เรื่องปราบปรามสแกมเมอร์ และทุนเทา คือเรื่องที่ “ค่ายสีน้ำเงิน” โหมโรงในช่วงมีการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา จนต่อยอดนำมาหาเสียงจนได้คะแนนถล่มทลาย การมีคนของตัวเอง โดยเฉพาะ สส. ในพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง ย่อมทำให้ “เสียทั้งขบวน” ได้
KEY POINTS
- สส. "ไอเดียร์" สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย และสามี ถูกตรวจสอบกรณีพัวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ และการไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินนาฬิกาหรูต่อ ป.ป.ช.
- พรรคภูมิใจไทย ("ค่ายสีน้ำเงิน") เริ่มออกมาเคลื่อนไหวปกป้อง "ไอเดียร์" อย่างเต็มตัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีเพียงบิดาที่ออกมาตอบโต้
- รัฐมนตรีในพรรคอย่าง ไชยชนก ชิดชอบ และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ออกมาให้ความเห็นในเชิงปกป้อง โดยชี้ว่าไม่พบความเกี่ยวข้องและธุรกิจของสามีถูกกฎหมายในต่างประเทศ
- การปกป้องครั้งนี้มีขึ้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพรรค เนื่องจากข้อหาพัวพันสแกมเมอร์เป็นเรื่องร้ายแรงและขัดกับนโยบายที่พรรคเคยใช้หาเสียง
ฐานะและอาชีพของ “ไทหยาง ซาง” สามีของ “ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ยังร้อนแรง และเป็นที่สนใจของสังคม
ยิ่งนานวันเข้า ข้อมูลต่างๆ เริ่มถูกตรวจสอบและเชื่อมโยงมากขึ้นเรื่อยๆ ลามไปถึงการตรวจสอบทรัพย์สินของ “ไอเดียร์” ว่า ได้มีการแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่
ล่าสุด “นรเศรษฐ์ นาหนองตูม” ทนายความ ได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบนาฬิกาลักษณะคล้าย Rolex Cosmograph Daytona มูลค่าประมาณ 3.3 ล้านบาท ที่มีภาพ “ไอเดียร์” สวมใส่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งไม่พบอยู่ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. เอาไว้ในช่วงเข้ารับตำแหน่ง สส.
ทว่า ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่เรื่อง “อาชีพ” และ “รายได้” ของสามี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่
อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกที่มีประเด็นกับ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดูเหมือนว่า “ไอเดียร์” จะมีเพียงบิดาบังเกิดเกล้าอย่าง “มิสเตอร์เกษตร” สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการ การพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร เท่านั้นที่ออกมาปกป้องลูกสาว
ขณะเดียวกัน กรณีของ “ไอเดียร์” ยังถูกมองว่า มีเกมการเมืองภายใน “ค่ายสีน้ำเงิน” ปะปนผสมโรงเข้าด้วย โดยเกี่ยวพันกับกรณี “สัมฤทธิ์” บิดา มีชื่อติดโผในคณะรัฐมนตรี หากมีการปรับ ครม. ในอนาคต ซึ่งมี “ศัตรู” ภายในพรรคของตัวเอง เป็นคนส่งข้อมูลให้ฝั่งตรงข้ามเล่นงาน
แต่ล่าสุด องคาพยพภายใน “พรรคภูมิใจไทย” กลับเริ่มมีปฏิกิริยามากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของ “ไอเดียร์” บุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือมีหน้าที่เกี่ยวข้อง เริ่มกระโดดออกมาสยายปีกปกป้อง
โดยเฉพาะ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ “ดีอี” และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถึงขั้นออกมา “การันตี” ให้ว่า “ไอเดียร์” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์
“ส่วนตัวไม่เชื่อว่า คุณสุชาดาจะมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยช่วงสมัยแรกที่เข้ามาทำงาน ดำเนินการหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ และดำเนินการในหลายประเด็นก่อนยุติกระบวนการบางเรื่อง และช่วงเวลาดังกล่าวไม่พบชื่อคุณสุชาดาเข้ามาเกี่ยวข้อง”
เช่นเดียวกับ “บิ๊กรุธ” พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม “สายตรงบุรีรัมย์” ที่แม้จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” เข้าไปดูเรื่องที่มีการกล่าวหาว่า เกี่ยวพันกับสแกมเมอร์ เว็บพนันออนไลน์ หากแต่ได้พูดหลักการเรื่องหนึ่งที่ฟังดูแล้ว ไม่ต่างอะไรกับการประทับตราให้ทางอ้อม โดยเฉพาะประเด็นมีการตรวจพบว่า “ไทหยาง” มีธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในประเทศคูราเซา
“ถ้าเกี่ยวพันกับต่างประเทศจะให้เราประสานก็พร้อมดำเนินการ เช่น เว็บไซต์พนันที่มีการอ้างถึงก็เป็นบริษัทการพนันออนไลน์ที่ขออนุญาตไว้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศคูราเซา ถือว่าอยู่นอกเขตดำเนินการของเรา”
อยู่ๆ “ไอเดียร์” ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครปกป้อง และยังมีกระแสข่าวว่า มีศัตรูภายในพรรคสีน้ำเงินอยู่หลายคน กลับมีผู้ที่มีหน้าที่ออกมาสยายปีกคลุมตัวให้ ย่อมแสดงว่า เรื่องนี้มีผลกระทบต่อ “ค่ายสีน้ำเงิน”
ที่ผ่านมา หากเป็นคดีความส่วนบุคคลของคนในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจำนนด้วยหลักฐานแบบที่ไม่มีทางคุ้มครองได้ จะปล่อยผ่านไป เพราะไม่มีผลกระทบกับ “ภาพใหญ่” ของพรรค
หากกระทบต่อองค์รวมของ “ค่ายสีน้ำเงิน” อย่างคดีฮั้ว สว.ที่ผ่านมา ไม่ว่าใครจะถูกเชื่อมโยง จะด้วยคลิปวิดีโอ คลิปเสียงสนทนา ภาพถ่าย หรือหลักฐานการโทรเข้า-ออก แต่จะร่วมด้วยช่วยกันปกป้อง โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรค ที่หากถูกเชือดจะส่งผลกระทบต่อพรรคโดยตรง
แม้ “ไอเดียร์” จะเป็น สส.ธรรมดา ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี หากแต่มีส่วนที่จะพอเชื่อมโยง และเป็นภัยต่อ “ไชยชนก” ได้เหมือนกัน เพราะ “ไอเดีย” เองก็เคยดำรงตำแหน่ง “เลขานุการ รมว.ดีอี” เมื่อยุคที่แล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น ข้อหาเชื่อมโยงพัวพันสแกมเมอร์ หรือทุนเทา ถือเป็นข้อหาที่ร้ายแรง หากพิสูจน์ได้ว่า กระทำผิดจริง ดังนั้น ต่อให้ไม่ใช่ “ไอเดียร์” หรือเป็นใครในพรรคภูมิใจไทย ย่อมไม่ยอมให้ถูกเชือดแน่
เรื่องปราบปรามสแกมเมอร์ และทุนเทา คือเรื่องที่ “ค่ายสีน้ำเงิน” โหมโรงในช่วงมีการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา จนต่อยอดนำมาหาเสียงจนได้คะแนนถล่มทลาย การมีคนของตัวเอง โดยเฉพาะ สส. ในพรรคเข้าไปเกี่ยวข้อง ย่อมทำให้ “เสียทั้งขบวน” ได้





