"แสวง" นำทีม กกต. แจงสภาฯ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ ปมฮั้ว-โพย ย้ำเอกสารทุกสำนวนต้องส่งศาลฏีกา “สส.ภท.” บี้ถามปมเอกสารสำนวนหลุด “ชนินทร์” การันตีเก็บเอกสารอย่างดี
ที่รัฐสภา นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงภายหลังจากที่สส.อภิปรายต่อรายงานการปฏิบัติงานของกกต. ประจำปี 2567 และปี 2569 ว่าการเลือกสว.ในปี2567 กกต. เห็นถึงปัญหาในกระบวนการเลือก ว่าอาจเกินเจตนาที่กฎหมายกำหนด จึงออกระเบียบเรื่องการแนะนำตัว สาระสำคัญเพื่อป้องกันการทุจริต โดยให้พิจารณาจาก ใบ สว.3 เท่านั้น ส่วนการแนะนำตัว เอกสารที่จะนำเข้า คือสิ่งที่เข้าใจว่าเป็นโพย ได้คาดคะเนไว้ก่อนจึงออกระเบียบมาป้องกันแต่ระเบียบดังกล่าวถูกยกเลิกโดยคำสั่งศาล ทำให้กกต.ต้องดำเนินการต่อไป โดยการเลือกสว. วันที่ 26 มิถุนายน มีข้อร้องเรียนเรื่องโพย กกต. จึงมีมติให้เก็บเอกสารทุกอย่างไว้ไม่ให้นำเข้าไปยังสถานที่เลือก แต่ให้ใช้เอกสารที่สำนักงานทำขึ้นใหม่สำหรับรอบไขว้
“กกต.ไม่นิ่งนอนใจ ดูกฎหมายและบริบททางการเมืองเลือกโดยใช้สิทธิ เสรีภาพ มีคนที่กำลังมากกว่าทำอะไรมากกว่า จึงออกระเบียบไป แต่เมื่อระเบียบถูกยกเลิก จึงมีประเด็นที่ถูกร้อง เมื่อมีเรื่องร้องเป็นไปตามระเบียบส่วนผลการสืบสวน เป็นไปตามที่ กกต.วินิจฉัย เมื่อ14 กันยายน โดยคำวินิจฉัยบอกทุกเรื่อง ไมว่าข้างมากหรือข้างน้อย บอกทั้งข้อเท็จจริงและเหตุผล” นายแสวง ชี้แจง
นายแสวง ชี้แจงว่า ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งคำถามต่อการเผยแพร่เอกสาร คำวินิจฉัยและเหตุผลนั้น กกต. มีระเบียบกำหนดไว้และพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนการส่งสำนวนไปสู่ศาลฏีกา กกต. จะส่งไปทั้งหมด ทั้งในเอกสารของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ความเห็นของเลขาธิการ กกต.
ขณะที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฐานะประธานคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ชี้แจงว่า เมื่อมีเรื่องร้องเรียน ไม่ว่าจังหวัดใดต้องตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วต้องส่งให้เลขาธิการพิจาณา คดีปกติทั่วไป เมื่อเลขาธิการมีความเห็นแล้วต้องส่งไปยังอนุวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้ง เพื่อพิจารณากลั่นกรองก่อนเข้า กกต. ปกติจะมี 35 คณะ ส่วนที่ตั้งคณะที่ 36 เหตุผลเดียวกันกับที่ตั้งอนุ 26 เพื่อรองรับสำนวนที่มีจำนวนมาก และยุ่งยาก
ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงต่อว่าส่วนการกันไว้เป็นพยานเมื่อ กกต.มีมติแล้วสำนักงานต้องพิจารณาเสนอความเห็นให้ กกต. อาจยกเลิกการกันไว้เป็นพยานหรือดำเนินคดีอาญา หากเห็นว่ามีความจำเป็นอาจทำความเห็นเป็นอย่างอื่นเพื่อเสนอต่อ กกต. เพื่อให้มีมติ ขณะที่อีก 3 สำนวน นั้นถูกเสนอต่อ กกต.แล้ว โดย กกต. สั่งสอบเพิ่มเติมจะทราบผลเร็วๆนี้ ส่วนเอกสารหลุดแจ้งความดำเนินคดีแล้วและตนถูกสอบทุกทีเพราะเป็นต้นน้ำ
หลังจากนั้น นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย มี 2 อย่าง คือ ประธานคณะชุดที่ 26 ทำงานไม่ได้เรื่องที่ปล่อยให้ข้อมูลในกระบวนการหลุดไปยังคนภายนอกและที่ไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจะรับผิดชอบอย่างไร ส่วนที่แจ้งหนังสือและไม่มีใครชี้แจงเพราะตนทำหนังสือถามไปแต่ไม่มีการตอบกลับถึงข้อต่อสู้ นอกจากนั้น กกต. มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ข้อมูลหลุดไปจนถึงมือคนภายนอกและทำความเสียหายกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ และจะรับผิดชอบต่อการทำงานที่สะเพร่าอย่างไร
ซึ่งร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงว่า สำนวนมาอยู่ที่ตน 4 เดือน เก็บใส่ตู้อย่างดี ไม่เคยหลุด ส่วนหนังสือข้อต่อสู้ทั้ง ได้ทำอย่างละเอียดที่สุดแล้ว ไม่หลงข้อต่อสู้ได้
ทำให้นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกซักถามต่อว่า หนังสือที่ได้รับเป็นข้อกล่าวหารวม ไม่มีรายละเอียดชัดเจนจะให้ตอบแบบไหน ซึ่งร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงยืนยันว่า ทำละเอียดที่สุดแล้ว
จากนั้นนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซักถามว่า เห็นชื่อบางบุคคล ผู้ครอบครอง คือ นามสกุล “ด.ด.” เป็นอนุกรรมการร่วมด้วย แสดงว่าสำนวนสอบสวนมี 2 ชุดหรือไม่ และมีการทำสำเนาด้วยใช่หรือไม่
โดย นายแสวง ชี้แจงว่า เอกสารหลุดคนที่ผ่านเอกสารมีหลายชั้น ทั้งคณะอนุ ที่26 ความเห็นเลขาธิการ และ คณะอนุกรรมการ ชุดที่36 และ กกต. มีระบบรักษาความปลอดภัยแต่ละชั้น โดยได้ตั้งกรรมการสอบสวน ตอนนี้บอกอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องภายใน ส่วนข้อกล่าวหาจะเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน
จากนั้นนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า หากไต่สวนแล้วพบข้อมูลที่ยังไม่ปรากฎสำนวน สามารถตั้งเป็นสำนวนเพื่อดำเนินการได้





