ว่ากันว่า การออกหน้าของ“สว.กอบ” แต่คนที่ “วางหมาก” เดินเกมจริงๆ คือ “สว.สายตรงบุรีรัมย์”
KEY POINTS
- สว. พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวน สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างน้อยในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.
- ข้อกล่าวหาคือ สิทธิโชติอาจกระทำผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการเปิดเผยข้อมูลการประชุมและสำนวนคดี ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ของฝ่าย "สีน้ำเงิน"
- สว.กอบ ถูกมองว่าเป็นตัวแทนจากเครือข่ายการเมือง "บ้านใหญ่สตูล" ซึ่งมีสมาชิกเป็นหนึ่งใน 77 ผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว.
- แม้ สว.กอบ จะเป็นผู้ดำเนินการ แต่ผู้ที่ "วางหมาก" คือ "สว.สายตรงบุรีรัมย์"
- การเคลื่อนไหวนี้ถูกเรียกว่าเป็น "สงครามตัวแทน" และ "นิติสงคราม" ที่ฝ่ายการเมืองสีน้ำเงินใช้เครือข่าย สว. เพื่อต่อสู้กับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง
เกมเคลื่อน “สว.สีน้ำเงิน” ส่งบทผ่าน “พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ” สมาชิกวุฒิสภา ยื่นเรื่องต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินการไต่สวน “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็น กกต.เสียงข้างน้อยในคดีฮั้วสว. อ้างถึงเหตุผลประเด็น เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมการวินิจฉัยมติ และเหตุผลในสำนวนคดี โดยเห็นว่าอาจเข้าข่ายการกระทำผิด ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และมาตรา 235
เป็นการตอกย้ำ “นิติสงครามสีน้ำเงิน” ที่เปิดฉากรุกหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับ “กลุ่มบุคคล” 77 คน ซึ่งมีทั้งนักการเมือง เครือข่าย จำนวนนี้มี สว.ชุดปัจจุบัน 26 คน รวมอยู่ด้วย
ก่อนที่ต่อมา “สิทธิโชติ” จะออกมาแฉ “เบื้องลึก-ชนวนร้อน” ในกกต.ที่นำมาสู่มติปลดแอก “21 นักการเมืองสีน้ำเงิน” จำนวนนี้รวมไปถึงบิ๊กเนมทั้ง “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.หมาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค รวมถึงแกนนำ ไม่มีความผิดในท้ายที่สุด
พลิกปูม “สว.กอบ” ผู้นี้ “ตีตั๋วสภาสูง” เป็นสว. กลุ่ม 20 อื่นๆ ระบุอาชีพตนเองว่า เป็นข้าราชการบำนาญ ประวัติการทำงานเติบโตในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่รับราชการตำรวจงานสืบสวนสอบสวนคดีอาญาและยาเสพติด หัวหน้าพนักงานสืบสวนคดีอาญาและความมั่นคง สถานีตำรวจภูธรหลายจังหวัดได้แก่ สงขลา ปัตตานี พัทลุงและสตูล
เหนือไปกว่านั้น เส้นทางของ “สว.กอบ” ยังมีจุดเชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง “บ้านใหญ่สตูล” ของ “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของ “มท.แพ” วรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย 1 ใน 77 “ผู้ถูกกล่าวหา” คดีโกงสว.ซึ่งถูกระบุว่า เดินทางไปที่โรงแรมมารวยการ์เด้น และโรงแรมธาราแกรนด์ ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่จัดทำโพย
อีกทั้งยังถูกกล่าวอ้างถึงบทสนทนาของ “บ้านใหญ่สตูล” ในทำนอง “ฝาก” เพื่อนคือ “สว.กอบ” เป็นสว. กลุ่ม 20
ตามรายงานข่าวระบุว่า นอกเหนือจาก “สว.กอบ” ตัวแทนบ้านใหญ่สตูล ที่ออกหน้าเดินเกม “นิติสงครามสีน้ำเงิน” ด้วยการยื่นป.ป.ช.ย้อนเกล็ด “สิทธิโชติ”แล้ว ยังมี “สว.สีน้ำเงิน” ที่ร่วมลงชื่อโดยเฉพาะ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.สายตรงบุรีรัมย์ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ พิชาญ พรศิริประทาน และอีก 1 คนยังไม่ชัดเจนว่าเป็นใคร
ว่ากันว่า การออกหน้าของ“สว.กอบ” แต่คนที่ “วางหมาก” เดินเกมจริงๆ คือ “สว.สายตรงบุรีรัมย์”
สอดคล้องกับกระข่าวที่ว่า มีการยื่นคำร้องต่อป.ป.ช.ไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนมีกระแสข่าวในเวลาต่อมาว่า “5 สว.” ชะลอยื่นเรื่อง ด้วยเหตุผลต้องการปรับปรุงคำร้อง และเพิ่มหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีที่ “สิทธิโชติ” ไปร่วมเวทีเสวนาของราชบัณฑิตยสภาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. และพูดถึงรายละเอียดในสำนวนลับคดีทุจริตเลือกสว.
ทำให้มีอีกกระแสถูกปล่อยออกมา การชะลอยื่นดังกล่าวเพื่อรอสัญญาณหลังวันที่ 4 ต.ค.ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของ “นักการเมืองสีน้ำเงิน” ซึ่งมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
กระทั่ง “5 สว.” มีการยื่นคำร้องต่อป.ป.ช.เมื่อวันที่ 5 ต.ค.
ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้ สะท้อน “ฉากนิติสงคราม” ที่ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากผ่าน “สงครามตัวแทน” โดยฝั่งสีน้ำเงินยื่นป.ป.ช. ฟัน “กกต.เสียงข้างน้อย” หยิบยกประเด็นจริยธรรมในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล
ขณะที่ “ฝั่งส้ม” ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ขอให้ไต่สวนและดำเนินคดีกับ “กกต.เสียงข้างมาก” ซึ่งมีมติ “คดีโกงสว.” เป็นมติที่ “มิชอบ” เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งขัดต่อกฎหมายหลายประการ อาทิ รัฐธรรมนูญมาตรา 234 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 172 พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
สะท้อนนิติสงคราม2ขั้วที่ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากภายใต้เกมการเมืองที่อลหม่านในเวลานี้




