“พิรงรอง” ปัดเร่ง “หมอสรณ” พ้นเก้าอี้ แต่ต้องเสียสละ เพื่อให้งาน กสทช. เดินหน้า มองภาวะสุญญากาศต้องพึ่งศาลตัดสิน
ที่รัฐสภา นางพิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประชุมบอร์ด กสทช. ว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน มีการประชุม ซึ่งพบว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เข้าประชุมเพียงคนเดียว ขณะที่กรรมการอีก 6 คนไม่ร่วมประชุม ดังนั้นต้องวิเคราะห์ว่าเหตุใดกรรมการทั้ง 6 คนจึงไม่เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ การทำงานของ กสทช. ที่หลายฝ่ายกังวลต่อเรื่องทีวีดิจิทัลนั้น ตนตอบแทนกรรมการคนอื่นไม่ได้ แต่ขณะนี้งานด้านอื่นยังเดินหน้าได้ เช่น มีประชุมอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ รวมถึงเรื่องโรดแมปที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสื่อ พูดคุยกัน คือ National Streaming Platform เพื่อให้สื่อพื้นฐานทุกช่องไปอยู่บนแพลตฟอร์มดังกล่าว มีแนวคิดเรื่องการออกประกาศที่เรียกว่า Must Carry เพื่อให้โทรทัศน์ประเภท Connected TV หรือ Smart TV บรรจุช่องโทรทัศน์ดังกล่าวไว้ใน Interface หรือหน้าแรก เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงช่องโทรทัศน์ไทยได้ง่ายขึ้น
นางพิรงรอง กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน Smart TV แต่ละยี่ห้อมีระบบปฏิบัติการของตัวเอง และใช้ Algorithm ในการนำเสนอเนื้อหา เช่น Samsung ใช้ระบบ Tizen ส่วนโทรทัศน์บางระบบใช้ Google หรือ Android ซึ่ง Algorithm เหล่านี้จะนำผู้ชมไปพบกับช่อง FAST หรือช่องที่ถูกฝังมากับระบบของโทรทัศน์ก่อน ขณะนี้มีช่อง FAST อยู่เป็นจำนวนมาก และอาจทำให้ช่องโทรทัศน์ไทยไม่ได้รับการมองเห็นเท่าที่ควร ดังนั้น กสทช. จึงเตรียมแนวทางในประเด็นนี้ไว้แล้ว โดยจะต้องมีการออกประกาศเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณา อีกประเด็นคือ HBBTV หรือ Hybrid Broadcast Broadband TV ซึ่งทาง อสมท. กำลังดำเนินการทดลองอยู่ โดย HBBTV เป็นลักษณะของโทรทัศน์แบบไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างระบบเดิม คือระบบโทรทัศน์ดิจิทัล กับระบบออนไลน์ เพื่อช่วยเชื่อมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเนื้อหาโทรทัศน์ได้มากขึ้น
“งานไม่ได้หยุด ทุกคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบยังทำงานกันอยู่ เพียงแต่ยอมรับว่า ขณะนี้มีคอขวดจริงในแง่ของการพิจารณาร่วมกัน เนื่องจาก กสทช. เป็นองค์กรที่ทำงานในลักษณะองค์คณะ และจำเป็นต้องมีการพิจารณาร่วมกัน ทั้งนี้ หากมีนิมิตหมายหรือความชัดเจนจากฝ่ายยุติธรรม หรือมีพัฒนาการใหม่ ๆ ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเปิดช่องให้สามารถกลับมาประชุมได้ เชื่อว่าจะประชุมร่วมกันได้ทันที และเร่งเคลียร์งานทั้งหมด" นางพิรงรอง กล่าว
เมื่อถามถึงแนวคิดที่ก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอให้ส่งหนังสือเชิญกรรมการทั้ง 6 คนเข้าร่วมประชุมอีกครั้ง นางพิรงรอง กล่าวว่า มีการดำเนินการแล้ว แต่ต้องเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน ทั้งนี้ กรรมการ 3 คนที่ออกมาแสดงจุดยืนไม่ร่วมประชุม แต่พร้อมที่จะประชุม หากนพ.สรณ ไม่เข้าร่วม และแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งระบุให้กรรมการที่เหลือ 6 คนสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
"ดังนั้น ในช่วง 2-3 ครั้งที่ผ่านมา นพ.สรณ จึงเข้าร่วมประชุมเพียงคนเดียวมาโดยตลอด แต่สำนักงาน กสทช. ก็ยังคงส่งหนังสือนัดประชุมที่ระบุว่า นพ.สรณ เป็นประธานการประชุม และเป็นผู้เรียกประชุม ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นอุปสรรค หากจะประชุมได้ นพ.สรณ ต้องเสียสละ เพราะคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหามีผลอยู่ ตราบใดที่ยังไม่มีการคุ้มครองจากศาล” นางพิรงรอง กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.สรณ ระบุว่ามีความเร่งรีบที่จะให้พ้นจากตำแหน่ง นางพิรงรอง กล่าวว่า ไม่ได้เร่งรีบ และไม่เกี่ยวกับตน สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการสรรหา
เมื่อถามถึงแผนรองรับสำหรับประชาชน หากสถานการณ์ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากมีหลายฝ่ายมองว่าอาจเกิดภาวะสุญญากาศ รวมถึงข้อเรียกร้องจากสภาผู้บริโภค นางพิรงรอง กล่าวว่า อาจต้องขอความช่วยเหลือจากศาล หรือดำเนินการผ่านช่องทางอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะในสถานการณ์เช่นนี้มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งอำนาจทางตุลาการ เพื่อให้สามารถเดินหน้าการทำงานต่อไปได้





