการ ทำรายการ “Big Story เรื่องใหญ่ ThaiPBS” อย่างน้อย 17 โครงการ รวมวงเงินกว่า 119.68 ล้านบาท

5.บริษัท พีเอ็นวาย โปรดักส์ชั่น จำกัด รุ่งทิพา ยงค์เจริญชัย ถือหุ้นใหญ่สุด 45% สุรัตน์ ม่วงศรี ถือรองลงมา 25% ปรีชา ยงค์เจริญชัย ถือ 15% และยศภัทร ยงค์เจริญชัย ถือ 15% เป็นคู่สัญญากับ “ไทยพีบีเอส” ในรูปแบบ “เฉพาะเจาะจง” ในการผลิตรายการ “ข่าวเจาะย่อโลก” รายการ “ทันโลกกับที่นี่ไทยพีบีเอส” รายการ “ฟังเสียงประเทศไทย” และรายการ “ห้องข่าวไทยพีบีเอส” อย่างน้อย 28 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 45.5 ล้านบาท

โดยเฉพาะ “พีเอ็นวายฯ” ที่ถูก สตง.ระบุชื่อในรายงานผลการตรวจสอบ “ไทยพีบีเอส” ว่าจ้างเอกชนผลิตรายการ “ข่าวเจาะย่อโลก” 10 ตอน วงเงินกว่า 15 ล้านบาท ตกตอนละ 1.1 แสนบาทนั้น สตง.เห็นว่า ขัดต่อหลักความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เนื่องจากไทยพีบีเอสมีศักยภาพผลิตรายการเอง เพราะองค์กรมีบุคลากรประมาณ 1,200 คน

ล่าสุด จากการตรวจสอบฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พบข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัท มูฟวี่ส์ แม็ทเทอร์ จำกัด ที่มี “กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป” ผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” เป็นกรรมการบริษัท โดยบริษัทแห่งนี้เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐอย่างน้อย 22 โครงการ รวมวงเงินกว่า 23 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีโฟกัสเฉพาะการเป็นคู่สัญญากับ “ไทยพีบีเอส” อย่างน้อย 17 โครงการ รวมวงเงินกว่า 21.9 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการจ้างด้วยวิธี “เฉพาะเจาะจง” ถึง 16 โครงการ 

สำหรับ “กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป” คือนักเขียนผู้คร่ำหวอดในแวดวงวิจารณ์ภาพยนตร์ เคยเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กลุ่ม 4 ในอดีตเขาคือบรรณาธิการผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารด้านภาพยนตร์ชื่อดังของไทยอย่าง “BIOSCOPE” รวมถึงบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์อิสระในนาม Documentary Club นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับภาพยนตร์ เช่น Doc Club & Pub 

ต่อมาเขาเข้าร่วม “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม “ฝ่ายนายจ้าง” กระทั่งได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลอยู่ในตอนนี้

ผ่า บ.หนัง ‘กฤตวิทย์’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้งาน TPBS 21.9 ล้าน
(ภาพจากเพจ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า)

ข้อมูล บริษัท มูฟวี่ส์ แม็ทเทอร์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 24 มิ.ย. 2557 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 25 ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 24 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ ดำเนินธุรกิจซื้อ ขาย ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ภาพและเสียง 

มีกรรมการ 2 คนคือ นางสาวธิดา ผลิตผลการพิมพ์ และนายกฤตวิทย์ หริมเทพาธิป นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด 30 เม.ย. 2569 ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ ถือหุ้นใหญ่สุด 99.98% นพพร ศักดานเรศว์ ถือ 0.01% สุพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ถือ 0.01%

นำส่งงบการเงิน 5 ปีหลังสุด

ปี 2568 มีสินทรัพย์รวม 8,713,320 บาท หนี้สินรวม 5,392,179 บาท รายได้รวม 24,105,396 บาท รายจ่ายรวม 21,118,222 บาท เสียภาษีเงินได้ 425,009 บาท กำไรสุทธิ 2,486,452 บาท

ปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 7,493,629 บาท หนี้สินรวม 6,658,941 บาท รายได้รวม 7,105,888 บาท รายจ่ายรวม 7,313,326 บาท ขาดทุนสุทธิ 299,354 บาท

ปี 2566 มีสินทรัพย์รวม 8,385,294 บาท หนี้สินรวม 7,251,252 บาท รายได้รวม 8,649,345 บาท รายจ่ายรวม 6,909,054 บาท เสียภาษีเงินได้ 210,705 บาท กำไรสุทธิ 1,439,861 บาท

ปี 2565 มีสินทรัพย์รวม 5,869,610 บาท หนี้สินรวม 6,175,429 บาท รายได้รวม 13,101,221 บาท รายจ่ายรวม 11,921,590 บาท เสียภาษีเงินได้ 146,300 บาท กำไรสุทธิ 1,033,329 บาท

ปี 2564 มีสินทรัพย์รวม 9,533,587 บาท หนี้สินรวม 10,872,736 บาท รายได้รวม 11,067,389 บาท รายจ่ายรวม 8,959,196 บาท เสียภาษีเงินได้ 70,379 บาท กำไรสุทธิ 2,037,812 บาท

คู่สัญญากับ “ไทยพีบีเอส” อย่างน้อย 17 โครงการ (เท่าที่ตรวจสอบพบ) รวมวงเงินกว่า 21.9 ล้านบาท ดังนี้

1.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) ผลิตรายการกลางเมือง ไตรมาสที่ 3-4/2562 (จำนวน 26 ตอน) 2.34 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 62    

2.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผลิตรายการ กลางเมือง ไตรมาสที่ 1-2/2562 (จำนวน 26 ตอน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 2.34 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 62    

3.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผลิตรายการก(ล)างเมือง ไตรมาสที่ 3-4/2564 (จำนวน 20 ตอน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.80 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 64    

4.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผลิตรายการกลางเมือง ไตรมาสที่ 1-2/2563 (จำนวน 20 ตอน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.80 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 63    

5.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผลิตรายการก(ล)างเมือง (ไตรมาสที่ 3-4/2563 ) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.80 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 63    

6.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างลิขสิทธิ์ภาพยนตร์สารคดี จำนวน 10 เรื่อง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.50 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 68    

7.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผู้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและสร้างสรรค์การผลิตการเล่าเรื่องสารคดี โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.45 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 67    

8.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างรายการกลางเมือง ไตรมาสที่ 3-4/2565 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.35 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 65    

9.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผู้จัดหาภาพยนตร์สารคดี อะไรนะสารคดี What the Doc ไตรมาส 4 2569 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.30 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69    

10.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างจัดหาภาพยนตร์สารคดี อะไรนะสารคดี What the Doc (ไตรมาส 2) ปี69 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.20 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 69    

11.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างจัดหาภาพยนตร์สารดี What the Doc อะไรนะสารคดี โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.10 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 68    

12.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผลิตรายการก(ล)างเมือง ไตรมาสที่ 1-2/2566 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1.04 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 66    

13.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างค่าลิขสิทธิ์ ภาพยนตร์สารคดี โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 1 ล้านบาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 63    

14.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างจัดกิจกรรม VIPA Film Festival เทศกาลภาพยนต์สะท้อนความเหลื่อมล้ำ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 884,500 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 66    

15.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผลิตรายการ กล(า)งเมือง จำนวน 6 ตอน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 540,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 65    

16.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างภาพยนตร์สารคดี(ขออนุญาตใช้สิทธิ์) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 250,000บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 63    

17.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ส.ส.ท.) จ้างผู้ให้บริการในการจัดจำหน่ายภาพยนตร์สารคดี ชุด ติดถ้ำ The Caved Life โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 208,650บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 63    

ส่วนหน่วยงานรัฐอื่น 5 แห่ง ดังนี้

1.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จ้างจัดงาน สารคดีสนทนา จุดประกายการศึกษาและเยาวชน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 408,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 67    

2.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ สำหรับโครงการภาพยนตร์วิจารณ์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 300,000บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 63    

3.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ สำหรับโครงการภาพยนตร์วิจารณ์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 300,000บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 63    

4.สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จ้างดำเนินการจัดฉายและเช่าสิทธิภาพยนตร์ Ex Libris The New York Public Library ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 120,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 62    

5.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ซื้อลิขสิทธิ์ในการฉายภาพยนตร์สำหรับกิจกรรมฉายภาพยนตร์มานุษยวิทยาทัศนา มองหนังมองคน เดือนกรกฎาคมและเดือนกันยายน 2563 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 25,680บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 63

อย่างไรก็ดีข้อมูลธุรกิจ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างข้างต้น ยังไม่มีปัญหาถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบแต่อย่างใด