วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

‘น้ำ’ น็อก ‘หนู’ ท่วมราบคาบ หาดใหญ่ ถึง กทม. เรตติ้งดิ่ง

ความนิยมทางการเมืองของ “อนุทิน” และ “ภูมิใจไทย” จากเดิมที่เข้าสู่ขาลงชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงกลางปี69 กับปรากฎการณ์ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” ยิ่งจะกดให้เรตติ้งตกต่ำอย่างขีดสุด

KEY POINTS

  • รัฐบาลอนุทิน ล้มเหลวในการจัดการปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากตั้งแต่หาดใหญ่จนถึงกรุงเทพฯ ส่งผลให้คะแนนนิยมตกต่ำลงอย่างหนัก
  • ผลสำรวจนิด้าโพล ชี้ว่าคะแนนนิยมของอนุทิน-ภูมิใจไทย ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่โพลทำขึ้นก่อนเกิด น้ำท่วม กทม.
  • การรับมือสถานการณ์ของรัฐบาลถูกวิจารณ์ว่าไร้ประสิทธิภาพ การแจ้งเตือนที่ล่าช้า ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ

น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ปี 2569 อาจจะกระทบต่อ “คนเมืองหลวง” หนักกว่าตอนน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 โซนลาดกระบัง บางกะปิ เคหะร่มเกล้า แฟลตคลองจั่น ท่วมมิดหลังคารถยนต์ แทบจะมิดหัวคน พื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบก็เข้าขั้นสาหัส เดินทางสัญจรไม่ได้

บทเรียนจาก “น้ำท่วมหาดใหญ่” ช่วงรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยแรก เผชิญเมื่อปลายปี 2568 ดูเหมือนไม่ช่วย “ครม.อนุทิน” มีประสบการณ์รับมือสถานการณ์ หรือการบริหารจัดการของรัฐดีขึ้นแม้แต่น้อย

การแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ตอนที่น้ำมาแล้ว เท่ากับว่าทางการรู้พร้อมประชาชน ใครจะขยับตัวทัน แม้ “อนุทิน” จะพูดจาโอ้โลม รัฐบาลจะเยียวยาอย่างเร็ว อัดซอฟ์ทโลน ถือเป็นการแก้เกี้ยวในความไร้ประสิทธิภาพ ถ้าการป้องกันแจ้งเตือนดี จะลดความเสียหายลงได้มาก 

การคาดการณ์ พยากรณ์ และการแจ้งเตือนประชาชนของหน่วยงานรัฐ ให้เตรียมตัวล่วงหน้า นอกจากความแม่นยำ ทันต่อสถานการณ์ และมีความน่าเชื่อถือแล้ว

ช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนความกังวลของ “ฝ่ายประจำ” ว่าจะมีอะไรไปกระทบ “ฝ่ายบริหาร” หรือดิสเครดิต จากบางเพจที่ออกโรงเตือน แต่กลับถูกตอบโต้หักล้าง ไม่ให้ราคา แต่ท้ายสุดเหตุการณ์เกิดขึ้นตามนั้นแทบทั้งหมด จนประชาชนเชื่อ “เพจที่ไม่รู้ใครทำ” มากกว่าหน่วยงานรัฐ

การปล่อยให้ “เมืองหลวง” เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ อย่างกรุงเทพฯ จมน้ำ บ้านเรือน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เสียหายยับเยิน กลายเป็นการเพิ่มต้นทุนการดำเนินชีวิตผู้คน มีประชาชนต้องสังเวยชีวิตจากการถูกไฟดูด สะท้อนการบริหารของรัฐบาลเป็นอย่างดี

คำว่า “เอาอยู่” ของ “บิ๊กรัฐบาล” หวังสร้างความมั่นใจว่ารับมือได้ แต่เอาเข้าจริง เอาอยู่ที่ไหน “กรุงเทพฯ” ยับเยิน ยังไม่นับจังหวัดอื่นๆ “ภาวะน็อคน้ำ” ของรัฐบาลหนู1 ถึงรัฐบาลหนู2 จาก “หาดใหญ่” ถึง “กรุงเทพฯ” หนีไม่พ้นว่าฉุดความนิยมทางการเมืองลงเหลือแทบติดดิน

การได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล สมัย 2 ประชาชนคาดหวังให้เป็นตัวหลักแก้ปัญหา วันนี้เห็นแล้วว่า “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เอาไม่อยู่ การขึ้นมาเป็นแกนหลัก จากที่เคยเป็นแต่แกนรอง เป็นพรรคร่วมในรัฐบาลที่ผ่านมาๆ หลายยุคหลายสมัย ประสบการณ์เหล่านั้นแทบไม่ช่วยให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติไปได้

จังหวะเหมาะเหม็งที่ “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ซึ่งทำการสำรวจระหว่าง18-23 ก.ย.ที่ผ่านมา หรือสำรวจล่วงหน้าก่อนที่กรุงเทพฯ จะประเดิมเจอฝนแบบจริงจังเมื่อ24ก.ย. จนน้ำท่วมหนัก

พูดง่ายๆคือลำพัง “รัฐบาลอนุทิน” ยังไม่เจอน้ำท่วม กทม. ตัวเลขความนิยมในตัวของ “อนุทิน - ภูมิใจไทย” ก็ตกลงอย่างหนักอยู่แล้ว

ไตรมาสแรกปี 2569 เป็นช่วงที่ความนิยมของอนุทิน พุ่งสูงสุด อยู่ที่ระดับ 29.40% ขณะที่พรรคภูมิใจไทย 26.60% พอเข้าสู่ไตรมาส2 เรตติ้งอนุทิน ลดเหลือ 21.68% ภูมิใจไทย ลดเหลือ 17%

ไตรมาส 3 ล่าสุด ความนิยมของอนุทิน ร่วงลงไปอีก เหลือ13.76% ภูมิใจไทย หล่นไปเหลือ 12.08% จากช่วงแรกจนถึงตอนนี้ ตัวของอนุทิน ความนิยมหล่นหายไปแล้ว 15.64% ส่วนภูมิใจไทย ลดลงไปแล้ว14.52%

แล้วถ้าสำรวจความนิยมหลังน้ำท่วม ตัวเลขจะไม่ยิ่งหนักไปกว่านี้อีกหรือ สะท้อนชัดว่ารัฐบาลภูมิใจไทยวันนี้ กำลังเผชิญวิกฤติศรัทธา และวิกฤติความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง

ความเก่งกาจในเกมการเมือง กับความเก่งกาจในการบริหารบ้านเมือง สวนทางกันจนเป็นคนละเรื่อง ภาวะขึ้นเร็วลงเร็วอย่างน่าใจหายของ“รัฐบาลอนุทิน” สะท้อนมุมมองจากประชาชนแล้วว่า จะอยู่กันแบบเดิมๆ แก้ปัญหาปะผุ ล้อมคอกไปเรื่อยๆ ไม่ได้ 

รัฐบาลจึงไม่มีข้ออ้างว่าฝ่ายตรงข้ามเล่นการเมือง หากหยิบยกเรื่องน้ำท่วมขึ้นมาโจมตี ก็ในเมื่อฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจบริหาร ชกไม่เข้าตาประชาชน จัดการปัญหาไม่ได้ตามที่คาดหวัง หรือควรจะเป็น การสร้างภาพให้ดูดี พูดจาเก่งกล้า แต่ถ้าไม่สะท้อนผ่านการทำงาน ก็ไม่มีความหมาย

โจทย์ใหญ่ของ “อนุทิน - ภูมิใจไทย” กับเป้าหมายอยู่ยาว หลังจากเครือข่ายสีน้ำเงินยึดกุมเครือข่ายอำนาจ องค์กรที่ให้คุณให้โทษทางการเมือง จนหลายพรรคการเมืองต้องยอมสยบ

ไม่เว้นแม้แต่ “พรรคประชาชน” ที่เคลิ้มไปกับ “ภูมิใจไทย” จนร่วมตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย “อนุทิน1” มาแล้ว อุตส่าห์โหวตให้เขาฟรีๆ ประเคนอำนาจให้เขาถึงที่ แต่เงื่อนไขและเป้าหมายของตัวเองที่ตกลงกันไว้ สุดท้ายก็ถูกฉีก

เดิมพันครั้งใหญ่ของ “อนุทิน - ภูมิใจไทย” จะสลัดโมเมนตั้มขาลง และสร้างแรงเหวี่ยงให้ความเชื่อมั่นกลับคืนอย่างไร ไม่เช่นนั้นอาจมีเงื่อนไขและปัจจัยแทรกซ้อนทางการเมืองเกิดขึ้นให้สถานการณ์พลิกผัน จนตั้งตัวไม่ติด