โอกาสของ “พรรคกล้าธรรม” ในการเข้าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มีความเป็นไปได้ด้วยสถานการณ์การเมืองที่เป็นไป อนุทิน กับ ธรรมนัส ความสัมพันธ์ถือว่าค่อนข้างแนบแน่น แต่คนที่จะไฟเขียว คือ “เนวิน ชิดชอบ”
KEY POINTS
- พรรคกล้าธรรม กำลังรอสัญญาณจากเนวิน ชิดชอบ เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย
- เพื่อไทยไ ม่ขัดข้องหากกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่กระทบโควตารัฐมนตรีเดิม
- จับตา ภูมิใจไทย อาจต้องเป็นฝ่ายสละโควตารัฐมนตรีของตนเอง เพื่อจัดสรรให้เขียวหรือไม่
นับตั้งแต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นจนฟอร์มรัฐบาลสำเร็จ นำโดยภูมิใจไทย "จากมีหนู ต้องมีนัส" อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม "2 เพื่อนซี้" ที่ยังมีไมตรีต่อกัน แม้เงื่อนไขทางการเมืองบางอย่างในขณะนี้ จะทำให้ทั้ง 2 ต้องเล่นคนละบทบาทกัน
พรรคกล้าธรรม ขึ้นสู่สุดสูงสุดในยุครัฐบาล MOA "อนุทิน 1" ธรรมนัส ผงาดเป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ด้วยความเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย พรรคร่วมต่อรองอะไรไป ภูมิใจไทยให้หมด
สถานการณ์จะเปลี่ยนก็ตอนหลังเลือกตั้งปี 69 ภูมิใจไทยได้เกือบ 200 เสียง เงื่อนไขต่อรองจึงเปลี่ยนไป ตัดสินใจดึงเพื่อไทยเป็นพรรคหลักร่วมรัฐบาล ทั้งที่เพิ่งจะมีรอยแค้นช่วงยึด มท.1 ของอนุทิน ยุคแพทองธาร ชินวัตร ก่อนคลิปอังเคิลจะหลุด เหมือนต้องการเอาคืน จนพ้นนายกฯ จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
มีข้อสังเกตว่า เหตุผลที่น้ำเงินต้องใช้บริการ"ค่ายแดง"ร่วมรัฐบาล อาจต้องการป้องกันการถูกย้อนเกล็ดในหลายกรณี เช่น โกง สว. ที่ตั้งไข่ในช่วงรัฐบาลเพื่อไทย และอื่นๆ และน่าจะรู้ดีว่า การวางบทบาทอยู่ตรงข้ามทักษิณ ชินวัตร อาจไม่ใช่เรื่องดี เพราะยังแค้นที่ลูกสาวโดนกระทำจนมีอันเป็นไปทางการเมือง ตอนนี้เหมือนแค่รอเวลาเอาคืน
"กล้าธรรม" ที่สร้างปรากฎการณ์กวาด 58 สส. ด้วยกลยุทธ์แบบพุ่งเป้าพื้นที่รายเขต เอาชนะตัวเต็งสายแข็งของทั้งภูมิใจไทย และเพื่อไทย จนสร้างความไม่พอใจให้แกนนำน้ำเงินและแดงค่อนข้างมาก นอกจากสู้เต็มที่ไม่หลบเขต แถมสร้างเซอร์ไพรส์เจาะสุพรรณบุรี นครนายก น่าน เชียงใหม่ เชียงราย และมีลุ้นเกือบชนะอีกหลายพื้นที่
แรงกระเพื่อมของคนในภูมิใจไทยบางส่วน ที่ไม่พอใจกล้าธรรม ต้องการให้บิ๊กน้ำเงินดัดหลังเขียว จึงเกิดขึ้น
นอกจากต้องการสั่งสอน ยังเป็นการปรามไม่ให้"เขียว"ใหญ่เกินตัว หลังเแกะสูตรในการเลือกตั้งได้สำเร็จ หากให้มีอำนาจอีก พรรคคู่แข่งก็กลัวจะหยุดไม่อยู่
5 เดือนที่ผ่านมา กล้าธรรมจึงกลายเป็นฝ่ายค้าน แบบไม่เต็มใจ แต่มีท่าทีเป็นเด็กดีเสมอมา ล่าสุด 58 เสียงก็ลงมติสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70
ธรรมนัส ให้เหตุผลว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต้องกล้าสนับสนุน ไม่ให้อคติ หรือความแตกต่างทางการเมืองมาอยู่เหนือประโยชน์ส่วนรวม เมื่อเป็นเรื่องของบ้านเมือง เราต้องยืนอยู่ข้างประชาชน
ก่อนหน้านั้น ธรรมนัส และอนุทิน ต่างก็ยืนยันสัมพันธ์ฉันเพื่อนมาตลอด ผู้กองยังออกตัว “บางเรื่องที่ไม่ควรตีรัฐบาล ก็ไม่ควร สำคัญที่สุดรัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน ต้องให้โอกาส”
ท่าทีแบบนี้ จึงทำให้โอกาสร่วมรัฐบาลของกล้าธรรมตามที่อนุทินเคยว่าไว้ ประตูยังเปิดอยู่
ว่ากันว่า ช่วงที่ผ่านมา 1น. 1ธ. ร่วมวงกินข้าวพบปะกันเป็นประจำ โดยอีก1น. เจ้าของพรรคน้ำเงิน ส่งมือทำงานคนสำคัญ 1ท. ที่ติดบ่วงคดีโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นไปแทน เพื่อดูพฤติกรรม 2 เพื่อน หัวหน้าพรรคน้ำเงิน-เขียว
เงื่อนไขร่วมรัฐบาลของกล้าธรรมจึงไม่ได้อยู่ที่อนุทิน แต่ว่ากันว่าอยู่ที่"ครูใหญ่"คนเดียวเท่านั้น ท่าทีล่าสุด ดูเหมือนจะผ่อนคลายลงพอสมควร แต่ยังไว้เชิง รอฤกษ์งามยามดี ท่ามกลางข้อสังเกตว่า กล้าธรรมกลายเป็นอีกเงื่อนไขวัดพลังระหว่าง อนุทิน และเนวิน ชิดชอบ หรือไม่
เพื่อไทย โดยหัวหน้าเพื่อไทย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เปิดเผยท่าทีเช่นเดียวกัน หากกล้าธรรมเข้ามาสมทบ “ยืนยันไม่มีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่ได้พูดคุยกันไปแล้วก็จบในวันนั้น มั่นในกรอบที่ได้พูดคุยกันไว้ ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย มีสิทธิ์จะพิจารณา เราไม่ได้ห้ามกัน”
ความหมายของเพื่อไทยคือ ใครจะเข้ามาเติม ต้องไม่กระทบโควตารัฐมนตรีเดิมของเพื่อไทย ดังนั้น จึงน่าสนใจว่า สูตรเกลี่ยเก้าอี้ใหม่ หากภูมิใจไทย ดึงกล้าธรรมเข้ามาร่วมจริง จะต้องสละโควตาของตัวเองบางส่วนให้เขียวหรือไม่ เช่น กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ หรือ รมช.คลัง ซึ่งโควตารัฐมนตรีตอนนี้ก็ยังว่างไว้ 1 ที่นั่ง จึงมีโอกาสแถมให้กล้าธรรม เช่น รองนายกฯ
จับตา ปลายปีนี้ หรือต้นปี 70 ก็น่าจะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้น เสถียรภาพรัฐบาลเวลานี้ หากนับเสียงในสภา ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และหากมีอีก 58 เสียงเข้ามาเติม ก็ยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่ง ที่สำคัญ เป็นงานยากของฝ่ายค้านที่จะโค่นล้ม เว้นเสียแต่ว่า รัฐบาลจะสะดุดขาตัวเอง หรือสนิมเนื้อกัดกร่อนจนเกินเยียวยา





