วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

ทภ.2 แจง 'กัมพูชา'ขุดคูเลต-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ กกล. สุรนารี จับตาใกล้ชิด

ทภ. 2 แจง 'กัมพูชา'ขุดคูเลต-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ ป้องกัน ฐานทหารกัมพูชา อยู่ใกล้ แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย เผย กกล. สุรนารี จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีปรากฏคลิปการขุดคูและวางแนวลวดหนาม บริเวณพื้นที่ชายแดนช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า ตามที่ปรากฏคลิปวิดีโอเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาระบุว่าฝ่ายกัมพูชามีการขุดคูติดต่อ(คูเลต)และวางแนวลวดหนามในพื้นที่บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยและความกังวลว่าอาจมีการดำเนินการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ฝ่ายไทยนั้น

จากการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยในพื้นที่ พบว่าบริเวณที่ปรากฏในคลิปเป็นพื้นที่บริเวณเนิน 450 ช่องกระโดน ใกล้กับฐานปฏิบัติการพนมเบงของฝ่ายไทย โดยบริเวณยอดเนิน 450 มีฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชาตั้งอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย ซึ่งฐานดังกล่าวมีการใช้งานมาตั้งแต่ห้วงสถานการณ์การสู้รบภายในประเทศกัมพูชาในอดีต 

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวก่อนข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ฝ่ายไทย โดยหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่มีการวางกำลังและจัดตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ใกล้กันกับฐาน  ของฝ่ายกัมพูชาบริเวณเนิน 450 เพื่อเฝ้าตรวจและควบคุมพื้นที่รับผิดชอบป้องกันการรุกล้ำเขตแดน ภายหลังข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่ฐานปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของกำลังพลในพื้นที่ตามแนวชายแดน 

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ทำไว้ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างรอบคอบ

ในส่วนของการประเมินสถานการณ์จากที่ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการขุดคูติดต่อและจัดวางแนวลวดหนามในบริเวณดังกล่าว ประเมินว่าเป็นมาตรการเสริมความมั่นคงเชิงรับ เพื่อป้องกันตนเองในแนววางกำลังของฝ่ายกัมพูชา อย่างไรก็ตาม กองกำลังสุรนารีได้ทำการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ในกรณีที่พบความเคลื่อนไหวผิดสังเกต หรือสิ่งบอกเหตุที่อาจพัฒนาไปสู่ความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ทุกการปฏิบัติเป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน และขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการและใช้วิจารณญาณต่อข้อมูลหรือคลิปที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อมิให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบสร้างความสับสน วิตกกังวล จนส่งผลกระทบต่อการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน