'พริษฐ์' เปิดหน้าชำแหละ 5 ข้อกังขาเลือกตั้ง 69 แฉพิรุธตั้งแต่ระบบรายงานผล-บัตรบาร์โค้ด-โยกย้าย นอภ. 300 แห่ง ปัดแพ้แล้วพาล ถึงมาเคลื่อนไหวตรวจสอบ แค่ปกป้องเสียง ปชช.
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ที่ รร.เซนทาราไลฟ์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวบนเวทีการเสวนาถอดบทเรียน (อีกครั้ง) กับการเลือกตั้ง สส.จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ตอนหนึ่งว่า ปัญหาการจัดเลือกตั้งปี 2569 มีด้วยกัน 5 ปัญหา ประกอบด้วย ปัญหาการรายงานผลผ่านเว็บไซต์ที่มีช่วงสะดุดและการปรับเปลี่ยนคะแนนที่ผิดปกติ, ปัญหาข้อพิรุธในการนับคะแนนหรือการรายงานผล เช่น การค้นพบใบขีดคะแนนในสถานที่ไม่ควรจะค้นพบ การนับคะแนนในบางหน่วยที่ไม่เป็นไปตามหลักปฏิบัติของ กกต. การไม่มีการโชว์บัตรเลือกตั้งให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจนก่อนที่จะมีการขานคะแนน รวมถึงตัวเลขของบัตรเลือกตั้งกับผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกันบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาการเลือกตั้งจังหวัดสุพรรณบุรี เขตการเลือกตั้งที่ 2 ที่มีประชาชนถ่ายคลิปหลักฐานว่าการนับคะแนนไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต. โดยตอนนับคะแนนไม่ได้โชว์บัตรลงคะแนนให้ประชาชนตรวจสอบ ซึ่ง กกต.ได้สั่งให้นับคะแนนใหม่ และผลคะแนนที่ออกมาก็ไม่ตรงกัน สะท้อนให้เห็นว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในการนับคะแนน มีความจงใจนับคะแนนให้ไม่ตรงกับที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง
"เราไม่สามารถสรุปได้เลยว่า ความผิดปกตินี้เกิดขึ้นเฉพาะหน่วยนั้นหรือทั้งเขตเลือกตั้ง ตอนนั้นผมได้ออกมาเรียกร้องว่า ก่อนที่ กกต. จะประกาศผล ขอให้นับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้งได้หรือไม่ แต่ กกต. ไม่ได้ดำเนินการและประกาศผลไป วันนี้ผมจึงเรียกร้องว่า อยากจะให้มีการเปิดหีบนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งนั้น จะได้นำมาวิเคราะห์และถอดบทเรียนว่าการทุจริตแบบนี้เกิดขึ้นหน่วยเดียว หรือเกิดขึ้นทั้งเขตเลือกตั้ง" นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยมองว่าเรื่องคิวอาร์โค้ด เป็นปัญหาที่น้อยกว่าบาร์โค้ดมาก ๆ เพราะเป็นเพียงการบอกว่าบัตรเลือกตั้งนี้มาจากชุดไหน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดคือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสีชมพูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลที่ลงคะแนน เกิดคำถามว่าขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับหรือไม่ ตนยืนยันมาตลอดว่าขัด เพราะตามหลักการ การจะพิสูจน์ว่าลับหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงว่าตรวจสอบย้อนหลังได้ยากหรือง่าย แต่หลักสำคัญคือตรวจสอบได้หรือไม่ และหากสู้กันในเชิงการปฏิบัติ ก็จะพบว่าการตรวจสอบไม่ได้ยากขนาดนั้น หากพบว่าตรวจสอบได้ แสดงเหตุผลชัดเจนว่าเป็นเลือกตั้งที่ไม่ได้เป็นไปด้วยความลับ สิ่งที่อยากได้คำตอบคือใครเป็นคนคิดและมีไว้ทำไม ทำไมถึงไม่มีวิธีการอื่นที่จะบริหารจัดการบัตรโดยที่ไม่ต้องมีบาร์โค้ดบรรจุไว้ ซึ่งวันนี้ กกต. ก็ยังไม่ได้ให้คำตอบ ดังนั้นตนมองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่และคงต้องรอฟังศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างไร
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า รวมถึงปัญหาข้อครหาการแทรกแซงการเลือกตั้ง แม้จะมี กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง แต่ก็ยังมีการใช้บุคลากรจากกระทรวงมหาดไทยอยู่ คำถามสำคัญคือบุคลากรจากกระทรวงมหาดไทย มีการใช้อำนาจเอื้อผู้สมัครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ จะเห็นได้ว่าช่วงเดือนธันวาคมปี 2568 มีการโยกย้ายนายอำเภอสูงที่สุดเป็นสถิติครั้งหนึ่งก่อนการเลือกตั้งปี 2569 สูงถึง 300 กว่าคน
และพบว่าครึ่งหนึ่งของคนที่ถูกโยกย้าย ถูกแต่งตั้งไปเป็น ผอ. หรือกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง ซึ่งครอบคลุม 120 เขตเลือกตั้ง หรือประมาณ 40 จังหวัด สอดคล้องกับแชตไลน์ของอธิบดีกรมการปกครองที่ส่งไปหาบุคคลที่เป็นปลัดจังหวัด ณ เวลานั้น ให้ "ช่วยน้ำเงินด้วย" แม้ทางอธิบดีจะเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าล็อกอินไว้หลายเครื่อง ไม่รู้ว่าใครไปพิมพ์หรือไม่ แต่ก็ยังฟังไม่ขึ้น คำถามคือหลังจากนั้น กกต. ได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะใช้กลไกตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ส่วนกรณีที่ถูกมองว่า เป็นการแพ้เลือกตั้งของพรรค ปชน.แล้วพาลหรือไม่ จึงมาตรวจสอบเรื่องนี้นั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ได้หวังจะเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง หรือทำให้ลำดับของพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงไป แต่หลักการของประชาธิปไตย ต้องการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม การเลือกตั้งที่พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า เมื่อเข้าคูหาไปแล้ว คะแนนของเขาจะถูกบันทึกอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นสาระสำคัญไม่ใช่ว่าใครมาตรวจสอบเรื่องนี้ หรือตรวจสอบแล้วผลการเลือกตั้งจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ แต่ผลคือทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม พร้อมทั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนทุกคน





