ในที่สุดก็ถึงคิวรูดม่านปิดฉากอีก 1 คดีสำคัญ สำหรับ “มหากาพย์บัตรเลือกตั้ง” ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา กรณีพบ “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ทำเอาภาคประชาชน-นักวิชาการ-กูรูการเมือง จำนวนไม่น้อย มองว่า อาจเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากเมื่อ “ประกอบจิ๊กซอว์” จาก “ต้นขั้วบัตร” รวมกับ “ใบบัตรเลือกตั้ง-บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” แล้ว สามารถสืบค้นย้อนไปได้ว่า “ใคร” กาให้ “ผู้สมัคร-พรรคการเมือง” ใด ส่งผลให้มีการยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจฯ มีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องนี้
กรณีข้างต้นกินเวลายาวนานเกือบ 7 เดือน สุดท้ายคดีนี้จะถึงจุดสิ้นสุด เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัด จันทร์ที่ 28 ก.ย. 2569 เพื่อลงมติชี้ขาดเรื่องนี้ หลังจากสืบพยานหลักฐาน และมีการไต่สวนพยาน 5 ปาก “โดยลับ” ไปเมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดยพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 5 ปาก ได้แก่ 1. นิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมชำนาญการ สำนักงาน กกต. 2. วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. 3. ภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโล ยี จำกัด (มหาชน) 4. กัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ 5. แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
สำหรับการไต่สวน ศาลอนุญาต "ณรงค์ กลั่นวารินทร์" ประธาน กกต.ร่วมสังเกตการณ์ไต่สวน และอนุญาตให้สำนักงาน กกต.โดย "ภาสกร สิริภคยาพร" รองเลขาธิการ กกต. สาธิตกระบวนการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการไต่สวน วิรุฬห์ แสงเทียน ตุลาการซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ไต่สวน แจ้งคู่กรณีว่า เนื่องจากได้รับการร้องขอจากประธาน กกต.และบริษัทผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.ขอไม่ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า บัตรเลือกตั้งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเลือกตั้ง สส. ในบัตรเลือกตั้งส.สทั้ง 2 แบบประกอบด้วยมาตรการป้องกันปลอมแปลงการทุจริตบัตรเลือกตั้งมีอยู่หลายวิธี หากเปิดเผยต่อสาธารณะ อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการความปลอดภัยในการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ที่จะต้องป้องกันการปลอมแปลง และทำให้มาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งเสื่อมประสิทธิภาพ อันกระทบต่อความมั่นคงเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้การเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ฉะนั้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ จึงเห็นสมควรให้งดการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงในการไต่สวนพยานในวันนี้
ที่น่าสนใจศาลรัฐธรรมนูญ ส่ง “ตุลาการฯ” ลงพื้นที่สืบพยานนอกศาลด้วยตัวเอง ไปสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง-ต้นขั้วบัตร เพื่อ “พิสูจน์ข้อเท็จจริง” เรื่องดังกล่าว ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ และให้ “คู่ความ” ยื่นคำแถลงปิดคดี ภายในวันที่ 11 ก.ย.นี้ด้วย
โดยในวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาหารือคดีที่น่าสนใจ เรื่องพิจารณาที่ ต. 30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ (ผู้ถูกร้อง) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (OR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุจำเป็นให้เดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญแทนศาลตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 28 ศาลรัฐธรรมนูญมอบหมายให้วิรุฬห์ แสงเทียน-นภดล เทพพิทักษ์ 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบสำนวน ร่วมตรวจสอบกับศาลรัฐธรรมนูญ ไปสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง ที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 ก.พ. 2569 พื้นที่ กทม. ในวันที่ 27 ส.ค. 2569 เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป โดยให้คู่กรณีร่วมตรวจสอบ ทั้งนี้ หากคู่กรณีฝ่ายใดไม่เข้าร่วมเดินเผชิญสืบตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว ให้ถือว่าไม่ติดใจ
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้คู่กรณียื่นแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือภายในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2569 หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าไม่ติดใจยื่น ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 67 ประกอบมาตรา 31 และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 24
กำหนดประเด็นที่จะพิจารณาวินิจฉัย แล้วนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ ในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. 2569 เวลา 9.30 นาฬิกา และนัดฟังคำวินิจฉัยวันเดียวกัน เวลา 14.00 นาฬิกา ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. 2569 ซึ่งนัดฟังคำวินิจฉัยมีการถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียง และศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควรเข้าร่วมรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง
เอาเป็ํนว่าอีก 1 เดือนหลังจากนี้ คดีดังกล่าวจะรูดม่านปิดฉากลง หลังกินเวลานานเกือบ 7 เดือน นับเป็นอีก 1 เรื่องสำคัญ ที่ต้องรอลุ้นว่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไร
เพราะคำวินิจฉัยเรื่องนี้ จะเกี่ยวพัน และส่งผลกระทบต่อ “ฝ่ายการเมือง” ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างเลี่ยงไม่ได้



