วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

ส้ม คัด ‘ฝ่ายค้าน’ เลือดแท้ ผลัก ‘เขียว’ เสริมทัพ‘น้ำเงิน’

พรรคประชาชน ตัดสินใจ ขับ "กล้าธรรม" จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อหวังสร้างเอกภาพและป้องกันการโหวตสวนมติ ทว่าอีกนัยคือ การผลักพลังไปเสริมแกร่ง รัฐบาลสีน้ำเงิน

KEY POINTS

  • พรรคประชาชนในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน มีมติขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ
  • การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสร้างเอกภาพและป้องกันการโหวตสวนมติ โดยเฉพาะในการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
  • การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการผลักให้พรรคกล้าธรรมย้ายไปเข้าร่วมกับรัฐบาล ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น
  • หลังการปรับทัพ ฝ่ายค้านมี สส. เหลือ 148 เสียง ซึ่งยังคงเพียงพอต่อการยื่นญัตติต่างๆ เพื่อตรวจสอบรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา

“พรรคประชาชน” ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ประกาศตัดชื่อ “พรรคกล้าธรรม” จากสมาชิกวิปฝ่ายค้าน อย่างเป็นทางการ ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจสื่อนัยทางการเมือง เพื่อให้พรรคกล้าธรรมแต่งตัวเดินเข้าร่วมชายคา “รัฐบาลสีน้ำเงิน”

ขณะเดียวกันยังเป็นผลดีกับภาพลักษณ์ “ขั้วค้าน” ต่อการรักษาความเป็นปึกแผ่นร่วมกัน โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้านกำหนดวาระทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ รมว.มหาดไทย ในสมัยประชุมนี้

โดย “พรรคฝ่ายค้าน” ที่ประกาศลงเรือลำเดียวกัน พร้อมใจลงชื่อสนับสนุนญัตติแบบไม่แตกแถว รวมถึง “มติโหวต” ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีใครสวนทาง หากยังมี “กล้าธรรม” สังกัดขั้วค้าน อาจจะทำให้ “มติโหวตสวน” เกิดขึ้นซ้ำรอยการลงมติ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2570

สำหรับสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน หลัง “สส.กล้าธรรม” ทั้ง 58 คนถูกผลักออก ปัจจุบันมีจำนวน 148 คน ประกอบด้วย 1.พรรคประชาชน 119 คน จากสมาชิกที่มี 120 คน เพราะ “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี แสดงตัวชัดเจนสนับสนุนข้างรัฐบาล 2.พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน 3.พรรคไทรวมพลัง 6 คน 4.พรรคไทยภักดี 1 คน และ 5.พรรคเสรีรวมไทย 1 คน

ส้ม คัด ‘ฝ่ายค้าน’ เลือดแท้ ผลัก ‘เขียว’ เสริมทัพ‘น้ำเงิน’

ทว่าคำถามต่อสังคมคือ จำนวนเสียง “ฝ่ายค้าน” ที่มี 148 เสียง จะผนึกกำลัง ทำตามเป้าหมายของ “ประธานวิปฝ่ายค้าน” ที่ระบุว่า “ฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน” ได้มากน้อยแค่ไหน

สำหรับท่าทีของ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในบทบาทของ “วิปฝ่ายค้าน” การันตีว่าไม่เป็นปัญหาต่อการขับเคลื่อนงานในสภาฯ เพราะ สส.ฝ่ายค้านที่มี เพียงพอต่อการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ใช้เสียงสนับสนุนหลักร้อย รวมไปถึงการยื่นตรวจสอบ หรือ ถอดถอนตามรัฐธรรมนูญบางมาตรา ใช้เพียง 140 เสียง ดังนั้นยังสู้ได้อยู่ ไม่มีปัญหา

“พรรคร่วมฝ่ายค้านแม้จำนวนลดลง แต่ไม่กระทบต่อเสถียรภาพการทำงานของฝ่ายค้าน แม้เป็นเสียงข้างน้อย แต่ตั้งใจทำงานเต็มที่ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่กำชับ สส. ตรวจสอบรัฐมนตรีทุกพรรค แบบปิดชื่อถือพฤติกรรม หากพบข้อผิดพลาดร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่สามารถไว้วางใจให้ทำหน้าที่ได้ จะยื่นซักฟอกทันที โดยขณะนี้มีรัฐมนตรีหลายคนอยู่ในข่าย” สาทิตย์ ระบุ

ต้องยอมรับว่าการใช้เวทีสภาฯสู้กันทางการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสร้างชื่อ ทำผลงานให้ ประชาชนผู้สนับสนุน เห็นเชิงประจักษ์ และขยายไปต่อยอดสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง ไม่ใช่จบเพียงแค่ “รวบเสียงขั้นต้น” ได้สำเร็จ เท่านั้น แต่คือการลงมติชี้ขาดว่าเรื่องที่ “ฝ่ายค้าน” เสนอนั้นจะถูกพิจารณาจนถึงขั้นที่กล่าวได้ว่าเป็นรูปธรรมได้สำเร็จ

ส้ม คัด ‘ฝ่ายค้าน’ เลือดแท้ ผลัก ‘เขียว’ เสริมทัพ‘น้ำเงิน’

หากจำได้ในสมัยสภาฯ ชุดที่ผ่านมา แม้ “พรรคส้ม” จะผลักดันวาระกฎหมายก้าวหน้าต่อสภา ทว่าด้วยความเป็นเสียงข้างน้อย ทำให้ บางฉบับถูกตีตก และถูกฝ่ายเสียงข้างมากใช้แทกติกสภาฯ ทำให้ร่างกฎหมายหลายฉบับไปไม่ถึงเป้าหมาย หรือแม้ก่อนการยุบสภา เมื่อปลายปี 2568 จะมีเสียงข้างมาก เป็นพลัง “กดดันรัฐบาลเสียงข้างน้อย” ยังไม่สามารถกุมทิศทาง รัฐสภา เพื่อจัดทำต้นฉบับที่นำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้

ในภาวะปัจจุบันที่ “ฝ่ายค้าน” ที่หวังสร้างผลงานทางการเมือง ผ่านการผลักดันร่างกฎหมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่า หาก “เสียงข้างมาก” ไม่เอาด้วย ย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่จะผ่านด่าน ยกเว้นใช้ “พลังกดดันของสังคม”

ทว่ายังมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ไม่อาจใช้แรงกดดันภายนอก ให้ “สภาฯ” รับหลักการ หรือ เห็นชอบได้

ยังไม่นับต่อการลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” แม้ฝ่ายค้านจะ รู้แจ้งแก่ใจว่า หากเสียงหนุนไม่ถึง 251 เสียง ไม่มีทางที่จะใช้กลไกของสภาฯ ขับ “นายกฯ” หรือ “รัฐมนตรี” ที่ถูกยื่นซักฟอกให้ออกจากตำแหน่งได้

ดังนั้นการผลัก “พรรคกล้าธรรม” ออกจาก “วิปฝ่ายค้าน” หากมองในมุมการทำงาน อาจเป็นผลดีที่ไม่ต้องคอยพะวงว่าจะถูกล้วงความลับ “ซักฟอก” หรือ สร้างความเป็นเอกภาพได้มากกว่าที่เป็น

ส้ม คัด ‘ฝ่ายค้าน’ เลือดแท้ ผลัก ‘เขียว’ เสริมทัพ‘น้ำเงิน’

ทว่าในอีกมุมคือการผลักมิตรไปให้ “ศัตรู” เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ “รัฐบาล” เพิ่มความแข็งแกร่งให้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ได้ใช้เป็นเงื่อนไข มีแต้มต่อรอง อยู่ยาว อยู่ครบเทอม

ต่อให้ “ฝ่ายค้าน” กอดรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจตรวจสอบในสภาฯ เต็มที่เอาไว้ ทว่าปลายทางของเกมการเมืองยกนี้ อาจไม่เป็นผลดีเหมือนกับที่ “พรรคประชาชน” ที่อ่านเกมการเมืองเอาไว้ และเคยทำพลาดครั้งใหญ่มาแล้ว