“เหล่าทัพ“อัพเดท เสริมสร้างกำลังรบ”ไฮเทค“ เชื่อมโยงข้อมูลสั่งการรบ “ฟริเกต- กริพเพน ” พร้อมรับมือศึกไทย- กัมพูชารอบ 3 “ทอ. ” เชื่อมั่น link- T ลิขสิทธิ์ทางปัญญา
17 ก.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ น.อ.นารา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษก กองทัพเรือ แถลงว่า กองทัพเรือได้รายงานการพัฒนาระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี Tactical Data Link (TDL)ให้ผู้บังคับบัญชาเห็นภาพสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการตัดสินใจในระดับยุทธการและยุทธวิธี สำหรับหน่วยปฏิบัติ ทั้งกำลังทางเรือและกำลังทางบกจะเห็นภาพทันที ทั้งนี้กองทัพเรือจะพัฒนาระบบ ควบคุมบังคับบัญชา C4I-SR ให้เพื่อตอบสนองภัยคุกคามทางไซเบอร์ รองรับปริมาณข้อมูลที่มีจำนวนมาก รวมทั้งรองรับข้อมูลสถานการณ์ทางทะเลทั้งภายในและภายนอก รวมถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถของ TDL ให้เชื่อมโยงกับเรือฟริเกตที่กำลังจัดซื้อเพิ่ม รวมทั้งขีดความสามารถในการปฏิบัติการระหว่างเรือกับเรือ และเรือกับอากาศยานให้มากขึ้น
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจ นับตั้งแต่กองทัพอากาศได้จัดหาเครื่องบิน Gripen C/Dเข้ามาประจำการเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหัวใจในการปฏิบัติการในสถานการณ์ไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา นอกจากนี้ ได้ดำเนินการตามนโยบายของ ผบ. ทหารสูงสุด ในการยกระดับเป็น หน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม หรือJCC เพื่อทำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นเห็นภาพสถานการณ์ร่วมกันในทุกมิติทั้งทาง บก เรือ อากาศ
สำหรับ TDL มีความสำคัญในการทำงานเป้นอย่างยิ่ง ในการเชื่อมโยงทุกทรัพยากรในการทำงานร่วมกันในทำให้เข้าใจภาพการรบ ทำให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกัน เป็นปัจจัยในการทวีกำลังรบ ส่วนการจัดหาGRipen E/F ในระยะที่ 1 ซึ่งจะมีการทยอยส่งมอบในปี 2572 ทางทอ.จะได้รับทรัพย์สินทางปัญญาของ link -T ซึ่งถเป็นการยกระดับดาต้าลิงค์ ของประเทศไทย ที่ติดตั้งกับทรัพยากรของกองทัพไทยได้ ทั้งเครื่องบินกองทัพอากาศหรือแม้กระทั่งระบบที่จัดหาเพิ่มเติมในส่วนของ ทบ. ทร. ถือเป็นความก้าวกระโดดที่สำคัญยิ่ง และเป็นประโยชน์ในภาพรวมกับหน่วยงานความมั่นคง โดยต้องมาหารือกันว่าใครต้องการอะไรอย่างไร โดยต้องทำเป็น Concept design ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงของการเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การพึ่งพาตัวเองในอนาคต คาดว่าน่าจะทำได้ในช่วงไม่เกิน 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า การเชื่อมโยงระบบข้อมูลการรบนั้นเส้นแบ่งระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตกไม่สามารถเชื่อมกันได้ ซึ่ง การจัดหาอาวุธของไทยก็ต้องคำนึงถึง เรื่องนี้ เพราะว่าฝ่ายตะวันตกก็กลัวข้อมูลของตัวเองรั่วไหล เพราะมีขนาดความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าเรา ซึ่งเราก็ต้องเรียนรู้ จึงต้องพัฒนาและสร้างเองให้ได้
โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า สำหรับแผนการจัดหาและส่ง มอบยุทธปกรณ์ยังเป็นไปตามกำหนด แม้กระทั่ง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ BARAK MX ก็ไม่ได้มีปัญหา แม้อิสราเอล จะมีการรบ แต่ก็จะเริ่มทยอยส่งมอบตามแผน ทอ.ก็มีทีมในการติดตามความคืบหน้าอยู่โดยในงบฯปี 70 ก็มีการจัดซื้อระยะที่2 เพราะต้องยอมรับว่าภัยคุกคามที่เกี่ยวกับ โดรน ขีปนาวุธ PHL 03 มีจำนวนไม่น้อย จึงต้องจัดเพิ่มเติม
นอกจากนั้น จะมีการยกระดับขีดความสามารถของเครื่องบินตรวจการ SAAB 340 AEW ให้สามารถแจ้งเตือนและสั่งการไปยังเครื่องบินที่ปฏิบัติงานในอากาศได้เลย โดยไม่ต้องผ่านสถานีภาคพื้น ทั้งนี้กองทัพอากาศยังยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การวิจัยพัฒนากามิกาเซ่โดรน เพื่อพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต ซึ่งสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน พบว่า สงคราม
อสมาตร ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการทวีกำลังรบ ดังนั้น การสร้างกามิกาเซ่โดรนได้เอง จะส่งผลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย
“แม้ตอนนี้ JCC จะอยู่ในช่วงเริ่มดำเนินการ แต่กองทัพไทยมีความพร้อม หากมีรบรอบ3 ซึ่งที่ผ่านมามีการประสานงานและเห็นภาพว่าจะทำอย่างไร ขอให้มั่นในว่าเรามีบทเรียนและทำงานกันมาแล้ว ”





