วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อนุทิน’ สั่ง รับมือฝน 4-5ต.ค. ชี้ ยังวางใจไม่ได้ เสี่ยงเกิดพายุวงกว้าง

“อนุทิน” นำถก “น้ำท่วม“ ชี้ ภาพรวมสถานการณ์แนวโน้มดีขึ้น ย้ำ ทุกหน่วยใช้ข้อมูลเดียวกัน หวั่น ปชช.สับสน สั่ง ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เตรียมรับมือฝน 4-5 ต.ค.นี้ ยังวางใจไม่ได้ เสี่ยงเกิดพายุจำนวนมากหลายพื้นที่ กำชับประเมิน-ปรับแผนให้มีประสิทธิภาพ

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปก.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมผู้เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ 

ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในวันนี้ เป็นการประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แล้ว ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ให้ความสำคัญและมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งวันนี้มีรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบสถานการณ์น้ำท่วมในเขตภาคกลาง และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมติดตามความคืบหน้าและกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบันมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยทุกหน่วยงานได้รับทราบภาพรวมและเร่งดำเนินการในพื้นที่วิกฤตอย่างเร่งด่วน มีการบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งได้จัดตั้งทีมปฏิบัติการลงพื้นที่ในทุกมิติ จึงขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ชุดข้อมูลเพียงชุดเดียวในการสื่อสารเพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน และเพื่อให้ทุกหน่วยงานประเมินสถานการณ์บนฐานข้อมูลเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมือจากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค. 69 นี้ จะมีความเสี่ยงเกิดพายุฝนจำนวนมากครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งต้องจัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อาหาร ของยังชีพ แผนการจัดตั้งศูนย์พักพิง และแผนเผชิญเหตุให้พร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือการติดตามการดำเนินงาน รับทราบสถานการณ์ล่าสุด ประเมินและปรับแผนงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนแก้ไขปัญหาตามที่พื้นที่ร้องขอ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงจากความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่สภาพอากาศในระยะต่อไปยังไม่น่าไว้วางใจ จึงต้องเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป 

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังมีข้อสั่งการ โดยเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ และปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา และการเตรียมศูนย์พักพิงให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา สำหรับสถานีสูบน้ำในพื้นที่ ขอให้เร่งสูบน้ำพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อระบายน้ำออกไปในแนวขวาง แนวดิ่ง และแนวคลองที่มีระบบอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้กำหนดจุดติดตั้งและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ในการสูบระบายน้ำ พร้อมทั้งให้จัดทำระบบป้องกันน้ำล้นจากสองฝั่งคลองเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบและความเดือดร้อนของชุมชนต่อไป

สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขอให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน โดยต้องจัดทำบัญชีความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1ต.ค.69 ซึ่งต้องใช้การเยียวยาตามกฎระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ และความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลได้จัดทำประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน โดยเกณฑ์และมาตรฐานในการให้ความช่วยเหลือจะอ้างอิงมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ดังกล่าวและชี้แจงให้ผู้ที่มีหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากการประเมินความเสียหายจะมีผู้ประเมินจากบริษัทประกันภัยเข้าร่วมด้วย ทุกฝ่ายจึงต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในกรมธรรม์เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับเงินประกันอย่างเป็นธรรม บนพื้นฐานของความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย 

นอกจากนี้ ให้นายเอกนิติ สั่งการไปยัง คปภ. ให้เป็นคนกลางในการสร้างความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน รวมถึงให้เร่งประสานงานดูแลเรื่องทรัพย์สิน ยานพาหนะ รถเข็น และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งมีความคุ้มครองจากประกันภัย คล้ายกับกรณีที่เคยดำเนินการในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา