ระบอบ‘น.หนู’กินรวบประเทศ ญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรี แบ่ง 3 กลุ่มหลัก ปักหมุด“อนุทิน” หุ่นเชิดการเมือง โยง“บิ๊กเนม”หนุนหลัง
KEY POINTS
- พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 18 คน ภายใต้หัวข้อ "ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ"
- ผู้ถูกอภิปรายถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามข้อกล่าวหา ได้แก่ กลุ่มพัวพันคดีโกง สว., กลุ่มใช้อำนาจส่อทุจริต และกลุ่มบริหารงานผิดพลาด
- ข้อกล่าวหาสำคัญมุ่งเน้นไปที่การทุจริตเลือกตั้ง สว. การใช้อำนาจโดยมิชอบ การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และความล้มเหลวในการบริหารประเทศ
ถึงคิว “ฝ่ายค้าน” 6 พรรค 155 เสียง เปิดเกมเร็วยื่นซักฟอก “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ไม่ทันตั้งตัว “นายกฯ-17 รัฐมนตรี” ถูกเปิดแผลใหญ่ โยงใย “คดีโกง สว.” พ่วงเชิงลึกคดีโกงสอบท้องถิ่น-การบริหารราชการแผ่นดิน-จัดการน้ำท่วมล้มเหลวซ้ำซาก
โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านรวม 6 พรรค 155 สส. ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย และพรรคไทรวมพลัง ร่วมกันลงชื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” พุ่งเป้าไปที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย พ่วง 17 รัฐมนตรี หลายสิบคนพัวพันรอดพ้นบ่วง “คดีโกง สว.”
โดยประกาศธีมซักฟอกครั้งนี้คือ “สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ” ได้แก่
1.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย 2.พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม 3.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง 5.ศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์
6.ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 7.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม 8.สุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 9.ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 10.สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 11.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม
12.นภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 13.น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำนักนายกรัฐมนตรี 14. ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 15.สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 16.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม 17.เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย 18.วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ในฐานะ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ นำแถลงว่า ต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศนี้อยู่ ระบบนี้เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจหมายรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา และกลไกลถ่วงดุลตรวจสอบ หรือองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย
ดังนั้นเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ว่าจะเป็นการโกง สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น วิกฤติประชาชน เช่น การบริหารจัดการน้ำท่วมต่างๆล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสิ้น
สำหรับข้อกล่าวหาในญัตติ ได้ระบุถึงพฤติการณ์ของนายกฯ และรัฐมนตรี รวม 18 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
หนึ่ง พัวพันแต่พ้นบ่วงคดีโกง สว.
โฟกัสหัวหน้ารัฐบาล นายกฯ "อนุทิน" โดยระบุว่า สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ทั้งโกงการเลือกตั้ง สส. โกงการเลือก สว. โกงการสอบข้าราชการ โกงงบประมาณแผ่นดิน เพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ สมคบคิดกันเพื่อเข้าไปทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้นำของประเทศ ยังได้ปรากฏพฤติกรรมยอมตนอยู่ภายใต้บุคคลอื่น เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมือง ที่ถูกชักใยชี้นำในเรื่องสำคัญ ตำแหน่งนายกฯ กลายเป็นเพียงเกราะคุ้มครองบุคคลอื่นให้สามารถแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน
“ทรงศักดิ์” ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชันได้ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือก สว.
“ไชยชนก” ถูกกล่าวหาว่า ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปรกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของของตนเอง สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนและเครือข่ายพรรคการเมืองเพื่อทุจริตเงินภาษีของประชาชน ติ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงเลือก สว.
“นภินทร” ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคของตน ดำเนินการโกงการเลือก สว.
“ภราดร” มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือก สว.
“สุขสมรวย” ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคของตน โกงการเลือก สว. อย่างเป็นขบวนการ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ
“เจเศรษฐ์” ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ใช้อำนาจ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคของตน โกงการเลือก สว.
“วรศิษฎ์” สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ มีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ทำลายระบบคุณธรรมของราชการ ไม่ส่งเสริมคนดี แต่กลับส่งเสริมคนทุจริตให้มีความก้าวหน้า ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือก สว.
สอง กลุ่มใช้อำนาจส่อทุจริต
ข้อกล่าวหาระบุว่า “พิพัฒน์” มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ให้ตนเองและพวกพ้องมีส่วนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของรัฐ มีพฤติกรรมและการใช้อำนาจโดยแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤติของชาติ เป็นพฤติกรรมอันอำมหิต โดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน
“สิริพงศ์” ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ
“สุชาติ” มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ
“พล.ต.ท.รุทธพล” ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี ยอมตนเป็นเครื่องมือของบุคคลภายนอก เพื่อทำลายผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจในการโยกย้ายกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต
“ศุภมาส” มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน อย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อคโครงการต่างๆให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ
สาม กลุ่มสุ่มเสี่ยงใช้อำนาจมิชอบ-บริหารเศรษฐกิจผิดพลาด
กล่าวหา “เอกนิติ” บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา และคนใกล้ชิดกับขบวนการดังกล่าวจนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน
“ศุภจี” ไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน ปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นสูงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน
“ปกรณ์” มีพฤติกรรมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ทุจริตคอร์รัปชัน
“พล.ท.อดุลย์” มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ประพฤติตนให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อนายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง
ไทม์ไลน์การเริ่มเปิดซักฟอก "โสภณ ซารัมย์" ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังรับหนังสือว่า กรอบเวลาคือ 14 วัน แต่เบื้องต้นได้คุยกับ "ผู้นำฝ่ายค้าน" แล้วว่าอยากจะได้ปลายเดือน ต.ค.
หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบญัตติ ซึ่งจะทำให้เร็วที่สุด เพื่อเสนอให้ ครม.ยื่นวันกลับมา หากทุกฝ่ายไม่ติดปัญหาศึกซักฟอกอาจจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ต.ค.
ศึกซักฟอกครั้งสำคัญนี้ ขั้วฝ่ายค้านโหมโรงจาก"ระบอบสีน้ำเงิน" พุ่งเป้า“ระบอบ น.หนู” ทิ่มกล่องดวงใจ “ขั้วน้ำเงิน” หมายมุ่งให้ทะลุไปยัง “ลาสต์บอส” ที่อยู่เบื้องหลัง





