วันอังคาร ที่ 6 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สว.' แนะ. 'คลัง' เก็บ Vat เพิ่ม แม้คนจนเดือดร้อน แต่ได้คืน

“คลัง” รายงานเงินแผ่นดินปี68 พบรายได้ต่ำกว่ารายจ่าย 7.6แสนล้านบาท “สว.” แนะให้เก็บ Vat เพิ่ม แม้คนจนเดือดร้อน แต่ได้คืน พร้อมหนุนขยายฐานภาษีสู่เศรษฐกิจนอกระบบ

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2568  ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐที่ต้องรายงานต่อรัฐสภา

โดยนางสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง นำเสนอรายงานต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลมีสินทรัพย์ วันสิ้นปีงบประมาณ 2568 รวม 8.7ล้านล้านบาท มีหนี้สิน 11 ล้านล้านบาท มีสินทรัพย์ต่ำกว่าหนี้สิน 3 ล้านล้านบาท มีรายได้รวม 2.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2567 จำนวน 1.3หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.46% รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 3.6ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่จำนวน 2.8แสนล้านบาท คิดเป็น 8.23% จากผลการดำเนินประจำปี 2568 มีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ จำนวน 7.6 แสนล้านบาท

'สว.' แนะ. 'คลัง' เก็บ Vat เพิ่ม แม้คนจนเดือดร้อน แต่ได้คืน

จากนั้นเป็นการอภิปรายของ สว. โดย นายนิรัตน์ อยู่ภักดี สว. อภิปรายว่าฐานะการเงินของรัฐบาลพบว่าหนี้สินสูงกว่ารายได้ ทั้งนี้ตามกฎหมายกำหนดว่าหนี้สินไม่ควรเกิน 70% ของจีดีพี สังคมจึงเข้าใจว่าอนาคตรัฐบาลไทยจะถังแตก ในข้อเท็จจริงไม่ใช่ หากมองลึก มีสินทรัพย์ในหนี้สิน 11 ล้านล้านบาท หรือปัจจุบันอาจจะมีถึง 12 ล้านล้านบาท แต่มีทรัพย์สิน 8ล้านล้านบาท แต่มีประเด็นที่ตนเป็นห่วงที่ต้องการฝากไปยัง 4 หน่วยงาน คือ กรมบัญชีกลาง พบเงินนอกงบประมาณของแต่ละหน่วยงานคงเหลือ จำนวน 4ล้านล้านบาท หากตนดูไม่ผิดคงไม่ถูกนำไปลงทุน หรือหากนำไปลงทุนคงได้ผลตอบแทนไม่มาก บางหน่วยงาน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คงเป็นเงินฝากในสถาบันการเงิน ได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 0.5% ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยดอกเบี้ย อยู่ที่ 2.75%

นายนิรัตน์ อภิปรายต่อว่าส่วนต่างดังกล่าว จะอยู่ที่ 2% หากคำนวณจากเงิน 4 ล้านล้านบาท จะได้เงิน 8หมื่นล้านบาท กรมบัญชีกลาง และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะควรนำส่วนดังกล่าวมาพิจารณาบ้าง แทนการจ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.75% หากปรับเงินนอกงบประมาณอยู่ในระบบ ทั้งนี้ไม่ได้ยึด แต่ต้องปรับมาบริหารเพื่อลดสัดส่วนหนี้สาธารณะ หากเงิน 4.4 ล้านล้านบาท จัดให้เป็นเงินสำรอง 1 ล้านล้านบาท ส่วนอีก 3 ล้านล้านบาท ต่อไปไม่จำเป็นต้องกู้เงิน

'สว.' แนะ. 'คลัง' เก็บ Vat เพิ่ม แม้คนจนเดือดร้อน แต่ได้คืน

นายนิรัตน์ อภิปรายต่อว่า ส่วนของกรมธนารักษ์ มีทรัพย์สิน 10 ล้านไร่ มีวงเงิน 5 ล้านล้านบาท ให้บริหารจัดการให้มีมูลค่าเหมือนเอกชน เพียงแค่ 20% จะได้เพิ่ม 1 ล้านล้านบาท  ขณะที่สำนักบริหารรัฐวิสาหกิจ มีเงินลงทุน 1.7 ล้านล้านบาท หากได้บริหารจัดการที่ดีได้ 5% โดยทุกๆ 1% จะได้ 1.7หมื่นล้านบาท ขอให้บริหารจัดการเงินนำส่งให้ดี

นายนิรัตน์ อภิปรายต่อว่า สำหรับนโยบายด้านรายได้ ขอฝากไปยังกรมบัญชีกลาง การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม Vat 7% ทุก 1% ที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่ม 1.5ล้านล้านบาท หากเพิ่ม 3% ตามกฎหมายไม่ว่าจะเพิ่มขึ้นตอนอย่างไรก็ตาม จะทำให้มีรายได้กลับเข้ามา 4.5 แสนล้านบาท แม้ว่าผู้มีรายได้น้อยจะเดือดร้อน แต่อย่าลืมว่า  ประชาชนผู้มีรายได้น้อย  คือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท หากเพิ่ม 3% จะเดือดร้อน 3,000 บาท  หาร 12 เดือน เท่ากับเดือนละ 275 บาท

“คนจนที่ขึ้นทะเบียนมี 10 ล้านคน หากตีกลับ 50% หรือ 2 แสนล้าน แสดงว่าผู้ที่มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนไว้ สามารถคืนแวตส่วนนี้ได้ หากจ่ายมา 3,000 บาท แต่คืนกลับไปได้ 1 หมื่นบาท ทุกคนมีรายได้กลับเข้ามาทุกเดือนๆ ละเกือบ 1,000 บาท คนจนไม่เดือดร้อน หากจ่าย 3,000 บาท แต่ได้กลับมา 1 หมื่นบาท อย่าลืมว่าคนรวยในประเทศไทยมีมาก เท่ากับคนจน แต่คนรวยค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย ดังนั้นการเพิ่ม 3% คนรวยไม่เดือดร้อน ของมูลค่าเป็นล้าน-สองล้านบาท ยังมีอำนาจซื้อ ทำไมคนรวยกับคนจนต้องใช้เงินเท่ากัน หากมีระบบจัดการเชื่อว่าไม่เดือดร้อน”นายนิรัตน์ อภิปราย

ทางด้านนายขวัญชัย แสนหิรัณย์ สว. อภิปรายว่า โครงการของรัฐในส่วนของงานก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ที่ค้างจำนวนมาก ต้องใช้เงินของรัฐดำเนินการ หากการลงทุนตีค่าเป็นศูนย์ถือว่าน่าหดหู่ ทั้งนี้ตนมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล คือ ใช้เงินนอกงบประมาณและหนี้สินที่สูงติดเพดานที่กฎหมายวินัยการเงินการคลังกำหนดขอให้พิจารณาให้ดี เพื่อให้ผ่านวิกฤติการเงินไปได้ ขณะที่ความพยายามลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลพบว่าตึงตัว ไม่สามารถสร้างรายได้ทันกับรายจ่าย ขณะเดียวกันประชาชนเดือดร้อนจากวิกฤติน้ำท่วม ระบบเศรษฐกิจมีปัญหา ตนขอเสนอให้กระทรวงการคลังเร่งปฏิรูปภาษีจริงจัง ขยายฐานภาษีไปสู่เศรษฐกิจนอกระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนั้นรายงานการเงินของหน่วยงานรัฐ ยังพบความบกพร่องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกองทุน มีบางรายการที่ สตง. รับรองไม่ได้ ดังนั้นขอให้ปรับปรุง

โดยนางสุดท้าย ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า เงินนอกงบประมาณส่วนใหญ่อยู่ในรูปทุนหมุนเวียน และกองทุน ซึ่งเป็นเงินที่ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ เงินส่วนดังกล่าวตามนโยบายของกระทรวงการคลัง หากหน่วยงานใดมีเงินนอกงบประมาณ ตอนพิจารณางบประมาณประจำปีให้นำเงินส่วนดังกล่าวเชื่อมโยงกับวงเงินที่ควรได้รับประจำปี และกรณีทุนหมุนเวียนที่มีเงินสะสมส่วนเกินสามารถเรียกให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน แต่อาจต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

นางสุดท้าย ชี้แจงถึงข้อเสนอเพิ่มภาษี Vat เป็นแนวคิดที่ตรงกัน กระทรวงการคลังพยายามดำเนินการ ส่วนตัวเลขที่ชี้ให้เห็นนั้น เป็นรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายนิรัตน์ อภิปรายตอนท้าย โดยเสนอว่า หากเพิ่ม 4 ล้านล้าน จะเพิ่มทรัพย์สินและหนี้ แต่หากติดกับดักหนี้สาธารณะต่อจีดีพี รัฐบาลจะไม่มีรายได้กลับเข้ามา จะเก็บจากประชาชน ทั้งนี้หากมีการลงทุน และโครงการต่างๆ จำนวนมาก  5-6 ล้านล้านบาท หากรัฐบาล โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะชี้แจงประชาชนให้ทราบว่า ต่อไปนี้ประเทศไทยจะเริ่มลงทุนโดยตรง หนี้สาธาธารณะเพื่อการลงทุนโดยตรง แม้จะเพิ่มหนี้ แต่ได้ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นด้วย สิ่งที่รัฐจะได้คือรายได้ที่เข้าโดยตรง ทั้งนี้แนวคิดที่ให้เอกชนลงทุนตนรับได้ แต่รัฐจะได้จากภาษี vat ไม่ใช่รายได้โดยตรงจากเอกชน