“ธรรมนัส” และพลพรรคกล้าธรรม ได้ทีสอนมวย “สุริยะ” เจ้ากระทรวงเกษตรฯ ที่กำกับ “กรมชลประทาน” ในการบริหารจัดการน้ำท่วม อยากให้เดินตามแผนเดิมสมัยที่เคยนั่งว่าการ การขยับของค่ายเขียว ขย่มแดง หนีไม่พ้นถูกมองว่า หวังให้เกิดการเขย่าขวดใหม่ จะได้คัมแบ็คกระทรวงนี้อีกครั้ง
KEY POINTS
- การขยับของธรรมนัส ส่งแรงกระเพื่อมถึงการทำงานของกรมชลประทาน และ ก.เกษตรฯ ในจังหวะน้ำท่วม
- ความหมายที่บอกกับสังคม คือพยายามตีปี๊บ ว่าแผนงานเดิม ยุคที่พรรคเขียวคุมดีอยู่แล้ว
- ไม่ต้องเปลี่ยนตามผู้บริหารใหม่ กว่าจะเข้าที่เข้าทางอาจรับมือปัญหาเฉพาะหน้าไม่ทัน
- การส่งสัญญาณต่างๆ ไม่แคล้วถูกมองต้องการกระทบถึงสุริยะ เพราะอาจมองว่าไม่ค่อยถนัดงานแนวนี้เท่าไหร่
- จนเกิดข้อสังเกตตามมาว่า แท้ที่จริงแล้ว ธรรมนัส อยากให้เขย่าขวดใหม่ เพื่อคัมแบ็คคุมกระทรวงเกษตรฯ อีกครั้งใช่หรือไม่
สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพ ก่อนจะขยายตัวไปในพื้นที่หลายจังหวัด บ่งบอกชัดเจนว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เอาไม่อยู่ ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน ซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำมาก่อนหน้านี้
คนที่เมาหมัดที่สุดหนีไม่พ้น “อนุทิน” กับสถานการณ์ที่แก้ไม่ตก ความพยายามเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เช่น แฟลตคลองจั่น สายไหม เคหะร่มเกล้า และพื้นที่บางส่วนของสมุทรปราการ แต่ก็ติดปัญหาน้ำในคลองต่างๆ หนุนสูง จากปริมาณน้ำเหนือที่ถูกปล่อยออกจากเขื่อนต่างๆ
สำหรับพื้นที่ท้ายน้ำหลายจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันตก ก็ประสบปัญหากันถ้วนหน้า ไม่เฉพาะใน “เมืองหลวง” สิ่งที่ทางการทำได้ตอนนี้ คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สะท้อนว่าที่ผ่าน “รัฐบาล” ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมพร้อมรับมือมากเท่าที่ควร
ขณะเดียวกันมี “นักวิชาการ” ด้านทรัพยากรน้ำจะออกมาตั้งข้อสังเกต เรื่องวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯครั้งนี้ว่า “โง่จริง” หรือ “ตั้งใจ” ให้เกิดน้ำท่วม เพื่อที่จะใช้งบประมาณมโหฬารในการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ผ่านโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย มูลค่าโครงการ 1.65 แสนล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปี
ตามจังหวะเหมาะเหม็งทันทีที่ “กรุงเทพฯ” วิกฤติปุ๊บ “อนุทิน” ที่เพิ่งลงเครื่องถึงประเทศไทย หลังเสร็จภารกิจที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เมื่อ 27 ก.ย. โดย “อนุทิน” แจ้งว่า “ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ รายงานผลการศึกษามาโครงการดังกล่าว เมื่อ 24 ก.ย. จากนั้นนายกฯประกาศทันทีจะชง ครม. 29 ก.ย. ก่อนผ่านโครงการ 1.65 แสนล้านบาท ในวันที่ 30 ก.ย.
เงื่อนวัน ว. เวลา น. ล็อกกำกับกันเอาไว้ก่อน จนมีบางฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกต เพราะตามสไตล์การบริหารของ “บิ๊กสีน้ำเงิน” มักมีข้อครหา “ถอนทุนทางการเมือง” เข้ามาอยู่ในสมการเสมอ
ที่สำคัญโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุม ครม. แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่เสนอจนได้ไฟเขียวออกมาเป็นมติพร้อมดำเนินการ ต่างจากวาระอื่นๆ ทั้งที่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และใช้เงินมากที่สุด และต้องกู้เงินจากต่างประเทศส่วนหนึ่ง
วิธีใช้เงินแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงเป็นความถนัดที่สุดของ “นักการเมือง” โดยธรรมชาติที่มีปัญหาปุ๊บ งัดมาตรการเยียวยาปั๊บ ส่วนจะมี “มือดี” ทำเบี้ยบ้ายรายทางตกหล่นหรือไม่ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีการอำนวยความสะดวกให้ “บิ๊กเนมบางราย” หรือไม่ ที่สำคัญช่องโหว่ที่มักจะเอื้อประโยชน์ให้ “ฝ่ายการเมือง-ราชการ” อยู่เสมอ
นอกจากนี้ต้องจับตาสถานการณ์น้ำเฉพาะหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากประสิทธิภาพการบริหารจัดการของรัฐบาลมีปัญหา โดยในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า ตามคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา “กรุงเทพ” จะมีฝนตกเพิ่ม ระหว่างนี้หากน้ำเหนือยังปริมาณไม่ลดลง อาจจะเกิด “น้ำท่วม” ซ้ำคำรบสอง
ความยากในการบริหารจัดการน้ำตอนนี้ คือคุมฝนไม่ให้ตกไม่ได้ น้ำในเขื่อนที่ใกล้ความจุก็ต้องระบาย ส่งผลให้แม่น้ำสายหลักในภาคกลาง ภาคตะวันตก สูงขึ้น รวมถึงเจ้าพระยา แล้วพอเจอน้ำทะเลหนุน การระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมก็ทำไม่ได้ สูบออกเดี๋ยวก็ไหลกลับเข้าที่เดิม กลายเป็นงูกินหาง
แม้ “อนุทิน” จะพยายามแก้ตัวด้วยการลงพื้นที่ แฟลตคลองจั่น - เคหะร่มเกล้า - ย่านสายไหม ทั้งที่ต้องเจอเสียงด่าจากประชาชนแบบเต็มเหนี่ยวกล่าวว่าเป็นตัวปัญหาจนประชาชาชนเดือดร้อน แต่กลับมีประชาชนบางส่วนดีใจที่เจอ “นายกฯหนู” ที่มาพร้อมถุงยังชีพ อาหารน้ำดื่ม ที่ขนลงไปแจก
อาการเมาหมัดของ “รัฐบาลภูมิใจไทย” จากวิกฤติน้ำท่วม ออกอาการชัดตั้งแต่ต้นว่าเอาไม่อยู่ จึงต้องติดตามว่าบรรดา “กุนซือ” จะแก้เกมให้ “อนุทิน - ภูมิใจไทย” สามารถฟื้นเรตติ้งที่เสียไปได้มากน้อยเพียงใด
ขณะที่ “เพื่อไทย” โดย “เดอะซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูกรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบสถานการ์โดยตรง โดน “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ออกมาขย่มว่าการบริหารจัดการน้ำต้องสั่งการเป็นระบบ พ่วงการเคลมผลงานเก่าสมัยคุมเกษตรฯ มีแผนรับมือหมดแล้ว อยากให้สานต่อ ไม่อยากให้กรมชลฯ คิดใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร
แรงขย่มของ “ธรรมนัส” ต้องการขยี้ “สุริยะ” เพราะรู้ดีว่าอาจมีข้อจำกัดในด้านบริหารจัดการน้ำ โดยไว้ไมตรีไม่แตะต้อง “อนุทิน – ภูมิใจไทย” เพราะอยู่ในช่วงสุกดิบ ได้เสีย ว่าความชัดเจนจะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่
นอกจากนี้ “ธรรมนัส” ยังส่งไม้ต่อให้ “ลูกพรรคกล้าธรรม” รับโจทย์ถล่ม “สุริยะ” กลางสภาซ้ำ ประเด็นโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ จนกระทบแผนจัดการน้ำ ทำให้สัญญาณความไม่ลงรอยระหว่าง “กล้าธรรม – เพื่อไทย” ปะทุชัดเจน
ระดับ “ผู้กองมนัส” รู้ดีว่า “แพทองธาร ชินวัตร” ยังมีอิทธิพลสูงในค่ายแดง แถมมุมมองของ “นายหญิง” ที่มีต่อ “เจ้าของพรรคกล้าธรรม” มักจะติดอยู่ในแดนลบ เลยไม่มีอะไรต้องเกรงใจกัน
ว่ากันว่าความปรารถนาของ “ธรรมนัส” หากได้เข้าร่วม “รัฐบาลภูมิใจไทย” ยังขอปักหมุดที่ “ก.เกษตรฯ” ทางหนึ่งต้องการสานต่อนโยบายที่ทำค้างเอาไว้ ทางหนึ่งต้องการคุมขุมทรัพย์ที่สามารถนำไปต่อยอดทางการเมืองได้
เมื่อสัญญาใจ “พี่หนู - น้องนัส” นับถอยหลังจะร่วมงานกันอีกครั้ง การวางเกมเพื่อเปิดทางเข้าสู่กระทรวงที่หมายปองเอาไว้ย่อมปรากฎร่องรอยทางการเมือง
ในวิกฤติของบ้านเมือง เรามักเห็นโอกาสของ “นักการเมือง” หลายคนในการฉกฉวยประโยชน์จากสถานการณ์ ท่ามกลางข้อสังเกต “ธรรมนัส” ล็อกเป้า “สุริยะ – เพื่อไทย” เป้าหมายไม่แคล้วอยากกลับไปนั่ง “รมว.เกษตรฯ” อีกสมัย





