วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดพฤติการณ์ ’นายกฯ-17 รมต.น้ำเงิน’ ฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงซักฟอก

เปิดพฤติการณ์ คำร้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ "ฝ่ายค้าน" ซัดแรงถึง "นายกฯอนุทิน" พ่วง "17 รัฐมนตรี" โฟกัสปมโกง สว.

KEY POINTS

  • เปิดพฤติการณ์คำร้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ "ฝ่ายค้าน" ซัดแรงถึง "นายกฯอนุทิน" พ่วง "17 รัฐมนตรี"
  • โฟกัสหลักเรื่อง "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น" ด้าน "นายกฯ" โดนหนักสุด สร้าง "ระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู" กินรวบประเทศ
  • ใช้คำแรงถึง "รัฐมนตรี" บางคนโดน "เนรคุณแผ่นดิน" เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง-ทุนเทา ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ในการโกงการเลือก สว.-เลือกตั้ง สส.

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 เมื่อเวลา 14.00น. ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคไทยภักดี พรรคไทรวมพลัง และพรรคเสรีรวมไทย ร่วมกันยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา151 ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยมีรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จำนวน 18 คน ดังนี้

1.นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
7.พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
8.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
9.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
10.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11.พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรรม
12.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐนตรี
14.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
15.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
16.นายสิริพงศ์ อังคสกุลกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนาคม
17.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
18.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เปิดพฤติการณ์ ’นายกฯ-17 รมต.น้ำเงิน’ ฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงซักฟอก

โดยระบุพฤติการณ์แต่ละคนดังนี้
    
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 

ไม่มีความชื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารประเทศผิดพลาดอย่างร้ายแรง ไม่เคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้ความรับผิดชอบต่อระบบรัฐสภาไร้วุฒิภาวะ ไร้ภาวะผู้นำ บริหารงานบุคคลล้มเหลว แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆโดยมิได้คำได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริต 

ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไร้จิตสำนึกในการเป็นผู้นำประเทศที่จะต้องละเว้น ไม่ใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่ไปเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน กลับใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองบริวาร พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ ไม่มีความคิดในการทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของขาติและส่วนรวม แต่ใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายพรรคการเมืองของตนเอง สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ทั้งโกงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โกงการสอบข้าราชการ โกงบประมาณแผ่นดินเพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ 

เปิดพฤติการณ์ ’นายกฯ-17 รมต.น้ำเงิน’ ฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงซักฟอก

นายอนุทินและเครือข่ายพรรคพวกของตน ได้สมคบคิดกันเพื่อเข้าไปทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแชงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเพื่อทำให้กระบวนการและกลไกเหล่านั้นกลายเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม แต่ละเว้น ช่วยฟอกขาว หรือช่วยเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคพวกของตน 

การที่นายอนุทินใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการนั้น ยังถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นอกจากนี้นายอนุทินยังใช้อำนาจ อิทธิพล ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง ทำให้องค์กรตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่และจงใจละเลยการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือขบวนการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 

นายอนุทินและพรรคพวกยังสร้างความเสื่อมเสียให้แกสถาบันหลักของชาติ จงใจใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้อำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทินส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางเป็นระบบ กลายเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรม มีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการกับขบวนการทุนเทาซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคม ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน 

ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีต้นตอมาจากการที่นายอนุทินเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ ไร้สำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชน ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนโนทุกมิติ หนำซ้ำยังมีพฤติกรรมที่เลวร้ายจนประวัติศาสตร์ต้องจารึกด้วยความน่ารังเกียจถึงขนาดปล่อยให้บริวารและพวกพ้องฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตข้าวยากหมากแพง มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของเครือข่ายพวกพ้อง หาได้สนใจใยดีต่อความทุกข์ร้อนของประชาชนและปัญหาของประเทศ ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของของตนเอง 

เสแสร้งแกล้งรักชาติเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่กลับมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน สมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจให้มีกระบวนการทุจริตการสอบเข้า บรรจุ และแต่งตั้งตั้งข้าราชการ รวมทั้งตัดตอนการตรวจสอบ ใช้อำนาจเพื่อให้ผู้กระทำผิดลอยนวลอยู่เหนือกฎหมาย แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอันเป็นการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้ระบบราชการสยบยอมต่ออำนาจทางการเมือง 

แต่งตั้งบุคคลที่เป็นพรรคพวกและบริวารให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เพื่อเอื้อต่อการหาผลประโยชน์โดยมิชอบและการสร้างฐานอำนาจทางการเมือง กดดันบีบบีบบังคับข้าราชการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง พวกพ้องและผู้มีพระคุณของตน นายอนุทินมีพฤติกรรมแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มีพฤติกรรมสับปลับ หลอกลวง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งผลให้สังคมไทยเป็นยุคสมัยที่คนชั่วได้ดีคนมีความสามารถมิอาจประสบความสำเร็จได้ มีการใช้เสนสายและระบบอุปถัมภ์อันนำไปสู่การคดโกงทุกรูปแบบคำสัญญาที่บอกว่าจะทำให้ประชาชน "รวยไม่ไหวแล้ว" เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีความหมายใดๆ เพราะมีแค่เพียงคนโกงและบริวารพวกพ้องเท่านั้นที่รวยไม่ไหวแล้ว ขณะที่ประชาชนทั่วไปกลับมีชีวิตความเป็นอยู่ย่ำแย่ลง 

นายอนุทินยังมีพฤติกรรมที่บกพร่องอย่างร้ายแรงอีกหลายประการในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร้ศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศ ไม่มีความมุ่งตั้งใจที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนการบริหารภายในประเทศก็ล้มเหลวในปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของสาธารณะไม่มีเจตจำนงและความสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มัวแต่อุ้มชูกลุ่มทุนและเครือข่ายผลประโยชน์ของตนเอง การบริหารและการใช้งบประมาณของประเทศไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง เศรษฐกิจ ได้รับความเสียหาย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและศักยภาพของประเทศตกต่ำดิ่งเหว คนไทยไทยไร้ความหวัง ไร้อนาคต ล้มเหลวในการดับไฟใต้ หลักนิติรัฐ กระบวนการยุติธรรม ความมั่นคงและสิทธิของประชาชนก็ถูกบั่นทอน ทำลายทั้งระบบ 

ยิ่งไปกว่านั้น นายอนุทินในฐานะผู้นำของประเทศยังได้ปรากฎพฤติกรรมยอมตมตนอยู่ภายใต้บุคลอื่น เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมืองที่ถูกชักใยชี้น้ำในเรื่องสำคัญ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลายเป็นเพียงเกราะคุ้มครองบุคคลอื่นให้สามารถแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมต่อไป

เปิดพฤติการณ์ ’นายกฯ-17 รมต.น้ำเงิน’ ฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงซักฟอก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ไร้ซึ่งความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไร้คุณธรรมและจริยธรรม จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องมีส่วนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของรัฐ มีพฤติกรรมและการใช้อำนาจ

โดยแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤติของชาติ เป็นพฤติกรรมอันอำมหิต โดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน วางนโยบายเพื่อนายทุน แต่กลับละเลยคนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งผลร้ายแรงเป็นความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นอกจากนี้ยังใช้อำนาจ อิทธิพล ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี

ไม่เคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชันได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างร้ายแรง ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา และคนใกล้ชิดกับขบวนการดังกล่าวจนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

ไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ปล่อยปละละเลยในการแก้ไขวิกฤติส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับด้วยตนเอง ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน ปล่อยให้ราคาสินค้า อุปโภคบริโภคขึ้นสูงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน 

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 

มีพฤติกรรมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ทุจริตคอร์รัปชัน ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมจนสร้างความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระหรวงกลาโหม 

มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ประพฤติตนให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อนายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ขาดความเป็นผู้นำปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

เปิดพฤติการณ์ ’นายกฯ-17 รมต.น้ำเงิน’ ฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงซักฟอก

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ขาดความโปร่งใส เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมคดโกงทุจริตเป็นอาจิณ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือขายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

ไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปรกติ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของของตนเอง 

ขาดความยับยั้งชั่งใจและมัวเมาในการใช้อำนาจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนและเครือข่ายพรรคการเมืองเพื่อทุจริตเงินภาษีของประชาชน สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  ผลิตความเท็จเป็นกิจวัตรเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัว ยึดถือผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของขาติ ไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน 

รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหนงหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

มีผลประโยชน์ทับซ้อน จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 

มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันประพฤติไม่ชอบ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง มีผลประโยชน์ทับช้อน ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน ขาดความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมเล่นพรรคเล่นพวก ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี แต่กับคนมีความสามารถกลับไม่มีที่ยืนในระบบราชการ ยอมตนเป็นเครื่องมือของบุคคลภายนอกเพื่อทำลายผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจในการโยกย้ายกลั่นแกล้นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตอบแทนผลประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายตนเองและพวกพ้อง

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง ก่ออาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย ขาดความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ทุจริตได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน อย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อกโครงการต่างๆให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมความผิดเช่นเดียวกับองค์กรอาชญากรรม

เปิดพฤติการณ์ ’นายกฯ-17 รมต.น้ำเงิน’ ฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงซักฟอก

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำสำนักนายกรัฐมนตรี 

มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ทำลายคุณธรรม จริยธรรมลงอย่างสินเชิง มีพฤติกรรมมือถือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวารครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดร้ายแรงและสร้างความเสียหายให้กับราชการ ไร้จิตสำนึก ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบ มุ่งใช้เงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ทุจริตได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย 

นอกจากนี้ยังใช้อำนาจ อิทธิพล ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและการโกงการเลือกตั้ง ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 

มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกงจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไร้ซึ่งความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดความโปรงใส มีผลประโยชนทับซ้อน สมรู้รวมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ขาดความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตนดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีจิตใจทุจริต สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ขาดจิตสำนึกต่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ แสวงหาผลประโยชน์จากและประชาชนในช่วงวิกฤติ ละโมบโลภมากขาดความยับยั้งชั่งใจในความชั่ว มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ทำลายระบบคุณธรรมของราชการจนสร้างเสียหายขนาดใหญ่แก่ประเทศชาติและบ้านเมือง จนประชาชนจำนวนมากได้รับความทุกข์แสนสาหัส 

มุ่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง ญาติ มิตรสหายมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ทำลายระบบคุณธรรมของราชการ ไม่ส่งเสริมคนดี แต่กลับส่งเสริมคนทุจริตให้มีความก้าวหน้า ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ทุจริตฉ้อฉลคดโกงไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ 

รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ผลจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลว ขาดความรู้ความสามารถ ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ ประจักษ์ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีอื่นรวม 17 คน ดังที่พวกข้าพเจ้าได้กล่าวมาข้างต้น ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง 

หากปล่อยให้บุคคลดังกล่าวยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้