สุริยะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำภาคเหนือตอนล่าง ณ จ.พิษณุโลก สั่งการกรมชลประทานขุดลอกคลองและตั้งสถานีสูบน้ำไฟฟ้า เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ทุ่งทะเลแก้วและทุ่งสาน พร้อมมอบปัจจัยการผลิต อุ้มเกษตรกร
KEY POINTS
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามและสั่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มต่ำ
- วางแนวทางแก้ปัญหา 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน (ขุดลอกคลอง), ระยะกลาง (สร้างสถานีสูบน้ำ), และระยะยาว (ปรับปรุงระบบประตูระบายน้ำ)
- สั่งการให้กรมชลประทานเร่งรัดโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแห่งใหม่ที่ทุ่งสาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูน้ำหลากและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบในพื้นที่ลุ่มต่ำ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกร เพื่อเปลี่ยนปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากให้กลายเป็นความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์) ณ เทศบาลตำบลท่าทอง พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งทะเลแก้ว อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ว่า พื้นที่ทุ่งทะเลแก้วเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากทุกปี เนื่องจากข้อจำกัดในการระบายน้ำ กระทรวงเกษตรฯ จึงได้วางแนวทางแก้ไขครอบคลุม 3 ระยะ
ระยะเร่งด่วน เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำเพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวก
ระยะกลาง ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วงน้ำหลาก
ระยะยาว ปรับปรุงประตูระบายน้ำ อาคารประกอบ และคลองระบายน้ำทั้งระบบ
“ขอให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินโครงการสำคัญ ทั้งการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ การขุดลอก การก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อให้งานเร่งด่วนเกิดผลโดยเร็ว ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน...” นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
- มอบปัจจัยการผลิต-โฉนดที่ดิน เสริมความมั่นคงเกษตรกร
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ ได้มอบเงินอุดหนุนโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร, โฉนดที่ดิน, ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพบำรุงดิน จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว (RD-1), เมล็ดพันธุ์ผัก, พันธุ์ปลา และไข่ไก่ ให้แก่ผู้แทนเกษตรกร เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกิน พร้อมเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการองค์ความรู้ของหน่วยงานในสังกัด
- ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนนเรศวร-ทุ่งสาน ลุยสร้างประตูระบายน้ำใหม่
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้เดินทางไปยังอาคารท่อระบายน้ำทุ่งสาน อ.พรหมพิราม เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนนเรศวร โดยกรมชลประทานเตรียมแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำขนาด 6 x 6 เมตร จำนวน 1 ช่อง (อัตราการระบาย 36 ลบ.ม./วินาที) พร้อมติดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 3 ลบ.ม./วินาที จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก และกักเก็บน้ำไว้ใช้เกษตรกรรมในฤดูแล้ง
นายสุริยะ กล่าวทิ้งท้ายว่า นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชน และได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการร่วมกับท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
การลงพื้นที่ติดตามและวางระบบระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำภาคเหนือตอนล่างในครั้งนี้ สะท้อนถึงการแก้ปัญหาวิกฤตน้ำเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเยียวยาชั่วคราว แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำทั้งการระบายและการกักเก็บ ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ภาคการเกษตรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน





