การเจรจาทวิภาคี ไทย-กัมพูชา ไม่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ "โอร์เสม็ด" ฐานสแกมเมอร์ หมื่นล้าน พื้นที่อยู่ในความควบคุมของทหารไทย ท่ามกลางกลุ่มทุนเทา และทหารกัมพูชารอจังหวะทวงคืน
KEY POINTS
- ทหารไทยจับกุมทหารกัมพูชาที่แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่โอร์เสม็ด 3 ครั้ง ควบคู่กับการใช้โดรน และกล้องส่องทางไกล ตรวจสอบความเคลื่อนไหว
- ก่อนหน้านั้น พื้นที่โอร์เสม็ดมีเพียงกาสิโน รีสอร์ต และที่พัก ประมาณ 10 อาคาร หลังโควิด-19 ระบาด อาคารถูกปล่อยเช่าให้กับแก๊งสแกมเมอร์
- อาคารฝั่งขวาเป็นของ “ลิม เฮง” (Lim Heng) นักธุรกิจชาวกัมพูชา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นของ “ลียงพัค” หรือ พัด สุภาภา หรือเจ้าพ่อเกาะกง
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา “พื้นที่โอร์เสม็ด” ในจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างเพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังคงมีความเคลื่อนไหว แม้ปัจจุบันรถถังของทหารไทย และทหารกัมพูชาพากันติดหล่ม เนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ไม่เอื้อต่อปฏิบัติการทางทหาร
ทว่า หลังเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว ต้องมาประเมินสถานการณ์กันใหม่ เนื่องจากพื้นที่โอร์เสม็ด ซึ่งอยู่ในการควบคุมของทหารไทย มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ เปรียบเสมือนเมืองเล็กๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร และเป็นพื้นที่หนึ่งที่สร้างรายได้หลักให้กับกัมพูชา
หลังทหารไทยจับกุมทหารกัมพูชาที่แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่โอร์เสม็ด 3 ครั้ง ควบคู่กับการใช้โดรน และกล้องส่องทางไกล ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทหารไทยในพื้นที่อยู่เป็นระยะ หวังหาช่องโหว่ยึดพื้นที่คืน
ก่อนหน้านั้น พื้นที่โอร์เสม็ดมีเพียงกาสิโน รีสอร์ต และที่พัก ประมาณ 10 อาคาร และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเสี่ยงดวงต่อเนื่อง ภายหลังโควิด-19 ระบาด อาคารถูกปล่อยเช่าให้กับแก๊งสแกมเมอร์ และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนมีการขยายกิจการกลายเป็น 157 อาคาร กลายเป็นแหล่งหลอกลวงทั่วโลก มีทั้งการค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการซ้อมทรมาน
จากข้อมูลทหารในพื้นที่พบว่า พื้นที่โอร์เสม็ดแบ่งการดูแลออกเป็นสองส่วน อาคารฝั่งขวาเป็นของ “ลิม เฮง” (Lim Heng) นักธุรกิจชาวกัมพูชา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นของ “ลียงพัค” หรือ พัด สุภาภา หรือเจ้าพ่อเกาะกง ซึ่งถูกทางการไทยเพิกถอนสัญชาติ และอายัดทรัพย์สิน เนื่องจากพัวพันเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ
พ.ท.คญากร โชติพนัส ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 25 รับผิดชอบพื้นที่โอร์เสม็ด เปิดเผยว่า ในห้วงการปะทะปี 2568 ทหารไทยไม่เพียงแต่ต้องรบกับทหารกัมพูชาที่ใช้อาคารในพื้นที่โอร์เสม็ดเป็นฐานทหาร แต่ยังต้องรบกับกลุ่มทุนเทา และชุดรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ใช้ทั้งปืนพก โดรนกว่า 100 ตัว และสไนเปอร์ ยิงอัดทหารไทยไม่ลืมหูลืมตา หวังปกป้องอาคารที่ตั้งสแกมเมอร์
“จนกระทั่งเมื่อเห็นว่าไม่สามารถต้านทานทหารไทยได้ ก็ทยอยขนย้ายอุปกรณ์สำคัญ และอพยพคนประมาณ 10,000 คน ใช้รถลำเลียงกว่า 100 คัน หนีเข้าพื้นที่ตอนในของกัมพูชา” พ.ท.คญากร กล่าว
แม้ปัจจุบัน “รัฐบาลกัมพูชา” นำโดย ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ประกาศกวาดล้างสแกมเมอร์ และถูกยกให้เป็นยุทธการระดับชาติในการปราบปรามการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี ครอบคลุม 25 จังหวัด และกรุงพนมเปญ ตั้งแต่กรกฎาคม 2025 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2026
ตลอดระยะเวลาประมาณ 14 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้บุกค้นสถานที่ต้องสงสัย 663 แห่ง และสั่งปิดอาคารสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ 86 แห่ง ซึ่งถูกนำเข้าสู่กระบวนการอายัดภายใต้การควบคุมของรัฐ เพื่อรอการยึดทรัพย์อย่างเป็นทางการต่อไป
ล่าสุด 5 ก.ย.69 ที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมของนายกฯ ฮุน มาเนต ที่จังหวัดเกาะกง เปรียบเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนไปยังประชาคมโลกว่า กัมพูชาจะไม่ยินยอมให้พื้นที่ใดๆ ของประเทศกลายเป็นสวรรค์หรือแหล่งซุกซ่อนของพวกแก๊งคอลเซนเตอร์ และสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่างเด็ดขาด
แต่กระนั้น สายการบังคับบัญชาของกัมพูชาแตกต่างกับไทย แต่ละพื้นที่มีกลุ่มทุนเป็นเจ้าของ ทำหน้าที่กำกับ ควบคุม รวมถึงดูแลข้าราชการในพื้นที่ ผลประโยชน์ที่ได้รับส่วนหนึ่งส่งเข้าพื้นที่ส่วนกลาง
ส่วนสภาพเศรษฐกิจกัมพูชาซบเซาไม่ต่างจากช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค แต่ปัจจัยหลักคือ การปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปสู่การปิดด่าน 100% กว่าปีเศษ รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัยจากสแกมเมอร์
ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในกัมพูชาลดลงต่อเนื่อง ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงไปเกือบ 50% จากเกือบ 3 ล้านคน เหลือ 1.5 ล้านคน ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยหายไปเกือบ 100%
เมื่อรายได้จากกาสิโนเปรียบเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงประเทศกัมพูชาเหือดหายไป ชายแดนปิดรอบด้าน การกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ตามคำประกาศของรัฐบาลกัมพูชาให้เป็นศูนย์ นอกจากเป็นไปไม่ได้แล้ว ยังรอวันหวนกลับเข้าพื้นที่เดิม
โดยโอร์เสม็ดอยู่ในลิสต์ที่กัมพูชาจะทวงคืน ท่ามกลางแรงกดดันจากกลุ่มทุนเทาเจ้าของพื้นที่
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) เรียกร้องความร่วมมือจากกัมพูชาให้เปิดพื้นที่ พร้อมจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเข้าไปตรวจสอบ เพื่อไม่ให้พื้นที่ของกัมพูชาเป็นที่ตั้งของสแกมเมอร์ หรือที่เรียกว่า “Scambodia” ต่อไปในอนาคต
“สแกมเมอร์เป็นภัยคุกคาม และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ใช่แค่ประชุมแล้วตกลงกันว่าจะทำ 1-2-3 ต้องมีการจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเข้าไปตรวจสอบ และประเทศเจ้าบ้านต้องให้ความร่วมมือ” ผอ.JIC ระบุ
สำหรับ “กระทรวงต่างประเทศ” โดยคณะผู้แทนไทยถาวรประจำกรุงเจนีวา จัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นความรับผิดชอบของรัฐในการแก้ปัญหาออนไลน์สแกม กำหนดขึ้นภายในเดือนนี้
ส่วนทหารไทยจัดชุดลาดตระเวนพื้นที่โอร์เสม็ดตลอด 24 ชั่วโมง รอสองประเทศเข้าสู่การเจรจาคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา (JBC) ควบคู่งานด้านการข่าว ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชา และกลุ่มทุนสีเทาที่ก่อกวน และยั่วยุเป็นระยะ
ขณะที่บรรยากาศการเจรจาทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา ยังไม่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โอร์เสม็ด ฐานสแกมเมอร์ มีเงินหมุนเวียนหมื่นล้าน พื้นที่อยู่ในความควบคุมของทหารไทย ตามข้อตกลงหยุดยิง 27 ธ.ค.2568 ข้อสองที่ระบุว่า ใครอยู่พื้นที่ไหน ให้อยู่พื้นที่นั้น ท่ามกลางกลุ่มทุนเทา และทหารกัมพูชารอจังหวะทวงคืนพื้นที่
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





