ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เนวิน ชิดชอบ” เป็นตัวพ่อของระบอบสีน้ำเงิน อย่างแท้จริง การขับเคลื่อนการเมือง หรือการจะให้ใครมีบทบาทที่ทางอย่างไร ล้วนต้องผ่านความเห็นชอบจากบุรีรัมย์ทั้งสิ้น
KEY POINTS
- ความสัมพันธ์ระหว่าง เนวิน-อนุทิน ต่างพึ่งพาอาศัยกัน
- เนวิน กำหนดเกมอยู่เบื้องหลัง อนุทิน ออกหน้านำบริหารประเทศ
- บทบาทของเนวินถูกยกให้เป็นประมุขของระบอบสีน้ำเงิน ด้วยอิทธิพลทางทางการเมือง มีบทบาทชี้นำแทบทุกเรื่อง
ไม่ผิดไปจากที่คาด ว่าวันคล้ายวันเกิดครบ 68 ปีของ "เนวิน ชิดชอบ" ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย จะเต็มไปด้วยนักการเมืองรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ของพรรค และนักการเมืองเครือข่ายพันธมิตรตบเท้าอวยพรกันเป็นแถว
คนที่ถูกโฟกัสมากกว่าใครเพื่อน คือ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย น้องเลิฟเนวิน ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน ตั้งแต่อนุทิน เพิ่งเข้าสู่สนามการเมือง ถือเป็นหนึ่งใน"กลุ่มเพื่อนเนวิน" ที่เหนียวแน่น
เมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งเนวิน และอนุทิน ต่างสะสมประสบการณ์ และบารมี ลองผิดลองถูกในการขับเคลื่อนพรรคภูมิใจไทย จนมาถึงวันนี้ แม้คนอื่นๆ ที่เติบโตกันมาในช่วงทักษิณ ชินวัตร เรืองอำนาจ หลายคนประเมินคู่นี้ว่า มีมุมขบเหลี่ยมกันอยู่บ้าง อีกฝ่ายไม่อยากให้อีกฝ่ายมีอำนาจใหญ่จนเสียสมดุลของความสัมพันธ์
ระหว่างทางนับแต่ขึ้นสู่อำนาจครั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนถึงตอนนี้มีหลายเรื่องที่สร้างความระส่ำภายในวงอำนาจของสีน้ำเงินไม่น้อย คีย์แมนของผู้มีอำนาจหลายคน ยังสลัดข้อครหา หรือข้อสงสัยไม่หลุด เช่น คดีโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
ชื่อของ"ทองเจือ ชาติกิจเจริญ" มือขวาเนวิน ที่ส่งไปเฝ้าอนุทิน ตั้งแต่ไหนแต่ไร ช่วงนี้ดูจะเก็บตัวเงียบเป็นพิเศษ ท่ามกลางข้อสงสัยว่าเป็นคนประสานให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดสอบจากมหาวิทยาลัยหนึ่ง ไปเป็นอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง จนอนุทิน ต้องทำหนังสือสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
เกมเช็กบิลขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะความไม่ลงรอยกันของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ต้องการวางขุมข่ายคนของตัวเองให้มีบทบาทนำในกระทรวงมหาดไทย แต่ดูเหมือนศึกนี้อนุทิน ยังถือไพ่เหนือกว่าเนวิน เห็นได้จากปลัดอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ตำแหน่งยังเหนียว ไม่โดน นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สายตรงบุรีรัมย์ เบียด
การแบะท่าจะเอาค่ายเขียว อย่างพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาล ก็ถูกมองว่า อนุทิน ต้องการสร้างอำนาจต่อรอง กับเนวิน หากเกิดอะไรขึ้นมาก็แล้วแต่ สส.ภูมิใจไทย ก้อนใหญ่อาจจะยืนข้าง "เน" มากกว่าหรือไม่
หรือจะเป็นเกมยืมเงาเขียว มาขู่แดง ทำท่าว่ามีใจดึงมาร่วมรัฐบาล แต่ก็อาจเป็นแค่การสับขาหลอกทั้งเขียวและแดงหรือไม่ คือทำให้กล้าธรรม มีความหวัง และทำให้เพื่อไทย ระแวงจะถูกเขี่ยออกได้เสมอ ในจังหวะที่กำลังเดินหน้าสะสมพลัง สร้างผลงานแข่งกับเวลา แต่ในทางกลับกัน แกนนำรัฐบาล อย่างภูมิใจไทย และอนุทิน กำลังน่วมจากสารพัดปัญหา ล่าสุดก็คือน้ำท่วม
ภูมิใจไทย ภายใต้ 2 ขาแห่งอำนาจผ่าน เนวิน และ อนุทิน ถือว่ามีบทเรียนทางการเมืองจากอดีตค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเนวิน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน มีบทบาทโลดแล่นในฐานะอดีตแกนนำกลุ่ม 16 ใกล้ชิด โดยในยุคบรรหาร ศิลปอาชา ตอนนั้นก็ถือว่าค่อนข้างใกล้ เช่นเดียวกับสมัยทักษิณ ชินวัตร และล่าสุดยุค 3 ป. ก็มีส่วนดีลให้น้ำเงินอยู่ในเกม
หลายอย่างในตัวเนวิน น่าจะตกผลึกความผิดพลาดของผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในอดีต เพื่อปรับใช้กับภูมิใจไทย วันนี้และวันหน้า ในการกุมอำนาจนำทางการเมือง ที่ต้องมีปัจจัยแวดล้อมสนับสนุน ซึ่งสีน้ำเงินบริหารจัดการอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนซึมลึกไปในองค์กรอิสระต่างๆ ที่ให้คุณให้โทษทางการเมืองได้กว้างขวาง
สัญญาณที่อนุทิน - เนวิน ส่งออกมาระหว่างที่พี่ใหญ่ผูกข้อมือให้น้องหนู ในงานวันเกิดที่บุรีรัมย์ อวยพรให้เป็นนายกฯ ไปจนเบื่อ ทำเอาเสี่ยหนู ที่ใส่เสื้อบอลทีมบุรีรัมย์เขิน ก่อนออกตัวว่า"เบื่อแล้ว"ก่อนเนวินจะแก้เกี้ยวว่า "เป็นอีก 2 สมัยก็พอ"
เข้าตำรา "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" เนวิน กับงานหลังบ้าน คอยคิดอ่านแก้เกม แก้ปัญหาทางการเมืองได้เต็มเวลาฟูลไทม์ 100% ไม่มีห่วงเรื่องการบริหารบ้านเมืองที่มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว ส่วนอนุทิน ก็ลีดรัฐบาลไป เป็นอำนาจคู่ขนานที่สอดประสานกัน
หลายเรื่อง หากอนุทิน ขาดเนวิน ภูมิใจไทยก็คงเดินมาไม่ถึงวันนี้ และเช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีอนุทิน เนวินก็อาจออกหน้าลำบาก แต่อนาคต"ไชยชนก ชิดชอบ" เหมือนถูกวางตัวไว้แล้ว
ปัจจัยสำคัญที่เนวิน และ อนุทิน อาจจะมีเหมือนกัน คือ Know Who หรือรู้ว่าใครเป็นใคร ที่จะช่วยสนับสนุนให้มีศักยภาพในการช่วงชิงอำนาจจนสำเร็จ
การมีอยู่ของเนวิน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนเกื้อหนุนอนุทิน ภูมิใจไทย และรัฐมนตรี หลายคน หลายเรื่องหากไม่ได้รับไฟเขียวจากบุรีรัมย์ คงไม่มีวาสนาเป็นใหญ่ เช่นเดียวกับ"บิ๊กข้าราชการ"ตำแหน่งสำคัญ
ถนนทุกสายสยบยอมต่ออำนาจ"ระบอบสีน้ำเงิน" ซึ่งเนวิน เป็นประมุข แต่ความแข็งแกร่งตรงนั้นกลับไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชนที่มีต่อรัฐบาลได้เท่าที่ควร
ความนิยมทางการเมืองผ่านโพล บ่งบอกว่าเรตติ้งสวนทาง โจทย์ใหญ่วันนี้คือ จะลบข้อครหาถอนทุน เอื้อประโยชน์พวกพ้อง และสร้างกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส ตรงไปตรงมาได้อย่างไร





