วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'รอง มทภ.2'ประเมิน 7 ข้อรบรอบสาม ชี้ กัมพูชา ยังแหยงของเก่า ขอเสพข่าวมีสติ

"รอง มทภ.2" ประเมินสถานการณ์รบรอบ3 กัมพูชา ตียึดคืนพื้นที่ยังยาก หวั่นเจอหนักกว่าเดิม หลังที่ผ่านมา เสียกำลัง งบฯมหาศาล เชื่อ โฟกัสเกมต่างประเทศ มองเคลื่อนไหวชายแดนเรื่องปกติ หวังแสดงให้เห็นไม่ยอมแพ้ วอน คนไทย มีสติฟังข่าวสาร

17 พ.ย.69 พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รอง มทภ.2 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

โดยระบุข้อความว่า “เพราะมีนักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ นักการทหาร สื่อมวลชน สื่อโซเชียล แสดงความเห็น ปั่นข่าวกันจนชาวบ้านตื่นตระหนก ก็ขอสรุปตามนี้ว่า 

1.) รบ 2 ครั้งที่ผ่านมาเขมรสูญเสียมาก เสียทั้งคน งบประมาณ พื้นที่ และที่สำคัญคือเสียความไว้วางใจจากประชาชนของเขา

2.) การที่ผู้นำเขมรจะฟื้นฟูความนิยมกลับคืนมา เขาต้องแสดงให้คนของเขาเห็นว่า เขาไม่ได้แพ้ เขาพร้อมจะยึดคืนพื้นที่กลับมา และพยายามดูแลคนที่ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุด

3.) การจะได้พื้นที่คืนทำได้ 2 อย่าง (1.)คือ ใช้กำลังตีเอาคืน ซึ่งเขาคงประเมินแล้วว่า ด้วยศักยภาพทางทหารน่าจะเป็นหนทางที่ทำไม่ได้ เพราะถ้าเปิดอีกทีเราคงใส่หนักใส่ลึกไปถึงหัวใจของเขา จะช้ำหนักกว่าเดิม (2.) มาตรการการทูตระหว่างประเทศ ประท้วง ร้องศาล รับบทเหยื่อ เพื่อให้นานาชาติร่วมกดดันเราด้วยกฏหมาย มาตรการระหว่างประเทศ ซึ่งเขากำลังทำอยู่

4.) แล้วที่เขาเคลื่อนไหวทางการทหารอยู่ตามแนวชายแดน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาต้องแสดงให้ประชาชนเขาเห็นว่า เขาไม่ได้ยอมแพ้ เขายังมีศักยภาพ พยายามแหย่เข้ามาในจุดเดิมที่เขาเคยอยู่แต่เมื่อเราควบคุมได้แล้วเขาเข้าไม่ได้ก็แค่แหย่ ๆ ให้รำคาญใจ ขุดคูเลทปรับปรุงที่ตั้งเพราะกลัวเราจะเข้าตี การปฏิบัติการทางทหารต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาทั้งเราทั้งเขาที่จะต้องปรับปรุง ดัดแปลงที่ตั้งเพื่อให้อยู่รอดในสนามรบ เราทำมากกว่าเขาด้วยซ้ำเพียงแต่เราไม่เปิดเผยและไม่จำเป็นต้องเปิดเผย

5. สิ่งต่าง ๆ ที่เขมรทำเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลไหม ผมไม่ได้ประมาท แต่ผมว่า “ไม่ได้น่ากังวลอะไร” เปิดมารับรองร้องให้หนักกว่าเดิม ผมว่าเขาก็รู้เขาไม่กล้าหรอกครับ

6. สิ่งที่คนไทย สังคมไทยควรทำเรื่องไทย-กัมพูชา ในปัจจุบัน 1.ทำใจร่ม ๆ รับฟังข่าวสารอย่างมีสติ 2.ขอให้ท่านมั่นใจในทหารไทย บางอย่างเราไม่พูดไม่ใช่ว่า ไม่ได้ทำ เราเป็นทหารมืออาชีพ มีอารยะ มีแผน มีหลักการปฏิบัติที่ชัดเจน เมื่อรบต้องชนะ 3.ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายขอให้พูดในกรอบที่เหมาะสม ไม่รู้ไม่ควรพูด ไม่เห็นไม่ควรพูด อย่าพูดเพราะฟังเขามา อย่าแสดงความเห็นส่วนตัวจากข้อมูล ประสบการณ์เก่าที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้วในปัจจุบัน 4.อย่าสร้างกระแสบิดเบือนทำให้ประชาชนคนชายแดนตระหนก อย่าสร้างข่าวชี้นำ ให้ข้อมูลเท็จ แต่งภาพ สร้างภาพ AI ให้ประชาชนเข้าใจผิด 5.พี่น้องชายแดนขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนกตามข่าวสาร รับฟังข้อเท็จจริงจากราชการ ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

ขอให้มั่นใจว่า ท่านจะได้รับการคุ้มครองจากทหารอย่างแน่นอนส่วนประชาชนคนไทยที่ไม่ได้อยู่ชายแดนก็ขอให้เสพสื่อ รักชาติอย่างมีสติ 6.ให้กำลังใจสนับสนุนทีมงานที่ต้องต่อสู้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะยาว

7. สิ่งที่เราต้องช่วยกันตอนนี้คือ ช่วยทหารสถาปนาความมั่นคงตามแนวชายแดน ที่ผ่านมาเราติดขัดเรื่องกฏหมายป่าไม้ทำอะไรไม่ได้มาก แต่หลังเหตุการณ์สองรอบที่ผ่านมาทำให้ได้รับการผ่อนคลายมากขึ้น “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ต้องช่วยกันทำให้ได้เพื่อน้องๆทหารตามแนวชายแดนสามารถปฏิบัติหน้าที่สถาปนาความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างยั่งยื่น

สามัคคีคือพลังครับ

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพไทย  พลตรี วินธัย  สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึง ความคืบหน้าทหารกัมพูชา ขุดคูเลตและวางแนวลวดหนามบริเวณเนิน 450 ในพื้นที่ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าล่าสุดชุดประสานงานของทั้งสองฝ่ายในพื้นที่ ได้มีการพูดคุยกัน โดยฝ่ายกัมพูชายอมที่จะปรับสภาพพื้นที่กลับคืนแล้ว ถือว่าสามารถเจรจากันได้และแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบร้อย
     ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาจเกิดความวิตกกังวล และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจลุกลาม ว่าขอให้ฟังข่าวสารจากทางราชการ เนื่องจากข่าวสารในโซเชียลมีเดียมีที่มาที่หลากหลาย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล และยืนยันว่าหน่วยงานในพื้นที่ทั้งเจ้าหน้าที่ปกครองและทหารมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และสถานการณ์ไม่ได้น่ากังวลเท่าข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย
     ส่วนสาเหตุที่ทหารกัมพูชาดำเนินการขุดคูเลต โฆษก ทบ.ระบุว่า ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากหน่วยในพื้นที่ถึงรายละเอียดต่าง ๆ แต่ด้วยพื้นที่กว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งมีหน่วยขนาดเล็ก ประจำการอยู่ตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ก็จะส่งผลให้เกิดกรณีลักษณะนี้ได้บ้าง โดยเฉพาะในห้วงที่ไม่มีการขยับแนวการวางกำลัง เช่น การปะทะด้วยคารม การจัดกิจกรรม หรือแสดงพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม แต่ประเด็นที่ฝ่ายไทยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ การปรับปรุงพื้นที่ การขุดคู และการติดตั้งสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งแม้ฝ่ายไทยจะจับตามองอย่างใกล้ชิด ก็ยอมรับว่าอาจเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นได้เช่นกัน แต่เมื่อมีการพูดคุยและเจรจาก็จะได้รับความร่วมมือทุกกรณี

อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายกัมพูชายอมกลบคูเลต และถอนสิ่งกีดขวาง นั้น เป็นการยอมรับว่าพฤติการณ์ดังกล่าวรุกล้ำอธิปไตยไทยหรือไม่ อย่างไรนั้น โฆษก ทบ.ระบุว่า ต้องติดตามรายละเอียดจากหน่วยในพื้นที่ เนื่องจากในปัจจุบัน หน่วยที่วางกำลังในพื้นที่ย่อมทราบถึงแนวการวางกำลังอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมองว่าเป็นแค่การวางเครื่องกีดขวาง เพื่อรักษาความปลอดภัยของหน่วย แต่เมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกัน ก็จำเป็นต้องมีการท้วงติง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวล เนื่องจากชุดประสานงานของทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้