เริ่มมีกระแสเรียกร้องให้ มท.1 ปลด “ชัชชาติ” พ้นตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เซ่นสังเวยการบริหารจัดการ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” ท่ามกลางคำถามบึงเก็บน้ำบางแห่งไปไหน เอื้อประโยชน์บริษัทอสังหาฯหรือไม่
KEY POINTS
- รัฐบาลอนุทิน เผชิญวิกฤตศรัทธาจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ กทม.
- กระแสกดดันให้ปลดชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พ้นผู้ว่าฯ กทม. ถูกมองว่าเพื่อสังเวยทางการเมืองเบี่ยงเบนความล้มเหลวของรัฐบาล
- อำนาจของ รมว.มหาดไทย สามารถเชือด ชัชชาติ ได้ โดยมีเหตุผลเรื่องความบกพร่องในการบริหารจัดการน้ำท่วม
- กรณีที่ อนุทิน ใช้ยาแรงกับชัชชาติ กระแสอาจตีกลับ เพราะประชาชนไม่น้อย มองว่า นายกฯ ก็ไม่ต่างกัน
หลังจากกรุงเทพมหานคร ผ่านวิกฤติน้ำท่วมปี 2569 ไป เกมเช็กบิลของผู้มีอำนาจทางการเมือง อาจมีคนต้องสังเวยความเดือดร้อนของคนเมืองหลวงแบบแสนสาหัส
กระทบความนิยมทางการเมืองของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ “พรรคภูมิใจไทย” จากที่ลดลงอย่างหนักหน่วงอยู่แล้วตั้งแต่น้ำท่วมหาดใหญ่ วิกฤติพลังงาน ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน TH-AI Passport คดีโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หรือแม้แต่โกง สว. ล้วนกัดกร่อนความเชื่อมั่นรัฐบาลทั้งสิ้น
เมื่อเจอน้ำท่วม กทม. รอบนี้ แทบไม่ต้องสืบว่าเรตติ้ง “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” โดยเฉพาะ “อนุทิน” จะตกต่ำลงอีกอย่างหนักหน่วง หนึ่งในความผิดพลาดสำคัญคือความมั่นใจเกินเหตุของ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกฯ และแกนนำภูมิใจไทย บลั๊ฟเพจที่เตือนภัยให้ประชาชนว่าเป็นเฟคนิวส์ ก่อนหล่นคำว่า “รัฐบาลเอาอยู่” แต่พอเจอของจริง เอาอะไรไม่อยู่ทั้งสิ้น
กระแสความโกรธของประชาชน ประเดประดังพุ่งไปที่อนุทิน เป็นหลัก ลงพื้นที่แต่ละที โดนด่าสาดเสียเทเสีย เละเป็นโจ๊ก แต่คนที่ดูจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า “อนุทิน” คือ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ทั้งที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง
การแก้วิกฤติทางการเมืองเฉพาะหน้าของรัฐบาล ที่เผชิญความนิยมตกต่ำอย่างหนัก กำลังถูกตั้งข้อสังเกตว่า จะต้องพลิกสถานการณ์ ด้วยการสังเวยตำแหน่งใครบางคนหรือไม่ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความผิดพลาด ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำท่วม จนเมืองหลวงแทบเป็นอัมพาต กระทบความเป็นอยู่ของผู้คน ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่างชาติ กระทบเครดิตของฝ่ายบริหารแทบไม่เหลือ
เริ่มมีเสียงร่ำๆถูกถามแนวโน้ม “อนุทิน” ในฐานะรมว.มหาดไทย ถึงการใช้ออปชั่นสั่งปลด “ชัชชาติ” พ้นตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พอจะเปิดช่องให้อำนาจ “รมว.มหาดไทย”
โดยสามารถมีมติครม. สั่งให้ออกจากตำแหน่งเมื่อมีกรณีแสดงให้เห็นว่า ได้กระทำการอันเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหรือปฏิบัติการหรือละเลยไม่ปฏิบัติการอันควรปฏิบัติในลักษณะที่เห็นได้ว่าจะเป็นเหตุให้เสียหายอย่างร้ายแรงแก่ กทม. หรือแก่ราชการโดยส่วนรวมหรือแก่การรักษาความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน
หากจะใช้ยาแรงเพื่อตอบโจทย์การเมือง อนุทิน คงต้องดีดลูกคิดให้ดี ว่าได้คุ้มเสียหรือไม่
ต้องยอมรับว่าการเข้าสู่ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ” ผ่านการเลือกตั้ง สมัย 2 ความนิยมล้นหลาม ได้กว่า 1.3 ล้านคะแนน “อนุทิน” ซึ่งตอบไปแล้วว่ายังไม่คิดปลด “ชัชชาติ” แต่วันหนึ่งหลังจากนี้ถ้าเปลี่ยนใจ คงต้องดูหน้าดูหลังให้ดี ว่ากระแสจะตีกลับหรือไม่
หาก “มท.1” เอาจริงปลดผู้ว่าฯ กทม. จะต้องมีเหตุผลที่หนีไม่พ้นเรื่องวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯ แล้วถ้ามีคำถามตามมาว่า มีแต่ “ชัชชาติ” เท่านั้นหรือที่ล้มเหลว อนุทิน และรัฐบาล ลอยตัว ไม่ล้มเหลวเลยใช่หรือไม่
ถึงอย่างนั้นก็ตามใช่ว่า “ชัชชาติ – ทีมบริหารกทม.” จะทำงานสมบูรณ์แบบ รายละเอียดหลายจุดก็แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อม ความล่าช้า เช่น การแจ้งเตือน Cell Broadcast ที่ไม่ทันต่อสถานการณ์ น้ำท่วมไปแล้ว1คืน ข้อความเพิ่งถึงประชาชนช่วงสายของอีกวัน
เรื่องนี้ “กทม.” ต้องรับเต็มๆ เพราะทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถามแล้วถามอีก จะให้ยิง Cell Broadcast แจ้งเตือนล่วงหน้าหรือไม่ ก็ยึกยักชักช้า กระทั่งท่วมแล้วค่อยแจ้ง
ไม่นับรายละเอียดในการแก้ปัญหาในพื้นที่เจอน้ำท่วมอย่างหนักใน กทม. เช่น สายไหม บางกะปิ ลาดกระบัง ทั้ง สส. และ ส.ก. ต่างส่งเสียงเรียกร้องถึง “ชัชชาติ” ที่ดูจะมองไม่เห็นบางพื้นที่บางชุมชน หรือการระดมอุปกรณ์ต่างๆ ไปช่วยสูบน้ำ ก็มีเรื่องติดขัดเต็มไปหมด
งานถนัดอีกอย่างของราชการ หลังน้ำลด คือการถอดบทเรียน คำที่ประชาชนฟังแล้วส่ายหัว ประเทศไทยเผชิญวิกฤติแบบนี้มาอย่างต่อเนื่องแทบทุกปีทุกภูมิภาค คำสวยหรูว่าถอดบทเรียน จากเหตุการณ์ครั้งก่อน กลับไม่เคยแก้ปัญหาครั้งต่อๆไป หรือล้อมคอกได้เลย
ทางการมีเหตุผลร้อยแปด ว่าทำไมถึงเอาไม่อยู่ แต่เหมือนไม่เคยรู้เลยว่า บทเรียนที่แท้จริงคือความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและกังวลว่าทำอะไรไปแล้วจะมีกระทบทางการเมืองใช่หรือไม่
วันนี้มีเพียง “อนุทิน” ที่ถอดบทเรียนส่วนตัวสำเร็จ จากน้ำท่วมหาดใหญ่ ถึง น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ผัดข้าวโชว์หน้างาน แต่รูปแบบและแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือ ดูจะเหมือนเดิม
ขณะที่ “ชัชชาติ” กำลังเจอคำถามมากมายถึงการแก้ปัญหาและรับมือน้ำท่วม โดยเฉพาะประเด็นยกเลิกแก้มลิงจนวิกฤติ ก็มีคำตอบจากเจ้าตัวแล้วว่า “ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น” หาก “อนุทิน” จะปลดตามเสียงเรียกร้องของประชาชน
“น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพ” รอบนี้ มีโอกาสทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญของ “อนุทิน” และ “ชัชชาติ” ท่ามกลางการจับจ้องของ “ประชาชน” หลังเห็นฝีมือในยามบ้านเมืองวิกฤติว่าอนาคตจะฝากผีฝากไข้ไว้กับใคร





