“สุริยะ” ยัน ของบซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คันละ 16 ล้าน ดูผิวเผินแพง แต่คุ้มค่าระยะยาว ชี้ สมัยนั่ง รมว.คมนาคม เปลี่ยนรถ ขสมก.เป็นไฟฟ้า ก็แพงขึ้นเท่าตัว พร้อมชี้แจงทุกข้อสงสัย
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงกรณีข้อวิจารณ์ที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมของงบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ วงเงิน 8,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการจัดหารถแทรกเตอร์เกี่ยวข้าวอีวี 500 คัน เพื่อช่วยลดต้นทุนการเกี่ยวข้าว ว่า ตนยืนยันว่าขณะนี้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากการไถนา ด้วยรถแทรกเตอร์ดีเซล ซึ่งกรมการข้าวได้พิจารณาแล้วว่า หากนำรถแทรกเตอร์อีวีเข้ามา ซึ่งราคาผิวเผินอาจจะดูแพงกว่ารถดีเซล แต่หากดูในภาพรวม รถแทรกเตอร์ที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน ตลอดระยะเวลาใช้งาน 14 ปี จะช่วยให้ประหยัดกว่าหมื่นล้านบาท ยืนยันว่ารายละเอียดต่างๆ มีการเปรียบเทียบครบว่าได้ประโยชน์กว่าอย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าราคารถอีวีในตลาดแค่ 1.6 ล้านบาท แต่โครงการระบุว่า 16 ล้านบาท นายสุริยะ กล่าวว่า สมัยตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การเปลี่ยนรถ ขสมก. จากดีเซลเป็นอีวี ตอนนั้นก็แพงกว่าเท่าตัว แต่สุดท้ายผลที่ออกมาก็เป็นประโยชน์
เมื่อถามว่า ในระยะยาวถือว่าคุ้มค่าใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า แน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และการลดคาร์บอนเครดิต ตรงนี้ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ ซึ่งการขายข้าวที่มาจากรถอีวี จะเข้ากฎเกณฑ์ที่ต่างประเทศ ที่กำหนดว่าต้องเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และจะทำให้ขายข้าวได้ราคาดีขึ้น
นายสุริยะ กล่าวว่า การเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงการคลัง คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ และเชื่อว่าที่หลายคนไม่เข้าใจเรื่องนี เพราะยังมีการชี้แจง แต่ที่ผ่านมาเรามีการทำตารางไว้หมดแล้ว ยืนยันว่าพร้อมชี้แจง





