วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝ่ายค้านลุยซักฟอก 18 รมต.อนุทิน ข้อหา 'ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ'

ฝ่ายค้านนำแถลงซักฟอก '18 รมต.' ยุค 'อนุทิน' ข้อหา 'ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ' โฟกัส 'โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น' บริหารงานพลาด 'โสภณ' รับปากทำเร็ว พร้อมส่ง ครม.ล็อควัน

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 เวลา 14.00 น ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะหัวหน้าผู้นำฝ่ายค้าน นำแถลงยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ว่า ตนพร้อมเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านร่วมกันเข้าชื่อ 145 คน ยกเว้นพรรคกล้าธรรม แถลงข่าวยื่นญัตติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ในการเปิดขออภัยไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน ประกอบด้วย

1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย 2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม 3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง 5.นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ 

6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 7. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม 8. นายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 9. นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 10. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 11. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม 12.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 13. น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำนักนายกรัฐมนตรี 14. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 15. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 16. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม 17.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และ 18.นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

ฝ่ายค้านลุยซักฟอก 18 รมต.อนุทิน ข้อหา 'ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ'

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านรวบรวมมาเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ โดยต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศนี้อยู่ ระบบนี้เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจหมายรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา และกลไกลถ่วงดุลตรวจสอบ หรือองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย ดังนั้นเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ว่าจะเป็นการโกงสว. ทุจริตสอบท้องถิ่น วิกฤตประชาชน เช่น การบริหารจัดการน้ำท่วมต่างๆล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสิ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า จะเห็นว่า รายชื่อทั้ง 18 คน นั้นมีหลายคนไม่ได้อยู่ในรายชื่อสำนวนคดีโกงสว. ดังนั้นเราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คดีโกงสว. อย่างเดียว แต่อะไรก็ตามที่เป็นวิกฤตของประชาชน ที่อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตย การใช้อำนาจในทางมิชอบต่างๆ ก็อยู่ในเนื้อหาการอภิปรายทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามเบื้องต้นในการทำหน้าที่ในสภาคือการตีแผ่ความจริง อย่างที่ 2 คือการตั้งความหวังได้ไม่มากเท่าใดนัก แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเรียกร้องเพื่อเป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติในสภาและถ้าเห็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่จะอภิปรายรายบุคคลทั้ง 18 คนนี้ จากที่ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ก็ต้องรอดูว่าการลงมติไม่ไว้วางใจอีกที ว่า สส.แต่ละคนแต่ละพรรคการเมืองจะลงมติอย่างไร 

ฝ่ายค้านลุยซักฟอก 18 รมต.อนุทิน ข้อหา 'ระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ'

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยืนยันเรามีการเตรียมกรอบญัตติมาตามเนื้อหาข้อเท็จจริงเป็นหลัก อย่างแรกเลยคือมีหลักฐานที่มีน้ำหนักระดับหนึ่ง อย่างที่ 2 คือเปิดโอกาสให้พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคได้เสนอเข้ามา เพราะฉะนั้น 18 รายชื่อที่ส่งเข้ามานี้ ผ่านหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ ดังนั้นการยื่นญัตติครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการทั้งหมด และถือว่าเรามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง

ขณะที่นายสาธิต วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐธรรมนูญตามมาตรา 151 ถือเป็นมาตรการสำคัญสูงสุดอันหนึ่งในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล โดยพรรคยื่นรายชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปรายกับคณะทำงานของฝ่ายค้าน แม้อาจไม่ครบตาม ตามรายชื่อ 18 คนนี้ แต่ก็มีจำนวนหนึ่ง ที่พรรคยื่นมาเพราะพบชุดข้อมูลที่ชี้ให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีที่เราเห็นว่ามีการบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด บกพร่อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรค พวกพ้อง สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง 

“ยืนยันว่าเราพร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งประสบการณ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในหลายยุคที่ผ่านมาความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มือใครมากกว่ากัน แต่ความสำคัญอยู่ที่ชุดของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดบกพร่อง ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมีพฤติกรรมที่กระทำไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหลักจริยธรรม หรืออื่นๆ จะทำให้สังคม โดยเฉพาะประชาชนที่ติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ท้ายที่สุดแล้วรัฐมนตรีท่านนั้นสมควรที่จะไว้วางใจให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ตรงนี้จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด” นายสาธิต กล่าว และว่า นอกจากจากเรื่องฮั้วสว.แล้วยังมีเรื่องอื่นที่อาจจะไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน ซึ่งเราได้แจ้งต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาไปว่า จะขออภิปราย 5 วัน ฉะนั้นจึงฝากถึงรัฐบาลด้วยว่า 18 คนนี้ถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประธานโสภณ อย่างไรก็ตามการอภิปรายอาจมีเรื่อง มีข้อมูลซ้ำกัน แต่จะมีการหารือร่วมกันเพื่อจับประเด็นอภิปรายให้มีน้ำหนักเสริมซึ่งกันและกัน 

ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังรับหนังสือว่า กรอบเวลาคือ 14 วัน แต่เบื้องต้นได้คุยกับผู้นำฝ่ายค้านแล้วว่าอยากจะได้ปลายเดือน ต.ค. ดังนั้นสุดแล้วแต่ขั้นตอนขั้นตอนการตรวจสอบญัตติซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดเพื่อเสนอให้ครม.ยื่นวันกลับมา ซึ่งหากทุกฝ่ายไม่ติด จะเป็นช่วงปลายเดือนต.ค.ก็คือปลายเดือน ส่วนเรื่องไหนที่เห็นว่าอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกอภิปรายก็สามารถพูดในการอภิปรายได้  

“ถือโอกาสพูดในที่สาธารณะเลยว่า คนที่ทำหน้าที่ประธาน สิ่งสำคัญที่สุดคือยึดข้อบังคับเพื่อบริหารการประชุมให้เรียบร้อย หากประธานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การควบคุมของประธานจะลำบาก ดังนั้นผมจึงต้องยึดตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าฝ่ายตอบ ฝ่ายถาม รัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่เอนเอียง” นายโสภณ กล่าว