ถกรายงานกกต. 'อภิสิทธิ์' เตือน '7อรหันต์' ตั้งหลัก ปมเสี่ยงมาตรา 157-ล้มล้างการปกครอง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย ว่า โดยในรายงานของ กกต. มีตัวประเมินการชี้วัดในรูปแบบต่างๆ แต่สำหรับตนเรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือ กกต. ถูกออกแบบมาตั้งแต่ปี 2540 ให้เป็นองค์กรอิสระที่มาใช้ทั้งอำนาจนิติบัญญัติคือการออกระเบียบต่างๆ อำนาจบริหารคือการจัดการการเลือกตั้ง และอำนาจตุลาการหรือกึ่งตุลาการคือการพิจารณาลงโทษบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ในบางช่วง เช่น การประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ก็จะถือว่ากกต. เด็ดขาด
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า วันนี้ที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือ เมื่อรายงานเป็นปี 2567 และ 2568 ก็คือเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของกกต.เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา
แต่ตนจะย้อนกลับไปในช่วงปี 2567 และ 2568 กกต. ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้วหรือยัง ที่ทำให้การเลือก สว. สุจริตและเที่ยงธรรมในการป้องกัน ไม่ให้เกิดการทุจริตหรือฮั้ว จริงๆ ถ้าตั้งต้น เลขาธิการกกต. ตั้งต้นดีมากในช่วงปี 2567 โดยพูดแต่ต้นว่าศาลฎีกาเคยตัดสินคดีมาแล้วทั้ง 2 คดี ตั้งแต่ปี 2562 ตอนเลือกตามบทเฉพาะกาล ว่าลำพังการคะแนนเสียงกันก็เป็นความผิดแล้ว โดยศาลอธิบายหลักของการเลือก สว. ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญชัดว่าเป็นเรื่องของคนที่มีคุณวุฒิประสงค์จะมาเป็น สว. มาสมัครแล้ว เขาก็ให้มีโอกาสเลือก 2 หมายเลข สันนิษฐานว่า 1 หมายเลขก็ต้องเรียกตัวเอง
ส่วนอีกหมายเลขหนึ่งก็พิจารณาจากประวัติของบุคคลอื่นที่มาสมัคร ที่ศาลตัดสินว่าเพียงแรกคะแนนก็ผิดกันแล้ว ศาลใช้คำว่าเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครผู้อื่น ไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของการเลือกตามรัฐธรรมนูญ แต่ทำไปทำมา ในการจัดการเลือก สว. ครั้งนี้ ไม่ได้พยายามออกแบบมาป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา สิ่งที่เรียกว่าเป็นการฮั้วหรือการทำผิดกฎหมายอีก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนติดใจ กกต. 2-3 เรื่อง หนึ่งคือเรื่องที่มาจากปาก กกต. เสียงข้างน้อย ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่ามีความพยายามที่จะร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดในระดับอำเภอ จังหวัด ถูกตัดตอนเกือบหมด คือมีขบวนการฮั้วไม่พอ ยังมีเครือข่ายครอบงำในระดับจังหวัดและอำเภอ ในที่สุดเป็นเหตุผลว่าทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และถ้ามีการวิพากษ์วิจารณ์ดีเอสไอ ก็ขอให้มีการเคารพศาลรัฐธรรมนูญด้วยที่วินิจฉัยไปแล้วว่ากระบวนการต่างๆที่ดำเนินการในช่วงนั้นเป็นกระบวนการที่ชอบ
ขอให้ กกต. ตอบด้วยว่าได้ทำอะไรกับเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและจังหวัด สอง เพราะเส้นเงินถึงคนรอบตัว ตัวใหญ่ๆ แต่พอ จะมีการไปเอาเส้นเงินมาจับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไปถึงผู้ที่มีระดับสูงกว่านั้น กกต. กลับมีมติ 4:3 ไม่รับมาเข้ามา เหตุผลคืออะไร เพราะเราอยู่ระบบไต่สวนของ กกต. อะไรที่จะเป็นประโยชน์กับคดีทำไมไม่รับเข้ามา
ยิ่งไปกว่านั้นสำนวนของดีเอสไอส่งให้ กกต. ก็ไม่รับ ตอบได้หรือไม่ว่าเป็นการใช้อำนาจที่นำไปสู่การสุจริตเที่ยงธรรม เพราะทุกอย่างถูกปฏิเสธหมด 3 ประเด็นที่จะจัดพิจารณาถึงคนที่มีอำนาจมากๆ ถูกตีวงให้แคบลง ซึ่งพยานจะมีไม่กี่ปากที่สามารถเข้าไปใกล้ชิดได้ ซึ่งต้องพิจารณาว่าใครอยู่ร่วมขบวนการบ้างเป็นรายบุคคล
ส่วนการกลับคำให้การของพยาน จึงทำให้ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ตนมีประเด็นที่ข้องใจ พยานกลับคำให้การ ซึ่งพยานคนนี้เดิมเป็นผู้ต้องหา ถูกกันเป็นพยานเพราะให้การเป็นประโยชน์
คำถามคือมากลับคำให้การ แล้วทำไมยังถูกกันเป็นพยานต่อ ในเมื่อสิ่งที่บอกว่าข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่กลับมาบอกว่าเป็นเท็จ เขาต้องกลับมาเป็นผู้ถูกกล่าวหา ต้องถูกดำเนินคดีจะได้รู้ว่ารอบไหนกันแน่ที่ถูกข่มขู่ และการให้การในรอบแรกถ้าเป็นเท็จจริง ตนได้อ่านมาตรา 78 ที่ระบุว่าผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และถ้าการกระทำนั้นมาให้การกลับกกต. ก็มีโทษสูงขึ้นไปอีก
คำถามคือทำไมเลขาธิการกกต. กับกกต. วินิจฉัยว่าผู้นี้ไม่ผิดมาตรา 78 ก็ยังกันเป็นพยานต่อไป
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวว่า เมื่อมติออกมาเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ก็เคยมีคนร้องและร้องก่อนที่กกต. จะประกาศรับรองผล จึงเป็นเหตุว่าคงจะมีการยื่นศาลฎีกาอีก เพื่อให้มีการวินิจฉัยในเรื่องเหล่านี้ เพราะเจตนารมย์เดิมที่จะให้กกต. สุจริตเที่ยงธรรมถูกทำลายไปหมด ดีเอสไอก็ต้องดำเนินการต่อ ศาลฎีกาที่จะมีการไต่สวนก็จะชี้ให้เห็นว่าที่กกต. พิจารณานั้นไม่ครบถ้วน แล้วยังมีศาลฎีกาอีกที่มองว่าท่านยังไม่ได้แจ้งคำร้องและคำวินิจฉัย ซึ่งจะมีการโต้แย้งกันไปมา ยังไม่นับมาตรา 157 สำหรับเสียงข้างมาก ขอให้ตั้งหลักกันให้ดี ไม่เช่นนั้น สิ่งที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญเหมือนถูกล้มล้าง เป็นเรื่องของการล้มล้างการปกครอง





