วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

ฉากทัศน์ ‘โอร์เสม็ด’ พื้นที่รบคู่ขนาน ‘ทุนเทา-สแกมเมอร์’ จ่อหวนคืน

การเจรจาทวิภาคี ไทย-กัมพูชา ไม่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเร็วๆนี้ "โอร์เสม็ด" ฐานสแกมเมอร์ หมื่นล้าน พื้นที่อยู่ในความควบคุมของทหารไทย ท่ามกลางกลุ่มทุนเทาและทหารกัมพูชารอจังหวะทวงคืน

KEY POINTS

  • ทหารไทยจับกุมทหารกัมพูชาที่แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่โอร์เสม็ด 3 ครั้ง ควบคู่กับการใช้โดรนและกล้องส่องทางไกล ตรวจสอบความเคลื่อนไหว
  • ก่อนหน้านั้น พื้นที่โอร์เสม็ดมีเพียงกาสิโน รีสอร์ท และที่พัก ประมาณ 10 อาคาร หลังโควิด-19 ระบาด อาคารถูกปล่อยเช่าให้กับแก๊งสแกมเมอร์ 
  • อาคารฝั่งขวาเป็นของ “ลิม เฮง” (Lim Heng) นักธุรกิจชาวกัมพูชา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นของ “ลียงพัค” หรือ พัด สุภาภา หรือเจ้าพ่อเกาะกง 

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา “พื้นที่โอร์เสม็ด” ในจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างเพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังคงมีความเคลื่อนไหว แม้ปัจจุบันรถถังของทหารไทยและทหารกัมพูชาพากันติดหล่ม เนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ไม่เอื้อต่อปฏิบัติการทางทหาร

ทว่า หลังเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว ต้องมาประเมินสถานการณ์กันใหม่ เนื่องจากพื้นที่โอร์เสม็ด ซึ่งอยู่ในการควบคุมของทหารไทย มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ เปรียบเสมือนเมืองเล็ก ๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร และเป็นพื้นที่หนึ่งที่สร้างรายได้หลักให้กับกัมพูชา

หลังทหารไทยจับกุมทหารกัมพูชาที่แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่โอร์เสม็ด 3 ครั้ง ควบคู่กับการใช้โดรนและกล้องส่องทางไกล ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทหารไทยในพื้นที่อยู่เป็นระยะ หวังหาช่องโหว่ยึดพื้นที่คืน

ก่อนหน้านั้น พื้นที่โอร์เสม็ดมีเพียงกาสิโน รีสอร์ท และที่พัก ประมาณ 10 อาคาร และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเสี่ยงดวงต่อเนื่อง ภายหลังโควิด-19 ระบาด อาคารถูกปล่อยเช่าให้กับแก๊งสแกมเมอร์ และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนมีการขยายกิจการกลายเป็น 157 อาคาร กลายเป็นแหล่งหลอกลวงทั่วโลก มีทั้งการค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการซ้อมทรมาน

จากข้อมูลทหารในพื้นที่พบว่า พื้นที่โอร์เสม็ดแบ่งการดูแลออกเป็นสองส่วน อาคารฝั่งขวาเป็นของ “ลิม เฮง” (Lim Heng) นักธุรกิจชาวกัมพูชา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นของ “ลียงพัค” หรือ พัด สุภาภา หรือเจ้าพ่อเกาะกง ซึ่งถูกทางการไทยเพิกถอนสัญชาติและอายัดทรัพย์สิน เนื่องจากพัวพันเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ

..คญากร โชติพนัส ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 25 รับผิดชอบพื้นที่โอร์เสม็ด เปิดเผยว่า ในห้วงการปะทะปี 2568 ทหารไทยไม่เพียงแต่ต้องรบกับทหารกัมพูชาที่ใช้อาคารในพื้นที่โอร์เสม็ดเป็นฐานทหาร แต่ยังต้องรบกับกลุ่มทุนเทาและชุดรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ใช้ทั้งปืนพก โดรนกว่า 100 ตัว และสไนเปอร์ ยิงอัดทหารไทยไม่ลืมหูลืมตา หวังปกป้องอาคารที่ตั้งสแกมเมอร์

“จนกระทั่งเมื่อเห็นว่าไม่สามารถต้านทานทหารไทยได้ ก็ทยอยขนย้ายอุปกรณ์สำคัญและอพยพคนประมาณ 10,000 คน ใช้รถลำเลียงกว่า 100 คัน หนีเข้าพื้นที่ตอนในของกัมพูชา” พ.ท.คญากร กล่าว

แม้ปัจจุบัน “รัฐบาลกัมพูชา” นำโดย ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ประกาศกวาดล้างสแกมเมอร์ และถูกยกให้เป็นยุทธการระดับชาติในการปราบปรามการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี ครอบคลุม 25 จังหวัดและกรุงพนมเปญ ตั้งแต่กรกฎาคม 2025 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2026

ตลอดระยะเวลาประมาณ 14 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้บุกค้นสถานที่ต้องสงสัย 663 แห่ง และสั่งปิดอาคารสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ 86 แห่ง ซึ่งถูกนำเข้าสู่กระบวนการอายัดภายใต้การควบคุมของรัฐ เพื่อรอการยึดทรัพย์อย่างเป็นทางการต่อไป

ล่าสุด 5 ก.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมของนายกฯ ฮุน มาเนต ที่จังหวัดเกาะกง เปรียบเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนไปยังประชาคมโลกว่า กัมพูชาจะไม่ยินยอมให้พื้นที่ใด ๆ ของประเทศกลายเป็นสวรรค์หรือแหล่งซุกซ่อนของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่างเด็ดขาด

แต่กระนั้น สายการบังคับบัญชาของกัมพูชาแตกต่างกับไทย แต่ละพื้นที่มีกลุ่มทุนเป็นเจ้าของ ทำหน้าที่กำกับ ควบคุม รวมถึงดูแลข้าราชการในพื้นที่ ผลประโยชน์ที่ได้รับส่วนหนึ่งส่งเข้าพื้นที่ส่วนกลาง

ส่วนสภาพเศรษฐกิจกัมพูชาซบเซาไม่ต่างจากช่วงโควิด-19 ส่วนหนึ่งมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค แต่ปัจจัยหลักคือการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปสู่การปิดด่าน 100% กว่าปีเศษ รวมถึงความกังวลด้านความปลอดภัยจากสแกมเมอร์

ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในกัมพูชาลดลงต่อเนื่อง ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงไปเกือบ 50% จากเกือบ 3 ล้านคน เหลือ 1.5 ล้านคน ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยหายไปเกือบ 100%

เมื่อรายได้จากกาสิโนเปรียบเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงประเทศกัมพูชาเหือดหายไป ชายแดนปิดรอบด้าน การกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ตามคำประกาศของรัฐบาลกัมพูชาให้เป็นศูนย์ นอกจากเป็นไปไม่ได้แล้ว ยังรอวันหวนกลับเข้าพื้นที่เดิม 

โดยโอร์เสม็ดอยู่ในลิสต์ที่กัมพูชาจะทวงคืน ท่ามกลางแรงกดดันจากกลุ่มทุนเทาเจ้าของพื้นที่

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) เรียกร้องความร่วมมือจากกัมพูชาให้เปิดพื้นที่ พร้อมจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเข้าไปตรวจสอบ เพื่อไม่ให้พื้นที่ของกัมพูชาเป็นที่ตั้งของสแกมเมอร์ หรือที่เรียกว่า “Scambodia” ต่อไปในอนาคต

“สแกมเมอร์เป็นภัยคุกคาม และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ใช่แค่ประชุมแล้วตกลงกันว่าจะทำ 1-2-3 ต้องมีการจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเข้าไปตรวจสอบ และประเทศเจ้าบ้านต้องให้ความร่วมมือ” ผอ.JIC ระบุ

สำหรับ “กระทรวงต่างประเทศ” โดยคณะผู้แทนไทยถาวรประจำกรุงเจนีวา จัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นความรับผิดชอบของรัฐในการแก้ปัญหาออนไลน์สแกม กำหนดขึ้นภายในเดือนนี้

ส่วนทหารไทยจัดชุดลาดตระเวนพื้นที่โอร์เสม็ดตลอด 24 ชั่วโมง รอสองประเทศเข้าสู่การเจรจาคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา (JBC) ควบคู่งานด้านการข่าว ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาและกลุ่มทุนสีเทาที่ก่อกวนและยั่วยุเป็นระยะ

ขณะที่บรรยากาศการเจรจาทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา ยังไม่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โอร์เสม็ด ฐานสแกมเมอร์ มีเงินหมุนเวียนหมื่นล้าน พื้นที่อยู่ในความควบคุมของทหารไทย ตามข้อตกลงหยุดยิง 27 ธ.ค.2568 ข้อสองที่ระบุว่า ใครอยู่พื้นที่ไหน ให้อยู่พื้นที่นั้น ท่ามกลางกลุ่มทุนเทาและทหารกัมพูชารอจังหวะทวงคืนพื้นที่