วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

'สว.น้ำเงิน' ค้านริบอำนาจ 'กกต.' สอบสวน - ฟื้นอำนาจ ประชาชน ถอดถอน

"วุฒิสภา" ถกรายงานการเมือง อัพเกรด "เลือกตั้งเสรี-เป็นธรรม" ชงแก้กม.3ฉบับ ด้าน "สว.น้ำเงิน" ค้านริบอำนาจสอบของ "กกต." ฟื้นถอดถอน โดยประชาชน

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานการพิจารณาเรื่องรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นประธานกมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการนำเสนอรายงานช่วงหนึ่ง  น.ส.อชิรญา บุญตา คณะทำงาน ของกมธ. กล่าวด้วยว่ารายงานมีการจัดทำร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปการเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 3 ฉบับ คือ1.ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  โดยแก้ไขให้ใช้หมายเลขเลือกตั้งเดียวกันทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของคะแนนบัญชีรายชื่อ ขยายสิทธิเลือกตั้งของประชาชนในเขตที่พำนักโดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้าน ปรับการสรรหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้รัฐสภาเป็นผู้ลงมติเลือก ให้สิทธิ์ประชาชน 5หมื่นคน ให้รัฐสภาถอดถอน กกต.

น.ส.อชิรญา กล่าวต่อว่า 2.แก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. อาทิ ลดอายุของผู้สมัครเข้ารับการเลือกเป็น กกต. เหลือ 35 ปี เพื่อขยายสิทธิคนรุ่นใหม่ ปรับปรุงการสรรหากกต. ที่ยึดโยงประชาชน มีดุลยภาพ กำหนดให้ กกต.ปรับปรุงการจัดทำคำวินิจฉัยโดยต้องสรุปและเผยแพร่ต่อสาธารณะภายใน 7 วัน

และ 3.แก้ไข พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อาทิ  กำหนดให้ราษฎรแต่ละเขตเลือกตั้งต้องมีความใกล้เคียงกันโดยมีผลต่างไม่เกิน 5% บังคับไม่ให้แยกพื้นที่ตำบลออกจากกัน กกต.ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร สส.ให้แล้วเสร็จและรายงานกลับภายใน 3 วัน ให้จับหมายเลขเลือกตั้งบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองก่อนเขต การปรับเกณฑ์คำนวณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายของ สว. พบว่าส่วนใหญ่สนับสนุนรายงานฉบับดังกล่าว และยังสนับสนุนการปรับกฎหมายเพื่อให้การของ กกต. เป็นมาตรฐาน ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล หรือการกดดันทางการเมือง

โดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ตนสนับสนุนนให้ แยกอำนาจของ กกต. ในส่วนของการจัดการเลือกตั้ง และการตรวจสอบออกจากกัน โดยให้ กกต.ทำหน้าที่บริหารจัดการการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนการตรจสอบควรเป็นหน้าที่ของศาล

นอกจากนั้นแล้วควรแก้ไขเรื่องที่มาของ กกต. ให้ยึดโยงกับประรชาชน ผ่านการให้สิทธิ สส. เลือกองค์กรอิสระ นอกจากนั้นตนสนับสนุนให้มีบทลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งที่บิดเบี้ยว ไม่สุจริต ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้ และสส.มีมติถอดถอนได้

'สว.น้ำเงิน' ค้านริบอำนาจ 'กกต.' สอบสวน - ฟื้นอำนาจ ประชาชน ถอดถอน

น.ส.นันทนา อภิปรายด้วยว่า สำหรับการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ที่มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ตนมองว่าสร้างความโกลาหล และเป็นของแถมที่ประชาชนไม่พึงประสงค์ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ คือ  กำหนดให้มีหมายเลขพรรคตรงกับผู้สมัคร สส.แบบบเขตเลือกตั้ง สำหรับการจัดกการเลือกตั้ง รวมถึงทำประชามติต้องเปิดกว้าง เป็นกระบวนการง่าย ไม่ซับซ้อน

ด้าน นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายสนับสนุน พร้อมเสนอความเห็นด้วยว่า กกต. ปัจจุบันมีปัญหา เพราะเป็นทั้งผู้จัดการเลือกตั้ง และมีอำนาจสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย รวมทั้งสั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ เหมือนให้องค์กรเดียว เป็นทั้งผู้ปฏิบัติการ ตำรวจ และอัยการ ต่อให้คนทำงานสุจริตเพียงใด โครงสร้างลักษณะดังกล่าวก็ย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่องความขัดกันของบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบ

"มองว่าจากการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. 77 ราย ถึงเวลาที่ต้องปรับโครงสร้าง กกต. แยกอำนาจจัดกากรเลือกตั้งและตรวจสอบ รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอน กกต. ได้"

สว.น้ำเงิน จี้ขีดกฎ ห้าม ดีเอสไอ จุ้นสอบสวน กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายพบว่า สว.กลุ่มสีน้ำเงินลุกอภิปรายเสนอแนะ โดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. อภิปรายให้ปรับปรุงเนื้อหาโดยเฉพาะการให้อำนาจสอบสวน ไต่สวนของ กกต. โดยไม่ควรให้หน่วยงานที่มีรัฐมนตรีซึ่งเป็นนักการเมือง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาแทรกแซงทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

“เมื่อ กกต.มีคำวินิจฉัยแล้ว ควรเคารพกฎหมาย อย่าใช้วิธีเดิมๆ เบื่อมากกับการชวนคนลงถนน แล้วปฏิวัติรัฐประหาร มาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ มาตั้งแต่ปี 2550 พอปี2570 ก็จะเอาอีกใช่หรือไม่ เหตุที่ประเทศไทยเขียนรัฐธรรมนูญหลายฉบับ เพราะรอไม่เป็น รอให้คนอื่นบริหารให้เสร็จสิ้น แล้วใช้กระบวนการทางรัฐสภา” นายพิสิษฐ์ อภิปราย

"กอบ" ค้านปรับโครงสร้าง สรรหา กกต. 

ทางด้าน พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. อภิปรายในส่วนของการเสนอให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอน กกต. ต้องดูบริบทความเป็นไปได้ อย่าสร้างความแตกแยก ทั้งนี้ปัจจุบันเราใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นหลักในการปกครองประเทศ สว.ต้องอ่านให้เข้าใจ มีการกล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นต้องรู้ว่าจะใช้รัฐธรรมนูญอย่างไร ที่อ้างประชาชนไม่รู้เป็นพรรคประชาชนหรือไม่  ทั้งนี้ตนมองว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมายจะเลี่ยงบาลีไม่ได้ อย่าทำกฎหมายให้เป็นกฎหมู่ โดยคนที่มีความู้สูง ต้องมีความคิด จิตใจสูง  ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้รายงานที่เสนอตนมองว่าต้องแก้ไข หากคิดแก้กฎหมาย กกต. กฎหมายเลือกตั้ง ต้องไปเริ่มที่สภาผู้แทนราษฎร  นอกจากนั้นควรคำนึงถึงสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ อย่าละเมิดสิทธิบุคคลอื่น

'สว.น้ำเงิน' ค้านริบอำนาจ 'กกต.' สอบสวน - ฟื้นอำนาจ ประชาชน ถอดถอน

"ต้องให้เกียรติ กฎหมายที่ท่านใช้เข้ามาสู่สภาแห่งนี้ และขอให้รู้ด้วยว่าคณะบุคคลที่กล่าวถึงนั้น มาตามกฎหมาย รวมถึงกรรมการองค์กรอิสระ คณะสรรหากรรมการองค์กรอิสระ ที่ประธานสรรหา เป็นถึงประธานศาลฎีกา ที่ไม่มีใครไม่ยอมรับ ส่วนพวกท่านที่เป็นองค์คณะทำรายงาน เทียบความรู้ประสบการณ์ได้หรือไม่”พ.ต.อ.กอบ อภิปราย

อย่าชี้นำสังคม ทำ กกต.เสียงข้างมาก เป็นฝ่ายไม่ถูกต้อง

พ.ต.อ.กอบ  อภิปรายต่อว่า กรณีที่วิจารณ์เรื่องการตรวจสอบการได้มาของ สว.  ของ กกต. โดย กกต. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา มีอำนาจ ตามกฎหมาย ทั้งนี้การตรวจสอบการเลือก สว. ได้ถูกตรวจสอบและไม่ได้ขัดขวาง ขณะที่ สว.ให้ความร่วมมือทุกเรื่อง ไม่แทรกแซงทั้งทางตรง หรือทางอ้อม ผลเป็นอย่างไร สวง.ไม่โวยวายและยอมรับการถูกตรวจสอบ แต่ผู้ที่ออกมาวิจารณ์อย่างหนักหน่วง เพราะผลที่ออกมาไม่ถูกใจ โดยเสียงข้างมากในสำนวนตามกฎหมาย กลายเป็นความไม่ถูกต้อง ส่วนเสียงข้างน้อย พบว่าสังคมชี้นำให้เกิดความไม่เป็นกลางในประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่สว. อภิปรายแล้วเสร็จไม่มีผู้ใดติดใจทำให้ไม่มีการลงมติ จึงถือว่ารายงานดังกล่าว สว. ได้พิจารณารับทราบ