ฝ่ายค้านล็อกเป้า‘กล่องดวงใจ’ 1 ปีกลิ่นทุจริตแรง ธีมซักฟอก“กินรวบประเทศ” ท่าทีนายกฯอุปสรรคใหญ่ ในการต่อต้านคอร์รัปชัน
KEY POINTS
- องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ประเมิน 1 ปีรัฐบาล พบปัญหาทุจริตน่ากังวลหลายด้าน ทั้งเรื่องอื้อฉาวที่เชื่อมโยงคนในรัฐบาล และการขยายตัวของทุนสีเทา
- ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในธีม "น้ำเงินกินรวบประเทศ" เพื่อตรวจสอบการทุจริตในโครงการต่างๆ
- เป้าหมายหลักในการซักฟอกคือ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น "กล่องดวงใจน้ำเงิน" จากกรณีสินบน 40 ล้านบาทแลกกับการไม่ปิดเว็บพนัน
- ประเด็นอื่น ๆ ที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาอภิปราย ได้แก่ ปมโกงเลือกตั้ง สว., โกงสอบท้องถิ่น และโครงการ TH-AI Passport ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการล็อกสเปก
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กลับมามีบทบาทได้รับความสนใจจากสาธารณชนอีกครั้ง พลันที่ “มานะ นิมิตรมงคล” ประธาน ACT ผู้เชี่ยวชาญคร่ำหวอดในแวดวง “ต้านโกง” มานับสิบปี โพสต์เฟซบุ๊กประเมินสถานการณ์ทุจริตในหัวข้อ “1 ปี นายกอนุทิน : คอร์รัปชันเป็นอย่างไร” เรียกเสียงฮือฮาให้กับประชาชนจำนวนมาก
โดยเฉพาะ 3 เรื่องน่ากังวล ที่ระบุว่า 1. เรื่องอื้อฉาวและคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น หลายกรณีมีชื่อบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาลปรากฏอยู่ด้วย 2. นอมินี ทุนเทา บัญชีม้า รุนแรงมากและมักเชื่อมโยงกับกลุ่มชนชั้นนำ ผู้มีอำนาจ รวมถึงนักการเมือง 3. ประชาชนไม่พอใจการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระฯ โดยเฉพาะ กกต. และ ป.ป.ช. มีหลายเรื่องที่สังคมกังขาว่า ผิดหลักนิติรัฐ ไม่เป็นธรรม และมีการครอบงำจากนักการเมืองใหญ่
นอกจากนี้ ยังมองว่าคำพูดของ “นายกฯอนุทิน” กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการต่อต้านคอร์รัปชัน เช่น ใครกล้าพูดเรื่องสินบน ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ หรือการโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากคน ไม่ใช่ระบบ จึงไม่ต้องล้างบางหรือรื้อระบบกระทรวงมหาดไทย หรือการปฏิเสธไม่เชื่อผลโพล เช่น CPI เพราะสำรวจจากความรู้สึก ทำให้ประเทศเสียหาย เป็นต้น
แม้ “ประธาน ACT” จะมองอีกมุมว่า ถึงในยุคนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองหลายประการ ทว่ายังตบในช่วงท้ายบทความว่า “หลายสิบปีผ่านมา ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้เกิดจากคนโกงเพียงไม่กี่คน แต่เติบโตและฝังรากลึกในโครงสร้างอำนาจอย่างเข้มข้นทั้งระบบราชการและการเมือง ยุคนี้ยังมีนายทุนบางกลุ่มบางคนที่ยิ่งใหญ่จนแทรกแซงรัฐ (State Capture) ได้แทบทุกองคาพยพ”
การขยับดังกล่าวของตัวแทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ น่าสนใจ เพราะเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” กำลังกระแสตกต่ำทั้งภาพลักษณ์เกี่ยวกับปัญหา “อุทกภัย” ไล่เรียงมาตั้งแต่ยุค “น้ำท่วมหาดใหญ่” ปลายปี 68 จนมาถึง “น้ำท่วมน่าน” กลางปี 69 กระทั่งล่าสุด “มหาอุทกภัย” ถล่มไทย หลายสิบจังหวัดทั่วประเทศรวมถึงใน กทม.จมบาดาล ปัญหาสำคัญคือเรื่องการสื่อสารกับประชาชนล่าช้า จนทำเอาหลายคนเดือดร้อนเป็นตาม ๆ กัน
นอกจากนี้การสื่อสารของ ACT หลายประเด็น “ตรงใจ” กับสังคม โดยเฉพาะเรื่อง “นายทุนบางกลุ่ม” ยิ่งใหญ่จนแทรกแซงรัฐได้ จนถูกมองว่าการบริหารราชการแผ่นดินของ “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” กำลังเดินเกม “กินรวบประเทศ” ตามม็อตโต้ที่ “ฝ่ายค้าน” เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในเร็ว ๆ นี้
ความเคลื่อนไหวของ “ฝ่ายค้าน” ซึ่งนำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) นั้น เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในห้วงเวลานี้เช่นกัน คาดว่าหลังสถานการณ์น้ำคลี่คลาย ปลายเดือน ต.ค.ถึงช่วงต้น พ.ย.นี้ ตามคิวที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน.ในฐานะ “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ” ให้สัมภาษณ์เอาไว้
โดย ปชน.ประกาศเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ใช้ธีม “น้ำเงินกินรวบประเทศ” พร้อมกับปลุกภาคประชาชน และข้าราชการทั่วประเทศภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ช่วยส่งเบาะแส พร้อมหลักฐานการทุจริต สารพัดโครงการในรัฐบาลชุดนี้ มาให้กับ สส.ปชน. หรือพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อเปิดโปงในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำหรับ “ข้อสอบ” ที่ถูกเก็งกันไว้ว่าจะออกในงวดนี้ เปิดหัวด้วยกรณี “โกง สว.” ระบุว่า จากมติของ กกต. เมื่อ 14 ก.ย.69 ที่ผ่านมา สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. เพียง 77 ราย จากทั้งหมด 427 ราย และไม่สั่งฟ้องแกนนำ-กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คนเดียว
เรื่องนี้ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายของสังคม นี่ไม่ใช่คดีเล็กๆ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการ “กินรวบประเทศ” ที่แผ่ขยายรากฐานครอบคลุมตั้งแต่ สภาสูง สภาล่าง องค์กรอิสระ ตำรวจ ระบบราชการ ไปจนถึงการเมืองระดับท้องถิ่น ตามการวิเคราะห์ของ “พรรคส้ม”
นอกจากนี้ “ฝ่ายค้าน” จะเป็นการฉายภาพให้เห็น “ระบบอุปถัมภ์ค้ำระบอบน้ำเงิน” เป็นหลัก โดยจะฉายภาพให้เห็นระบบอุปถัมภ์การเอื้อกัน การวางรากฐาน ใจความสำคัญ นอกจากการทุจริตที่เห็นรายวัน และประชาชนเชื่อทั้งหมดแล้วคือ การวางรากฐานอำนาจ ค้ำจุนระบอบสีน้ำเงินในอนาคต
โดยบรรดา “รัฐมนตรี” ที่คาดว่าจะถูก “ล็อกเป้า” เพื่อซักฟอกนั้น แน่นอนว่าต้องนำมาด้วย “คดีโกง สว.” แม้ว่า “บิ๊กเนมสีน้ำเงิน” จะพ้นบ่วงไปแล้วหลายคน แต่มติของ กกต.กลับ “ค้านสายตา” ประชาชนอย่างหนัก และมีอีกหลายเงื่อนปมที่ยังไม่เคลียร์ โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน และการโทรศัพท์ ดังนั้นจึงน่าจะนำประเด็นนี้ มาเป็นเรื่องเด่นในการซักฟอก
ถัดมากรณี “โกงสอบท้องถิ่น” เป็นมหากาพย์ มีคนได้รับผลกระทบจำนวนมาก และทำลายความศรัทธาในระบบราชการของประชาชนอย่างร้ายแรง ทว่ายังไม่สามารถนำตัว “คนบงการเบื้องหลัง” มาเอาผิดไม่ได้ ตัดตอนแค่ระดับ “อธิบดี” เท่านั้น คาดว่าจะมีการโยงถึง “อนุทิน” ในฐานะนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ปล่อยปละละเลย ไม่กำกับดูแลในเรื่องนี้
มีประเด็น "โครงการ TH-AI Passport" วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ทั้งพรรค ปชน.-ปชป.ต่างกัดไม่ปล่อยด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะเงื่อนปมการ “ล็อกสเปก” ให้บางบริษัทที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ “บิ๊กเนมสีน้ำเงิน” เข้าไปเป็นคู่สัญญาหรือไม่ รวมถึงความไม่คุ้มค่าของโครงการ มีข้อบกพร่องเยอะ ผลาญภาษีของประชาชน
ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น กรณีการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในก้อนที่ 2 กู้วิกฤติการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่ดูท่าจะใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ หรือแม้แต่กรณีเว็บพนันออนไลน์ ที่พัวพันไปหลายองคาพยพในสังคม รวมถึง สส.ในสภาฯ บางคน ยังมีคดีนี้ติดตัว และอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี มีการส่งฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์ไปแล้วเกือบ 200 ล้านบาท
ประเด็นถัดมาสด ๆ ร้อน ๆ น่าสนใจคือกรณี “ทุนเทา” นำโดย “รังสิมันต์ โรม” เป็นหัวหอกเช่นเคย ที่ไล่บี้ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) “กล่องดวงใจน้ำเงิน” แจงปมอ้างว่ามีคนเสนอให้สินบน 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์
ความคืบหน้าเรื่องนี้ยังคงไม่มีคำตอบจาก “ไชยชนก” ว่า ตกลงเกิดขึ้นจริง หรือเป็นแค่ “ปาหี่การเมือง” หากเป็นเรื่องจริง ไฉนไม่ดำเนินการตรวจสอบเอาผิด ถ้าไม่จริง ไฉนจึงกล้ามาพูดกลางสภาฯได้
แถมเรื่องนี้ยังบานปลายกระทบไปยัง “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย อดีตเลขานุการ รมว.ดีอี ถูก “รังสิมันต์” พาดพิงกลางสภาฯ ในเรื่องของการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของ “สามี” ว่าอาจไม่ชอบมาพากลหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น “เงินให้กู้ยืม” กว่า 1.3 พันล้านบาท ในเรื่องการทำธุรกิจต่างประเทศ
จนมีการขุดคุ้ยการทำธุรกิจ “เทรดคริปโต” ของ “ไท่หยาง ซาง” สามีของเธอ ขณะเดียวกัน กมธ.กฎหมายฯ ที่มี “รังสิมันต์” เป็นประธาน กมธ.เริ่มขยับ เรียก “สส.ไอเดียร์-สามี” ไปชี้แจงกับ กมธ.แล้ว 7 ต.ค.นี้ เพื่อเคลียร์สารพัดปมปัญหา ซึ่งสังคมสงสัยอยู่ในตอนนี้
เบื้องต้น “สส.ไอเดียร์” แจ้งความเอาผิด “โรม” ฐานหมิ่นประมาทไปแล้ว พร้อมท้าให้เปิดพยานหลักฐานทั้งหมดออกมา ดังนั้นต้องรอดูว่า “พรรคส้ม” จะมีหลักฐานเด็ดพอจะดำเนินการอะไรในเรื่องนี้ได้หรือไม่
แถมยังอาจหยิบฉวยประเด็นความเดือดร้อนของประชาชน ในเรื่อง “มหาอุทกภัย 69” ที่เกิดขึ้นหลายสิบจังหวัด รวมถึง “เมืองหลวง” สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกโหระแหงในช่วงเวลานี้ โดยการอภิปรายประเด็นข้างต้น นอกจากจะ “ตัดแต้ม” ฝ่ายน้ำเงินได้แล้ว ยังอาจ “เพิ่มเรตติ้ง” ให้กับ “ค่ายส้ม” ที่เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในปัจจุบันอยู่ด้วย
ปัจจุบันพรรคร่วมฝ่ายค้านเหลืออย่างน้อย 6 พรรค รวม 155 สส. ได้แก่ พรรค ปชน. พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย และล่าสุดเพิ่งอ้าแขนรับมาเพิ่มอีก 1 คือ"พรรคไทรวมพลัง" พร้อมกับเดินเกมตัด “พรรคกล้าธรรม” พ้นฝ่ายค้าน โดยอ้างว่า “พรรคเขียว” เป็น “ฝ่ายคอย” รอร่วมรัฐบาล
ดังนั้นต้องรอวัดฝีมือ “ฝ่ายค้านเลือดแท้” ที่ ปชน.คัดสรรมาเต็มที่แล้ว ว่าจะมี “หมัดเด็ด” อะไรบ้าง แม้จะไม่สามารถ “น็อก” ได้ แต่อย่างน้อยให้ “เข้าเป้า” เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาก็ยังดี





