วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

เบื้องลึกซีรีส์ ‘สว.พลีชีพ’ ‘บิ๊กบอส’ สะท้าน ‘บ้านใหญ่’ สะเทือน

คดีฮั้ว สว.ไม่จบ ไขปริศนาเกมพลีชีพ “สว.” 26 ชีวิตพ่วง “บ้านใหญ่” เสียสละบางส่วนเพื่อ “ระบอบสีน้ำเงิน” ได้ไปต่อ การเมืองมีราคาที่ต้องจ่าย “บิ๊กบอส” ปฏิเสธยาก เมื่อหลักฐานชัดสำนวนแน่น “กกต.” ไต่เส้นลวด สอยก็เจ็บ เชือดก็ไม่จบ

KEY POINTS

  • คดีฮั้ว สว.ไม่จบ ไขปริศนาเกมพลีชีพ “สว.” 26 ชีวิตพ่วง “บ้านใหญ่” เสียสละบางส่วนเพื่อ “ระบอบสีน้ำเงิน” ได้ไปต่อ

  • การเมืองมีราคาที่ต้องจ่าย “บิ๊กบอส” ปฏิเสธยาก เมื่อหลักฐานชัดสำนวนแน่น “กกต.” ไต่เส้นลวด สอยก็เจ็บ เชือดก็ไม่จบ

มหากาพย์คดีฮั้ว สว.ใช้เวลาไต่สวนข้ามปี จากผู้ถูกร้อง 427 ราย กลับถูก กกต.มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกา รวมทั้งสิ้น 77 ราย โดยไร้ชื่อกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย สส.-รัฐมนตรี 21 ราย และ “บิ๊กบอส” 1 ราย ที่ถูกพรรคประชาชนและกลุ่มไอลอว์เปิดโปงมาก่อนหน้านี้

แหล่งข่าววงใน กกต.เปิดเผยว่า มติ กกต.เสียงข้างมากที่ “เชือด” สว.จำนวน 26 คน และบุคคลอื่น (นักการเมือง/คนหลังม่าน) 15 คนนั้น เป็นกลุ่มที่มีหลักฐานแน่น

“เชื่อเถอะ กกต.(เสียงข้างมาก)ไม่ยอมติดคุกแทนใครหรอก การเมืองมันมีราคาที่ต้องจ่าย” แหล่งข่าวกล่าว

เมื่อเปิดรายชื่อสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ชุดปัจจุบัน 26 คน ยกเว้น วิเชียร ชัยสถาพร สว.จาก จ.ลำพูน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2569 ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า มีแต่ปลาซิวปลาสร้อยบ้าง สีน้ำเงินอ่อนบ้าง

ว่ากันตามตรง หากส่องเบื้องหลัง สว.ประมาณ 20 คนที่โดน กกต.สอย อาจเป็น สว.โนเนม แต่คนกลุ่มนี้ก็มี “บ้านใหญ่” เป็นพี่เลี้ยงทั้งสิ้น

ส่วน สว.เบอร์ใหญ่ที่ผู้คนรู้จักก็มีหลายคน อาทิ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา อดีตประธาน กมธ.ทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ที่มีความคุ้นเคยกับบ้านใหญ่สวรรคโลก

พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธาน กมธ.กฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา มาจาก จ.สุรินทร์ แต่คุ้นเคยกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์

ชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธาน กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา คนสายเลือดบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งแวดวงป่าไม้รู้ดีว่า เขาอยู่ในสายบ้านใหญ่สะแกกรัง

สว.หญิงคนหนึ่งที่ถูกส่งฟ้องศาลฎีกา เธอมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งหลายคนอาจมองว่า เป็นตัวละครปลายแถว

จริงๆแล้ว “มาเรีย เผ่าประทาน” หรือ “กำนันมาเรีย” เป็นตัวละครสำคัญ มีความใกล้ชิดในสายเครือญาติกับ “ชาดา ไทยเศรษฐ์”

สำหรับ “สวาป เผ่าประทาน” อดีตกำนันตำบลทับสะแก และอดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ส่งไม้ต่อให้ลูกสาวคนโต “มาเรีย” เป็นกำนัน ต.ทับสะแก และลูกชาย “พงษ์พันธ์” เป็นนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก

ปี 2562 ชาดา ไทยเศรษฐ์ ชักชวนให้ “สวาป” เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย และสวาปได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ(ช่วงปี 2564-2566)

ปี 2566 สวาปส่ง “กำนันมาเรีย” ลงสมัคร สส.ประจวบฯ เขต 3 แต่พ่ายแชมป์เก่า ค่าย ปชป. และปีถัดมา กำนันมาเรียได้รับเลือกเป็น สว.

ปี 2569 “เดียร์” พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก และเป็นสามี “ปารีณา ซักเซ็ค” ลูกสาวของ “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” ได้ลาออกจากตำแหน่งลงสมัคร สส.ประจวบฯ เขต 3 ค่ายสีน้ำเงิน และเอาชนะแชมป์ 6 สมัยไปได้สบายๆ

นี่เป็นครั้งแรกของเมืองสามอ่าว หลังยุคเจ้าพ่อทับสะแก “อุดมศักดิ์ ทั่งทอง” ที่มีทายาทตระกูล “เผ่าประทาน” ได้นั่งอยู่ในสภาสูงและสภาล่าง

เมื่อ“กำนันมาเรีย”ถูกสอยในคดีฮั้ว สว. ย่อมหนาวยะเยือกจาก “บ้านใหญ่” ทับสะแก ยัน “บ้านดอนหมื่นแสน” ลุ่มน้ำสะแกกรัง ไม่ต่างอะไรกับตระกูล“โพธิ์สุ”แห่งนครพนม ที่มีทั้งข่าวร้ายและข่าวดีในเวลาเดียวกัน

เมื่อ “พูนสุข โพธิ์สุ” ภรรยา “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ เข้ารายงานตัวเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

อันเนื่องจาก พิบูลย์ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 22 พรรคภูมิใจไทย ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สส.เมื่อ 17 เม.ย.2569

“ครูแก้ว” จึงมีลูกสาว “ศุภพานี โพธิ์สุ” เป็น สส.นครพนม เขต 1 และภรรยา “พูนสุข” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แต่จะเยียวยาจิตใจตัวเองได้แค่ไหน เมื่อตัวเขาเจอวิบากกรรมซ้ำซ้อน

ต้นปี 2569 “ครูแก้ว” โดนตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต กรณีครอบครองและฮุบที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงพะทาย และล่าสุด เขาโดนสอยคดีฮั้ว สว.

มิหนำซ้ำ 3 สว.จาก จ.นครพนมคือ สมหมาย ศรีจันทร์ สากล ภูลศิริกุล และสิทธิกร ธงยศ พลอยติดร่างแหคดีฮั้ว สว.ตามครูแก้วไปด้วย

ประเด็นข้อวิจารณ์ที่ว่า “สว.ไม่มีเส้น” จึงถูกเชือดนั้น อาจไม่ตรงกับความจริงเสียทั้งหมด เมื่อกางข้อมูลส่วนตัวของ 26 สว.ก็จะพบว่า พวกเขามาจากหลายจังหวัด

สว.อีสานที่ใกล้ชิดกับ “บิ๊กบอส” และ “บ้านใหญ่” ไม่ต่ำกว่า 6 คน ที่ต้องไปขึ้นศาลฎีกาในคดีฮั้ว สว.

ส่วน สว.จากภาคใต้ 8 คนคือ อัจฉรพรรณ หอมรส นิรุตติ สุทธินนท์ สมศักดิ์ จันทร์แก้ว เดชสิทธิ์ ชูแก้ว ณัฐกิตติ์ หนูรอด ยะโก๊ป หีมละ โสภณ มะโนมะยา และนิพนธ์ เอกวานิช อาจไม่ใช่ “คนเด่นคนดัง” แต่เมื่อส่องในกลุ่ม “บุคคลอื่นจำนวน 15 คนที่ถูกส่งฟ้อง ก็มีอยู่ 2 คนที่เป็น “เบอร์ใหญ่” ปักษ์ใต้ใกล้ชิดแม่ทัพสีน้ำเงิน

คนแรก “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดา “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และสส.สตูล พรรคภูมิใจไทย

คนชายฝั่งอันดามันแถบ อ.ละงู รู้ดีว่า ไม่มี “โกเกียรติ” ก็ไม่มี “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ ในวันนี้

ทั้ง “โกเกียรติ-โกเกี๊ยะ” ร่วมกันปูทางสร้างฐานตั้งแต่สมัย “เนวิน ชิดชอบ” ยังสังกัดค่ายชินวัตร จนกระทั่งแยกตัวมาสร้างค่ายสีน้ำเงิน

คนที่สอง “นายกน้ำ” วาริน ชิณวงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งไม่ใช่สายเลือดการเมือง เธอมาจากนักธุรกิจรุ่นใหม่ เจ้าของสวนส้มโอทับทิมสยาม ชิณวงศ์ฟาร์ม อ.ปากพนัง

ปี 2566 “น้ำ” วาริน สนใจจะเล่นการเมือง แต่มีปัญหาเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง เธอก็ไม่ได้ลงสนาม สส.เขต แต่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้พรรคสีน้ำเงิน

หลังเลือกตั้ง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ ดึงตัว “น้ำ” ไปช่วยงานที่กระทรวงแรงงาน (รัฐบาลเศรษฐา) และผลักดันให้เธอลงสมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช

ปลายปี 2567 วาริน ชิณวงศ์ กลุ่มนครเข้มแข็ง หักปากกาเซียนล้มแชมป์เก่า “เจ๊ต้อย” กนกพร เดชเดโช กลุ่มพลังเมืองนคร

นับจากวันนี้ไป ชีวิต “นายกน้ำ” ก็จะไม่เหมือนเดิม เพราะต้องไปต่อสู้คดีฮั้ว สว. เช่นเดียวกับ “โกเกียรติ” ผู้มากบารมีแห่งอันดามัน

ชั่วโมงนี้ ค่าย “สีน้ำเงิน” ยังอยู่รอดปลอดภัย การเสียสละ “บางส่วน” เพื่อรักษา “ส่วนใหญ่” อาจสะท้านหัวใจใครบางคน และ “บิ๊กบอส” มิควรประเมินต่ำว่า ไม่มีคนแตกแถว