วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

ถอดบทเรียนเลือกตั้ง ปลุก 28 ก.ย.จับตาศาล รธน.ชี้ขาดบัตรบาร์โค้ด

กมธ.กฎหมาย จัดเสวนาถอดบทเรียนเลือกตั้ง 69 จี้ถามบทลงโทษทางกฎหมาย ปม 'บัตรบาร์โค้ด' กังขา กกต.ฉีกกฎหมาย 2 มาตรฐาน ชวนสังคมจับตา ศาล รธน.ชี้ขาด 28 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ที่ รร.เซนทาราไลฟ์ นายรังสิมันต์​ โรม​ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดงานเสวนา ถอดบทเรียน (อีกครั้ง) กับการเลือกตั้ง สส. โดยกล่าวว่า การจัดงานวันนี้ (25 ก.ย.) ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ศาล​รัฐธรรมนูญ​ เตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง สส. ว่า สรุปแล้วชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะในช่วงเวลานั้นก็ถกเถียงกันว่า คำว่า "การเลือกตั้งต้องกระทำโดยลับ" นั้น หมายถึงว่า ต้องไม่มีบาร์โค้ดให้สามารถเช็กได้เลยแม้แต่น้อย หรือมีได้ แต่ป้องกันไม่ให้คนมาสืบค้นภายหลัง แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว แบบไหนถูกต้อง ต้องรอดูวันที่ 28 ก.ย.​นี้

นายรังสิมันต์​ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกตั้งที่บรรจงเขียนในกฎหมาย หวังว่า จะให้ออกมาดี แต่ผลที่เกิดขึ้นจริง กลับออกมาแย่ และแย่มากๆถึงขั้นร้ายแรงที่สุด คือ ผู้คนตั้งข้อสงสัยว่า เกิดการปฏิบัติหรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเกิดการทุจริตในการเลือกตั้งหรือไม่ 

นาย​รังสิ​มันต์ ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายเลือกตั้งของประเทศไทยถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดกับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แค่ฉีกบัตรเลือกตั้งไม่ว่าโดยตั้งใจหรือเข้าใจผิด ก็มีโทษทางอาญา แต่ การบังคับใช้กฎหมายกับ กกต.กลับมีความหนักเบาไม่เท่ากัน หากจำกันได้มียุคหนึ่งที่หันคูหาออก ตอนนี้ต้องรับโทษกันไป แต่ระยะหลังมีหลายเรื่องแต่ก็มีแค่เจ้าหน้าที่ที่ต้องรับโทษ ส่วนในปี 2569

"จริง ๆไม่ได้มีแค่เรื่องบาร์โค้ด ยังมีเรื่องของการนับคะแนน การไม่รัดหีบบัตรเลือกตั้ง การนำเอกสารเลือกตั้งไปทิ้งขยะ และมีอีกหลายประเด็นที่ต้องติดตามว่า มาตรฐานความเคร่งครัดบังคับใช้กฎหมาย ต่อ กกต. มีมาตรการเดียวกันหรือไม่ เพราะกฎหมายที่มีมาตรการสารพัด แต่ดูเหมือนว่าหลายต่อหลายครั้ง กลับไม่ได้พาสังคมไปสู่เป้าหมายปลายทางของการเลือกตั้งเลย เราเขียนกฎหมายขึ้นมา เพื่อสร้างความชัดเจน แต่ทำไมเมื่อนำกฎหมายไปใช้จริง กลับเป็นไปด้วยความกังขา วันนี้จึงต้องมาถอดบทเรียนกันอีกครั้ง" นายรังสิมันต์ กล่าว

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวบนเวทีการเสวนาช่วงหนึ่งโดยชี้แจงถึงความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเชิญชวนประชาชน มาใช้สิทธิ พร้อมสังเกตการณ์การนับคะแนน ซึ่งหากพบความไม่ปกติ สามารถทักท้วงได้ เพื่อนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ หรือลงคะแนนใหม่ แต่สำหรับกรณีผู้สังเกตการณ์ หรือผู้แทนพรรคการเมืองนั้น อยากให้พรรคการเมือง ได้ส่งผู้แทนไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้ง แต่ก็เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายกับพรรคการเมือง ซึ่งอาจจะต้องหาทางแก้ไข เพื่อไม่ให้ถือเป็นภาระ และระบุเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง เพื่อให้กระบวนการโปร่งใส 

ส่วนการบันทึกภาพระหว่างการนับคะแนนนั้น รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงาน กกต.ได้ออกระเบียบแล้ว แต่กระบวนการนั้น จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และการลงคะแนนของประชาชน รวมถึงสำนักงาน กกต.จะพัฒนากรรมการประจำหน่วย เพื่อให้เข้าใจกระบวนการที่ถูกต้อง ดำเนินการด้วยความถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย 

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวถึงกรณีที่บัตรการลงคะแนน สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ไม่ตรงกันว่า เป็นเพราะบัตรการเลือกตั้งล่วงหน้า บางครั้งอาจมีหน่วยลงคะแนนบางแห่งส่งบัตรกลับมาเพียงใบเดียว เช่น การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรบางครั้งประชาชนส่งบัตรกลับมาเพียงใบเดียว หรือบางครั้งประชาชนผู้ใช้สิทธิ จะต้องมีชื่ออยู่ในเขตเลือกตั้งน้อยกว่าเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถเลือก สส.แบบแบ่งเขตได้

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวปฏิเสธที่จะกล่าวถึงกรณีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ระบุว่า เป็นมาตรการการป้องกันการทุจริต ไม่ขอลงรายละเอียด เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.นี้ พร้อมยังยืนยันด้วยว่า ข้อเสนอและปัญหาต่าง ๆ สำนักงาน กกต.น้อมรับเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข แต่เรื่องใดที่จะต้องอาศัยการแก้ไขกฎหมาย ก็อาจจะต้องให้รัฐสภา ได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป